• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

ระยะฟักตัว

ระยะฟักตัว

 

 

 

“อาการตุ่มใสๆขึ้นตามตัวพร้อมกับมีไข้แบบนี้ หมอตรวจดูแล้ว มั่นใจว่าเป็นอีสุกอีใสแน่” หมอให้คำวินิจฉัยพร้อมกับถามคนไข้ว่า “ระยะนี้ได้อยู่ใกล้กับคนที่เป็นอีสุกอีใสหรือเปล่า?”

“เปล่าครับ!”  คนไข้ตอบอย่างฉับพลัน

หมอไม่ได้หมายความว่า ในระยะ 2-3 วันนี้เท่านั้นหรอกนะ เอาเป็นว่า ระยะ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็แล้วกัน”

คนไข้นึกอยู่สักครู่ แล้วตอบว่า “สักกว่าครึ่งเดือนมาแล้ว เคยไปเยี่ยมหลานที่เป็นอีสุกอีใสอยู่ครั้งหนึ่ง...เอ ทิ้งช่วงตั้งนานหลายวันแล้ว มันเกี่ยวกันด้วยหรือครับ?”

“ครับ มันเกี่ยวกับ ระยะฟักตัว ของโรคด้วย!”
   คุณหมอตอบ


คุณผู้อ่านอาจคุ้นเคยกับไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเมื่อติดเชื้อจากคนอื่นมาสัก 2-3 วันแล้วก็มีไข้สูงเกิดขึ้นทันที แต่อีสุกอีใส เมื่อติดเชื้อแล้วต้องรอนาน 2-3 สัปดาห์ จึงจะเกิดอาการของโรคขึ้นมา
เราเรียกระยะเวลาตั้งแต่วันที่เริ่มติดเชื้อมาจากคนอื่น จนกระทั่งวันที่เริ่มแสดงอาการของโรคว่า ระยะฟักตัว (Incubation period)

ระยะฟักตัวของโรคแต่ละชนิดจะมีความสั้นยาวไม่เท่ากัน
ไข้หวัด มีระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยเพียง 1-3 วัน กล่าวคือ หลังจากเราถูกคนที่เป็นไข้หวัดไอ จาม หรือหายใจรด ถ้าร่างกายเราไม่มีภูมิต้านทาน รอสัก 1-3 วันถัดมา เราก็จะกลายเป็นไข้หวัด
หนองใน มีระยะฟักตัว 2-10 วัน หมายความว่า อาการของโรคหนองในจะแสดงและปรากฏให้เห็นภายหลังการติดเชื้อ(เที่ยว)มาแล้ว  2-10 วัน
ไข้หวัดใหญ่  มีระยะฟักตัวโดยเฉลี่ย     1-4 วัน
อีสุกอีใส   10-20 วัน
หัด   1-11 วัน
หัดเยอรมัน  14-20 วัน
บาดทะยัก  
5 วัน – 15 สัปดาห์
บางชนิดก็มีระยะฟักตัวของโรคค่อนข้างยาวนาน เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ระยะฟักตัวโดยเฉลี่ย 1-3 เดือน สั้นที่สุดอาจกินเวลาเพียง 10 วัน ยาวที่สุดอาจรอถึง 3 ปีก็ได้

จนบางทีคนไข้อาจลืมเรื่องที่ถูกสุนัขกัดไปแล้วก็ได้
 

ข้อมูลสื่อ

87-004
นิตยสารหมอชาวบ้าน 87
กรกฎาคม 2529
พูดจาภาษาหมอ
ภาษิต ประชาเวช