• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

มัวเบ่งทางแล็บ (lab)

ผู้เขียนจำวลีที่ว่า "มัวเบ่งทางแล็บ บัดซบจริงกู" ของศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี ซึ่งสื่อมวลชน ยกย่องเป็นราษฎรอาวุโส นักวิชาการกล่าวถึงในนามปัญญาชนสยาม และบรรดาแพทย์ทั้งหลายยกย่องท่านเป็นหนึ่งในบรมครูแพทย์ ซึ่งท่านได้ให้ข้อคิดว่าปัจจุบันหมอจะให้ความสำคัญกับผลตรวจจากห้องปฏิบัติการหรือแล็บ (lab) หรือตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ มากกว่าการซักประวัติตรวจร่างกายเสียอีก

บรมครูแพทย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ยังมีอีกหลายท่าน แต่ที่ผู้เขียนชื่นชมเป็นพิเศษคือ ศาสตราจารย์นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา และศาสตราจารย์นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งท่านสุดท้ายนี้คงเป็นที่คุ้นเคย ในฐานะที่เป็นบิดาของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างของแพทย์ที่ทำงานโดยใช้ความรู้และทักษะในการซักประวัติ ตรวจร่างกายโดยละเอียดก่อนใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เอกซเรย์ และอื่นๆ เป็นตัวช่วยในการวินิจฉัย

พูดกันเล่นๆ ว่านิยมไฮทัช - โลเทค (High touch - Low tech) ที่ต้องบอกว่าพูดเล่นๆ เพราะบางคนอาจเข้าใจว่า High touch แปลว่าลูบข้างบน และถ้าไปเจอกับ Low touch ก็จะยิ่งหวาดเสียวไปกันใหญ่ แต่ความหมายจริงๆ ที่ต้องการสื่อคือ ให้หมอใช้มือตรวจผู้ป่วยให้มากกว่าการเน้นไปที่ผลตรวจจากเครื่องมือแพงๆ โดยละเลยความรู้และทักษะการตรวจร่างกายไป

สำหรับวลี "มัวเบ่งทางแล็บ บัดซบจริงกู" ของอาจารย์ประเวศ วะสี นั้น ท่านได้เตือนสติถึงพฤติกรรมของหมอที่ใช้ทักษะในการซักประวัติและตรวจร่างกายน้อยเกินไป แต่จะไปมุ่งที่ผลแล็บ หรือผลตรวจจากเครื่องมืออื่นๆ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้สิ้นเปลืองและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย ยิ่งปัจจุบันมีการตรวจแล็บมากมาย ถ้าใช้ถูกก็เป็นคุณ ใช้ผิดก็เกิดโทษ ใช้ฟุ่มเฟือยก็สิ้นเปลือง ใช้บ่อยเกินไปก็จะทำให้ใช้สมองน้อยลง และถ้าใช้แล้วมีความผิดพลาดก็จะเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้

ผู้ป่วยมีสิทธิ์เลือกหรือไม่?
โดยจรรยาแพทย์และสิทธิของผู้ป่วยย่อมต้องให้ ผู้ป่วยมีสิทธิ์เลือก แต่ในทางปฏิบัติทำได้ยาก หมอมักจะอ้างว่าไม่มีเวลาอธิบาย หรืออธิบายยากเพราะเป็นวิชาการแพทย์ที่ซับซ้อน

มีความจำเป็นแค่ไหน?
เป็นคำถามที่บางครั้งก็ดูกวนใจหมอ แต่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่พึงตระหนักเมื่อจะทำอะไรกับร่างกาย ลำพังตรวจแค่อุจจาระ-ปัสสาวะก็ไม่เท่าไหร่ ตรวจเลือดก็ต้องเจ็บตัว ตรวจเอกซเรย์ก็โดนกัมมันตภาพรังสี ส่องกล้องหรือสวนหลอดเลือดก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและภาวะแทรกซ้อน เป็นต้น ดังนั้นการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ไม่ตรวจได้ไหม?
อันนี้ยิ่งกวนใจหมอยิ่งกว่า เพราะเป็นการปฏิเสธสิ่งที่หมอต้องการจะทำ แต่ผู้ป่วยก็ควรที่จะพิทักษ์สิทธิของตนโดยขอหมอให้อธิบายและชี้แจงข้อดีข้อเสียรวมทั้งความจำเป็นในการตรวจพิเศษต่างๆ (โดยเฉพาะที่ต้องใส่เครื่องมือเข้าสู่ร่างกาย) หมอที่ดีจะเต็มใจให้ข้อมูลและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเลือก รวมถึงแนะนำหนทางที่ดีที่สุด โดยต้องเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยน้อยที่สุดด้วย
อย่างไรก็ตาม หากโชคร้ายเจอหมอที่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเอง อาจแสดงความไม่พอใจถ้าผู้ป่วยปฏิเสธ และข้อมูลที่สื่อออกมาอาจยิ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สบายใจมากขึ้น

แล้วจะทำอย่างไร?
ในเมื่อหมอได้ชี้แจง "ข้อเท็จจริง" หรือ "เหมือนจริง" ว่าจำเป็นต้องตรวจพิเศษอย่างนั้นอย่างนี้ คงต้องพิจารณาดูให้รอบคอบ หากยังสงสัยหรือไม่สบายใจก็คงต้องขอโอกาสในการปรึกษาหมอท่านอื่น (second opinion) เพื่อนำมาช่วยในการตัดสินใจ

อย่าลืมว่าร่างกายเป็นของเราและมีอยู่หนึ่งเดียว การที่จะทำอะไรกับร่างกายต้องรอบคอบ เพราะบางครั้งผลที่ได้อาจไม่คุ้มเสียนะครับ

ข้อมูลสื่อ

359-004
นิตยสารหมอชาวบ้าน 359
มีนาคม 2552
นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์