คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • มะกรูด : บำรุงผม ประโยชน์เหลือล้น
    คนโบราณนิยมสระผมด้วยน้ำมะกรูด เพราะช่วยให้ผมดำเป็นมัน ไม่แห้งกรอบ บ้างก็ผ่าผลดิบบีบน้ำชโลมสระผมโดยตรง บ้างก็นำไปเผาหรือต้มก่อนคั้นน้ำสระ มีหลายวิธีให้เลือกดังนี้
    1.ใช้มะกรูดสดผ่าครึ่ง แคะเมล็ดออก คั้นน้ำใช้สระผม ฝานผิวมะกรูด นำมาตำให้ละเอียด ผสมด้วยน้ำมะกรูด เติมน้ำพอให้ส่วนผสมเริ่มเหลว คนให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วกรองคั้นเอาแต่น้ำไปใช้สระผม
    2.ใช้มะกรูดสดหรือเผาไฟก่อนก็ได้ หั่นผลมะกรูดเป็นชิ้น ปั่นชิ้นมะกรูดให้ละเอียด เทใส่ชาม เติมน้ำอุ่นพอท่วมส่วนผสม คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ 10-20 นาที คั้นเอาแต่น้ำใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ใช้สระผม เก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ทั้งนี้ก่อนสระผมควรราดน้ำบนผมให้เปียกชุ่มเสียก่อน ใช้น้ำมะกรูดปริมาณพอดีๆ นวดหนังศีรษะไปด้วยขณะสระผม ทิ้งไว้ 2-3 นาทีก่อนล้างออกและสระด้วยน้ำมะกรูดซ้ำอีกครั้ง ล้างออกให้สะอาดไม่ให้มีเศษมะกรูดหลงเหลืออยู่

    สรรพคุณทางยา
    1.ใบมะกรูด มีรสปร่า กลิ่นหอม ดับกลิ่นคาว แก้ไอ แก้ช้ำใน
    2.ผลมะกรูด ตัดจุกผลมะกรูด คว้านไส้กลางออก ใส่มหาหิงส์แล้วปิดจุก นำไปเผาไฟจนดำเกรียม บดเป็นผงละลายกับน้ำผึ้งใช้กิน จะช่วยขับลมแก้ปวดท้อง หรือใช้ป้ายลิ้นเด็กอ่อนเป็นยาขับขี้เทาได้ ใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้องในเด็กอ่อนด้วย
    3.น้ำมะกรูด มีรสเปรี้ยว ใช้ผลมะกรูดผ่าซีกเติมเกลือ ลนไฟให้เปลือกนิ่ม บีบน้ำมะกรูดลงในคอทีละน้อยๆ ช่วยกัดเสมหะ แก้ไอ แก้น้ำลายเหนียว กัดเถาดานในท้อง แก้ระดูเสีย ฟอกโลหิต ขับระดู ขับลมในลำไส้ ใช้ถูฟันแก้เลือดออกตามไรฟัน
    4.ผิวมะกรูด มีรสปร่า กลิ่นหอมร้อน ขับลมในลำไส้ ขับระดู ขับผายลม ฝานบางๆ ชงน้ำเดือดใส่การบูรเล็กน้อย กินแก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจและช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดี
    5.ราก มีรสจืดเย็น แก้ไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน แก้เสมหะ

    (เครดิตภาพ : Iuki, toodtoo, kanokwan)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "เพื่อนยาก"

    ผลงานจิตรกรรม : อาจารย์คงฤทธิ์ หลาวทอง

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "ปืนก้านกล้วย : ของเล่นในตำนาน"

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "วิถีชาวเล"

    ผลงานภาพ โดย คุณชนะศักดิ์ ชุมนุมวรรณ

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • DoctorMe หมอดีในมือคุณ
    DoctorMe แอปพลิเคชันเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเอง รองบน iOS และ Android ตัวแรกของคนไทย ให้คุณรู้วิธี
    ดูแลอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นด้วยตนเอง เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ ปวดหัว ปวดท้อง ข้อมูลโรคภัยไข้เจ็บ การใช้ยา ค้นหาโรง
    พยาบาลใกล้ตัว

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กินอย่างไร...ไม่เสี่ยงเบาหวาน
    ปัจจุบัน มีคนไทยป่วยเป็นเบาหวาน 3 ล้าน 5 แสนคน และทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวาน 382 ล้านคน สาเหตุใหญ่ของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มาจากความอ้วนซึ่งเป็นผลมาจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม ทั้งในแง่ของปริมาณ และคุณภาพ ร่วมกับการไม่ออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมทางกายน้อย ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ควรกิน ดังนี้

    จัดอาหารจานสุขภาพ 2-1-1 สำหรับจานอาหารขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว ลึก 1/2 นิ้ว ให้แบ่งส่วนของจานอาหารเป็น 4 ส่วน และแบ่งปริมาณอาหาร ดังนี้
    - ผักต่างๆ 2 ส่วนของจาน (ครึ่งจาน)
    - ข้าว/แป้ง 1 ส่วน ไม่เกิน 2 ทัพพี (1/4 จาน)
    - เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์ 1 ส่วน (1/4 จาน) ไม่เกิน 4 ช้อน กินข้าว
    - เพิ่มผลไม้สดไม่หวานมาก 1 จานเล็ก (1 ส่วน) อาจเพิ่มนมพร่องหรือขาดมันเนย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือนมถั่วเหลืองไม่หวาน

    “เริ่มด้วยมื้อเช้า” การกินอาหารมื้อเช้ามีความสำคัญ เพราะร่างกายได้ใช้พลังงานที่ได้จากมื้ออาหารเย็นไปในช่วงกลางคืนถึงเช้า จึงต้องการพลังงานสำหรับเริ่มกิจกรรมต่างๆ เมื่อเริ่มวันใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กถ้างดมื้อเช้าจะส่งผลต่อสมาธิและสมรรถนะในการเรียนหนังสือให้ด้อยลง สำหรับผู้ใหญ่มีการศึกษาพบว่าในผู้ที่งดอาหารมื้อเช้าแทนที่น้ำหนักตัวจะลดลง กลับมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น มีไขมันสะสมที่ตัวเพิ่มขึ้น และมีระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าผู้ที่กินอาหารมื้อเช้า เนื่องจากการงดมื้อเช้าจะส่งผลให้หิวและกินอาหารมื้อกลางวัน หรือมีการกินตลอดเวลาเพิ่มมากขึ้น

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • จะช่วยคนจมน้ำได้อย่างไร
    สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตจากการจมน้ำหลักๆ คือ การขาดออกซิเจน ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย โอกาสที่จะช่วยเหลือผู้จมน้ำได้คือ ผู้จมน้ำจะต้องขาดออกซิเจนในเวลาไม่นาน ถ้าพบว่ายังตัวอุ่นอยู่ หรือคาดคะเนว่าตัวยังไม่เย็นมาก แสดงว่าจมน้ำไม่นาน ต้องรีบให้ออกซิเจนเป็นอันดับแรก

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1DLxVjV

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เมนูดอกขจร
    ดอกขจรสามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำเป็นอาหารอื่นๆ ได้แก่ ยำดอกขจร ดอกขจรผัดน้ำมันหอย แกงจืดดอกขจร แกงส้มดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร ฯลฯ ดอกขจรมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง สรรพคุณและประโยชน์ของดอกขจร ยอดอ่อน ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

    (เครดิตภาพ : A-adrenaline, swin, ความทรงจำที่หายไป, {Jekyll and Hyde}, amazingthaifood, ยัยน่าแกล้งแก้มป่อง, Loveindeed)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "วิถีชนบท"

    ศิลปิน : อาจารย์อิสระ หลาวทอง

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "สุข...สดชื่น"

    ผลงานภาพ : คุณทศพล นทีวชิรมงคล

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว