• ขนาดตัวอักษร  Normal size text | Increase text size by 10% | Increase text size by 20% | Increase text size by 30%

อย่างไรจึงเรียกว่ากระษัย

อย่างไรจึงเรียกว่ากระษัย


คนหนุ่มสาวสมัยนี้ พอได้ยินค่ำว่า “กระษัย” ส่วนมากมักจะหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยว่ากระษัยคืออะไร เป็นอย่างไร
แต่คนรุ่นผู้ใหญ่หรือคนแก่คนเฒ่า คงจะคุ้นเคยกับคำนี้มาบ้างแล้ว มาลองทำความรู้จักกับโรคนี้ดูว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมจึงพูดกันถึงโรคนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจด้วยว่า โรคกระษัยนี้ เป็นชื่อเรียกอาการโรคชนิดหนึ่งในทรรศนะของแพทย์แผนโบราณไทย

 

⇒ กระษัยหมายถึงโรคอะไร
โรคกระษัย ตามความหมายของแพทย์แผนโบราณ เขาถือว่า เป็นโรคของความเสื่อมโทรมของร่างกาย โดยไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค
ทางแผนโบราณถือว่าร่างกายของคนเราเกิดจากธาตุทั้ง 4 มารวมกัน มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และธาตุทั้ง 4 มันได้เสื่อมหน้าที่ของมัน จึงทำให้ร่างกายอ่อนแอ ทรุดโทรมลง ทำงานไม่ได้ตามปกติ

การทำงานผิดปกติไปของธาตุทั้ง 4 อย่างเช่น
ธาตุดิน เช่นกระดูก(ซึ่งถือว่าเป็นกองดินกองหนึ่ง) ผิดปกติไป ก็ถือว่าธาตุดินผิดปกติ
ธาตุน้ำ เช่น ถ้าเลือด(ซึ่งถือว่าเป็นกองน้ำอันหนึ่ง) น้อยลง ก็ถือว่าธาตุน้ำผิดปกติ
ธาตุลม เช่น แรงที่ดันให้เลือดเดิน(ซึ่งถือว่าเป็นลมกองหนึ่ง) เมื่อเลือดไม่สูบฉีดหรือสูบฉีดไม่ดี ก็ถือว่าธาตุลมผิดปกติ
ธาตุไฟ เช่น ถ้าน้ำย่อยอาหาร(ซึ่งถือเป็นกองไฟกองหนึ่ง) ไม่ทำงานก็ถือว่าธาตุไฟผิดปกติ
เป็นต้น.... เมื่อธาตุทั้ง 4 มันเสื่อม สุขภาพร่างกายก็จะเสื่อมลง สรุปแล้วกระษัยจึงมีความหมายกว้างมาก เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมโทรมของร่างกาย(ธาตุทั้ง 4) นั่นเอง

 

⇒ ธาตุทั้ง 4 มีอะไรบ้าง
ธาตุดิน  มี 20 กอง ได้แก่ เนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ตับ กระเพาะ ลำไส้ ผม ฟัน หนัง ฯลฯ
ธาตุน้ำ  มี 12 กอง ได้แก่ น้ำลาย น้ำมูก น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี น้ำโลหิต น้ำปัสสาวะ ฯลฯ
ธาตุลม  มี 6 กอง
กองที่ 1 ลมพัดจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง ทำให้เลือดลมเดินดี
กองที่ 2 ลมพัดจากเบื้องล่างสู่เบื้องบน
กองที่ 3 ลมพัดอยู่ในท้องในกระเพาะในหลอดลำไส้
กองที่ 4 ลมพัดอยู่ในท้องในกระเพาะในหลอดลำไส้
กองที่ 5 ลมหายใจเข้าหายใจออก
กองที่ 6 ลมพัดทั่วสาริกาย ออกจมูก ออกหู ออกตา ออกปาก ออกทางปัสสาวะ ออกทางอุจจาระ ออกทางช่องคลอด
ธาตุไฟ มี 4 กอง
กองที่ 1 ทำให้ร่างกายอบอุ่น(ถ้าหมดอุ่นก็ตาย)
กองที่ 2 ทำให้ต้องอาบน้ำ และพัดวี
กองที่ 3 ทำให้ร่างกายแก่ลงไปทุกวัน ๆ
กองที่ 4 ช่วยย่อยอาหาร

 

⇒ อาการของโรคกระษัย
โรคกระษัยนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 พวก มี กระษัยโอปาติกะ(คือเกิดขึ้นมีอาการหลายจำพวก ) กับกระษัยกร่อน


อาการของโรคกระษัยโอปาติกะ
กระษัยประเภทนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย อาจจะมีอาเจียน ง่วงเหงาหาวนอน ไม่เป็นอันที่จะทำอะไร ปวดตามท้องน้อย ปวดเมื่อยไปหมด ซูบผอมลง เหงื่อออกตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า สมองมึนงง ถ้าถูกอากาศเย็นหรือที่ชื้นแฉะหรืออยู่ในน้ำ จะปัสสาวะบ่อย มีอาการจุกเสียดแน่น ปวดท้อง น่องหมดแรง
 

อาการของโรคกระษัยกร่อน
เส้นท้องตึง เจ็บสะเอว มือเท้าชา วิงเวียน ตาฝ้าฟาง หูอื้อ ท้องขึ้น กินอาหารไม่ได้ มักปวดเสียดแทงตั้งแต่หัวหน่าวถึงยอดอก มักมีลำมีก้อนตามท้องน้อยและจะถ่วงเป็นก้อนอยู่ที่หัวหน่าวหน้าขาทั้ง 2 ข้าง แล้วเลื่อนลงไปถึงลูกอัณฑะ เกิดฟกบวมอักเสบจับต้องไม่ได้ เพราะเจ็บปวดเป็นก้อนเป็นเถาเป็นลำ(ก้อนยาว)

เป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงจะมีอาการเจ็บท้องน้อย ถ่วงคล้ายไส้เลื่อน แต่ไส้เลื่อนนั้น คนที่เป็นจะกินอาหารได้ และนอนหลับสบาย จะมีอาการเฉพาะเจ็บเสียดท้องน้อยแต่คนที่เป็นกระษัยกร่อน จะหาความสบายไม่ได้ คือจิตใจไม่สบายเหมือนกับคนเป็นโรคประสาท กินไม่ได้ มึนงง นอนไม่หลับ ผอมแห้งแรงน้อย

 

⇒ แผนโบราณเขาตรวจเขารักษาอย่างไร?
การตรวจก็ใช้วิธีสอบถามอาการจากคำบอกเล่าของผู้ป่วย ดูอาการ สอบถามความเป็นมา เป็นนานเท่าใด กินนอนได้ไหม เป็นอย่างไร
การรักษาของแผนโบราณนั้น เขาจะถือว่าคนที่เป็นโรคนั้นสะสมของไม่ดีไว้ หรือหมักโรคไว้ ต้องถ่ายเอาโรคหรือของเก่าที่ไม่ดีในร่างกายออกมาทิ้งให้หมด แล้วค่อยกินยาไปรักษา หรือบำรุงให้ร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิม เราจึงใช้คำว่า ยารุยาถ่าย กับยาบำรุง ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดว่า ทำไมแผนโบราณต้องถ่ายกับต้องบำรุง เพราะการมองปัญหาและวิธีแก้ปัญหาแตกต่างกับปัจจุบัน

 

⇒ เรื่องเดียวกันหรือไม่กระษัยกับโรคไตของแผนโบราณ
โรคกระษัยกับโรคไตของแผนโบราณเป็นคนละเรื่องกัน
โรคไตของแผนโบราณ มีอาการดังนี้
โรคไตทั่วไป ปวดตามตัว หน้าบวมฉุ ปัสสาวะน้อย ปวดเมื่อยหลัง
หินปูนในไต เขาว่าไว้ว่า เกิดจากผู้ป่วยที่กินหมาก กินน้ำบ่อ น้ำคลองที่เป็นตะกอน จะมีปูนไปเกาะเป็นก้อนอยู่ในไต มีการเจ็บปวด ปัสสาวะขัดบางรายมีเลือดออก
ไตอักเสบ มีการปวดเมื่อยเจ็บแล้วปวดท้องเป็นครั้งคราว ปัสสาวะขัด แต่เจ็บปวดมาก .
 

ข้อมูลสื่อ

37-009
นิตยสารหมอชาวบ้าน 37
พฤษภาคม 2525
ประเสริฐ พรหมณี