"อุ่นไอรัก - บอกรักให้โลกรู้"
เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมบอกเล่าความรู้สึก ความรัก ความผูกพันต่อคนที่เรารัก เราเคารพนับถือ พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักให้โลกรู้" ส่งได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดแนว ไม่จำกัดจำนวน
คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
-
7 ปี 33 สัปดาห์ ที่แล้ว
ขอเชิญร่วมงานครบรอบ ๓๖ ปี "หมอชาวบ้าน"
มูลนิธิหมอชาวบ้านขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานครบรอบ 36 ปี มูลนิธิหมอชาวบ้าน ชมวิดีทัศน์ "36 ปี หมอชาวบ้าน" พิธิมอบโล่ผู้มีอุปการะคุณ ปาฐกถา "การดูแลตนเอง คุณค่า คุณธรรม ของมนุษยชาติ" โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสีนอกจากนี้ ยังมีการออกบูธกิจกรรมตลอดงาน
1.บริการตรวจสุขภาพทั่วไป โดยทีมแพทย์จากศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว.
2.บริการตรวจตา วัดสายตาด้วยเครื่อง digital slit lamp จากทีมแพทย์ศูนย์ตาธรรมศาสตร์
3.ให้ความรู้เรื่องโภชนาการ โดยทีมงานจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
4.กิจกรรมถ่ายภาพขึ้นปกนิตยสารหมอชาวบ้านฉบับครบรอบ
5.นิทรรศการพิษภัยของบุหรี่ โดยทีมงานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
6.กิจกรรมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ การวัดรอบพุงด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ
7.กิจกรรมแนะนำหมอชาวบ้านบนโลกออนไลน์
8.นิทรรศการให้ความรู้อันตรายของสเตียรอยด์
9.แนะนำ ให้ความรู้การฝึกโยคะอย่างง่ายๆ โดยสถาบันโยคะวิชาการ
10.นิทรรศการความมั่นคงทางอาหาร เรื่องการปลูกมัน
11.พบกับเครือข่าย เช่น มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค,มูลนิธิสุขภาพไทย,ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
12.แนวคิดการสร้างป่าครอบครัว โดยอาจารย์ศิริพงษ์ โทหนองตอ (แพนด้าแคมป์)การเดินทางมาร่วมงาน
1. เดินทางด้วยรถไฟฟ้า บีทีเอส ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เดินย้อนกลับมาทางเชื่อมหอศิลปะฯ ชั้น 3
2. รถยนต์ส่วนตัวจอดชั้นไต้ดิน รถสูงไม่กิน 2.10 เมตร
3. รถเมล์สายที่ผ่าน 15, 16, 21, 25, 29, 34, 36, 40, 47, 48, 50, 54, 73, 73ก, 79, 93, 141, 159, 204, ปอ.501, ปอ.508 และ ปอ.529** ฟรีตลอดงาน รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน **
สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02-618-4710 -
7 ปี 33 สัปดาห์ ที่แล้ว
วิถีบ้านเรา : มะพร้าวน้ำหอม
พอเอ่ยถึง "น้ำมะพร้าวอ่อน" เป็นใครๆ ก็ต้องรู้จักดี เพราะกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ น้ำมะพร้าวอ่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมชื่นใจ ต้องยกให้ "มะพร้าวน้ำหอม" ดื่มแล้วช่วยแก้ดับกระหาย คลายร้อนได้ดีในหน้าร้อน เพราะในน้ำมะพร้าวอ่อน มีกลูโคสและฟรักโทสมาก ดื่มแล้วจึงทำให้สดชื่น กระชุ่มกระชวย ที่สำคัญช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย เนื้อมะพร้าวอ่อนอุดมด้วยวิตามินซี แหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมขึ้นชื่อ พบในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี และนครปฐม ซึ่งชาวสวนได้ยึดอาชีพปลูกมะพร้าวน้ำหอมสืบทอดกันมามากกว่า 20 ปี ทั้งนี้ มะพร้าวน้ำหอมใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก ต้นเตี้ย การดูแลไม่นานเพียง 3-4 ปี ก็ติดลูกให้เด็กๆ เก็บกินได้ง่ายดาย(เครดิตภาพ : theTRIPPACKER, TNT503, aoneng)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
"อุ่นไอรัก - บอกรักให้โลกรู้"
เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมบอกเล่าความรู้สึก ความรัก ความผูกพันต่อคนที่เรารัก เราเคารพนับถือ พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักให้โลกรู้" ส่งได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดแนว ไม่จำกัดจำนวน -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
"ตลาดสดเคลื่อนที่"
เครดิตภาพ : ชายสามหยด
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
"จากรุ่น...สู่รุ่น"
ผลงานจิตรกรรม ชัยรัตน์ แสงทอง
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
พบกับช่วงที่ 2 ของการอบรมสาระสุขภาพกับหมอชาวบ้าน โดยการสนับสนุนของ สสส. ในหัวข้อเรื่อง "สร้างเสริมสุขภาพอละลดภาวะโรค NCDs ด้วยสมาธิบำบัด แบบ SKT" โดย รศ.ดร. สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี วิทยากรผู้เชี่ยวชาญบำบัด และการฟื้นฟูร่างกาย
-
7 ปี 33 สัปดาห์ ที่แล้ว
น้ำผึ้ง : ยาสมานแผลชั้นเลิศ
น้ำผึ้งเป็นน้ำตาลเข้มข้น (แบบน้ำเชื่อม) โดยที่น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ จะให้พลังงาน 64 แคลอรี ขณะที่น้ำตาลทรายให้เพียง 46 แคลอรี ดังนั้นหมอจะห้ามคนไข้เบาหวานกินน้ำผึ้ง เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้มากกว่าการกินน้ำตาล และคนทั่วไปควรกินแต่พอเหมาะ ถ้ากินมากไป อาจทำให้น้ำหนักขึ้นแบบเดียวกับน้ำตาลได้สรรพคุณทางยา ที่ใช้แก้ไอและรักษาแผล
1. ใช้จิบแก้ไอ
โดยการผสมน้ำผึ้ง 3-4 ส่วน กับน้ำมะนาว 1 ส่วน ควรเคี่ยวน้ำผึ้งบนเตาไฟให้เดือด ก่อน เมื่อปล่อยให้เย็นแล้ว ค่อยเติม น้ำมะนาวลงไป สามารถเก็บใส่ขวด แบ่งจิบแก้ไอได้บ่อยๆ เหมาะสำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และผู้ที่มีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย นอกจากใช้แก้ไอแล้ว ยังให้พลังงานแก่ร่างกายแทนข้าวได้อีกด้วย2. ใช้รักษาแผล
ทั้งแผลสดและแผลเปื่อย (เรื้อรัง) โดยการทำแผลให้สะอาด เช่น ถ้าเป็นแผลสด หากมีดินทรายเปรอะเปื้อน แรกสุดให้ฟอกล้างด้วยน้ำกับสบู่ให้เศษดินทรายออกเสียก่อน ใช้สำลีหรือผ้ากอซ เช็ดแผลให้แห้ง แล้วใช้น้ำผึ้งทาลงบนเนื้อแผล ปิดด้วยผ้ากอซ วันต่อไปเปิดทำแผลรอบใหม่ ให้ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสุกชะเนื้อแผล (ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ โพวิโดนไอโอดีน ชะถูกเนื้อแผล แต่อนุโลมให้ชะบนผิวหนังรอบๆ แผลได้ ทั้งนี้ เพราะน้ำยาเหล่านี้จะทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อในแผล อาจทำให้แผลหายช้าได้) แล้วใช้น้ำผึ้งทาบนเนื้อแผลแล้วปิดด้วยผ้ากอซ ทำแผลวันละ 1-2 ครั้ง จะสังเกตว่าเนื้อแผลจะแดง ไม่มีหนองหรือการติดเชื้อ และเซลล์ผิวหนังจะงอกจากขอบแผลเข้า มาปกคลุมเนื้อแผลในเวลาไม่กี่วันสำหรับแผลเปื่อย หรือมีคราบหนอง (เช่น แผลเบาหวาน แผลจากแรงกดทับ แผลเรื้อรังอื่นๆ) การทำ แผลควรหาทางเอาคราบหนองออกเสียก่อน (เช่น ใช้ไม้พันสำลี หรือผ้ากอซ ชุบน้ำเกลือหรือน้ำสุก ขูดหรือเขี่ยเอาคราบหนองออก) แล้วทาแผลด้วยน้ำผึ้งให้ชุ่ม แล้วใช้ผ้ากอซปิด ในระยะแรกควรทำแผลวันละ 2 ครั้ง เมื่อเนื้อแผลเริ่มแดงและแห้งดีจึงค่อยลดเหลือ 1 ครั้ง เมื่อแผลสะอาด (ไม่มีคราบหนอง เนื้อแผลแดง หรือมีเลือดซิบ) ก็จะมีเซลล์ผิวหนังงอก จากขอบแผล ค่อยๆ เข้ามาปกคลุมเนื้อแผล
เหตุผลที่น้ำผึ้งมีสรรพคุณสมานแผลได้ดี ก็เนื่องมาจากความเข้มข้นของน้ำผึ้ง จะทำให้เชื้อโรคฝ่อตาย ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า สิ่งที่มีความเข้มข้นกว่า (เช่น น้ำผึ้ง) จะดูดสารน้ำจากสิ่งที่เข้มข้นน้อยกว่า (เช่น เชื้อโรค)
หากไม่สามารถหาน้ำผึ้งหรือต้องการประหยัด ก็สามารถใช้น้ำเชื่อมเข้มข้นแทนได้ ซึ่งก็เคยมีงานวิจัยยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วเช่นกัน โดยใช้น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 1 ลิตร เคี่ยวบนเตาไฟ จนเป็นน้ำเชื่อมเข้มข้น ใส่ขวด เก็บในตู้เย็น เมื่อต้องการก็นำออกมาใช้เป็นครั้งคราว ก็นับว่าสะดวกและราคาถูกดี
(เครดิตภาพ : Bggaro, innnews, EMINEM 182)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ช่วงที่ 2 สายตาดีด้วยวิธีมหัศจรรย์
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
SKT ช่วงที่2
