องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ในปีนี้คือวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ผ่านมา มีคำขวัญว่า “กรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ” (The WHO Framework Convention on Tobacco Control - FCTC) เพราะต้องการเน้นย้ำให้ภาคีทั้งหลายปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญานี้
FCTC หรือกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (มาตรา ๕.๓) เป็นกฎหมายระหว่างประเทศฉบับแรกที่องค์การอนามัยโลกจัดทำขึ้น เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของประชากรโลกที่เกิดจากการบริโภคยาสูบ มีความเป็นมาคือ ที่ประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ ๔๙ เมื่อ ค.ศ.๑๙๙๖ ได้เห็นชอบให้มีการยกร่างกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ.๒๐๐๕ (พ.ศ.๒๕๔๘)
ปัจจุบัน มีประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีรวม ๑๗๔ ประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔) FCTC ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗ โดยผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันเรื่องนี้คือ นพ.หทัย ชิตานนท์ และศาสตราจารย์ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
จากข้อมูลทางสถิติขององค์การอนามัยโลกทำให้ทราบว่า การบริโภคยาสูบเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ ใน พ.ศ.๒๕๕๔ คาดว่าจะมีประชากรทั่วโลกราว ๕ ล้านคน ที่ต้องเสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับการบริโภคยาสูบ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ ตัวเลขดังกล่าวนี้ยังไม่รวมถึงประชากรราว ๖ แสนคนที่จะเสียชีวิตจากการสูดควันบุหรี่มือสอง (second-hand smoke) โดยในจำนวนดังกล่าวคาดว่ามีเด็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนในครอบครัวสูงถึง ๑ ใน ๔ คือราว ๑.๕ แสนคน มีการคาดการณ์ว่าใน ค.ศ.๒๐๓๐ หรืออีกไม่เกิน ๒๐ ปี จะมีคนเสียชีวิตจากการบริโภคยาสูบหรือบุหรี่สูงถึง ๘ ล้านคนต่อปี หรือคาดว่าจะมีคนเสียชีวิตมากถึง ๑ พันล้านคนในศตวรรษที่ ๒๑
ประเทศไทยในฐานะภาคีของ FCTC มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามอนุสัญญานี้พอสมควร กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ คณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ (คบยช.) ได้ให้ความเห็นชอบ “แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๗” ต่อมา ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ มีฉันทามติเห็นชอบ ในวาระเรื่อง “มาตรการในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านยาสูบ” ซึ่งรวมถึงแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว
- อ่าน 4,390 ครั้ง
พิมพ์หน้านี้