คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • พลับพลึง : แก้เคล็ดขัดยอก
    พลับพลึงมีหลายสายพันธุ์ เช่น พลับพลึงด่าง พลับพลึงแดง พลับพลึงทอง พลับพลึงแมงมุม พลับพลึงเตือน พลับพลึงใหญ่ ฯลฯ ดอกพลับพลึงมีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี คนไทยพบเห็นต้นพลับพลึงอยู่เสมอ จึงนำมาเปรียบกับข้าวที่ออกรวงจวนจะแก่จัดว่าเป็น “ระยะพลับพลึง” คือใบยังเขียวอยู่ เมล็ดข้าวเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีครีม ยังไม่เป็นสีเหลือง ชาวนานิยมเกี่ยวข้าวระยะนี้

    สรรพคุณทางยา
    - ราก : ใช้ตำพอกแผล ใช้รักษาพิษยางน่อง
    - เหง้า : จะเป็นพิษ การระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ต้องระวัง
    - หัวใช้ : เป็นยาบำรุง ยาระบาย
    - ใบ : รสเอียน ประคบแก้เคล็ดยอก ขัดแพลง และถอนพิษได้ดี ต้มกินมากทำให้อาเจียนเป็นเสมหะ หมอพื้นบ้านนิยมนำใบพลับพลึงมาลนไฟให้ตายนึ่ง แล้วพันตามอวัยวะที่เคล็ดขัดยอกและบวม หรือหักแพลง ถอนพิษได้ดี แถบสุพรรณบุรีใช้ใบลนไฟ รักษาโรคไส้เลื่อนด้วย
    - กาบใบที่ประกอบเป็นลำต้น มีสีขาวอวบหนา นิยมนำมาทำกระทงใส่ธูปเทียนลอยในวันลอยกระทง
    - เมล็ด : เป็นยาบำรุง ยาระบาย ขับเลือดประจำเดือน และขับปัสสาวะ

    (เครดิตภาพ : priraya, ปะการังหอม)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • อันตรายไขมันทรานส์​ และน้ำดื่ม​ (2)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • จุดแดง-จ้ำเขียว : โรคเลือดเป็นเหตุ
    หากสังเกตเห็นมีจุดแดงหรือจ้ำเขียว (โบราณว่า “พรายย้ำ) ตามผิวหนัง (ภาพที่ 1 จุดแดง และภาพที่ 2 จุดจ้ำเขียว) ไม่ว่าที่ใดที่หนึ่ง พึงระวังว่าอาจเป็นอาการเลือดออกที่ใต้ผิวหนัง เราสามารถพิสูจน์ง่ายๆ โดยใชนิ้วมือดึงรั้งผิวหนังบริเวณรอบๆ จุดแดงจ้ำเขียวนั้นให้ตึง ถ้าจางหายมักจะเป็นรอยยุงกัด หรือรอยผื่นแดงในโรคหัด หัดเยอรมัน ส่าไข้ เป็นต้น แต่ถ้าไม่จางหาย ก็จะเป็นจุดแดงหรือจ้ำเขียวเพราะเป็นรอยเลือดที่ออกและแทรกซึมอยู่ใต้ผิวหนังคล้ายรอยสัก

    นอกจากสาเหตุจากฟกช้ำดำเขียวที่เกิดขึ้นหลังบาดเจ็บทันทีแล้ว อาการจุดแดงหรือจ้ำเขียวมักมีสาเหตุจากความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด เช่น
    - ไข้เลือดออก มักมีไข้สูงร่วมด้วย
    - โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไขกระดูกฝ่อ (สร้างเม็ดเลือดต่างๆ ไม่ได้) มักมีอาการไข้ ซีด มีเลือดออกตามที่ต่างๆ เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟันร่วมด้วย)
    - ภาวะเลือดออกง่ายจากสาเหตุต่างๆ เป็นต้น

    หากสงสัยมีจุดแดงหรือจ้ำเขียวขึ้นที่ผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ใจ

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ข้าวยำปักษ์ใต้
    อาหารท้องถิ่นยอดนิยมภาคใต้ กินเป็นอาหารเช้าหรืออาหารกลางวัน เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นแหล่งที่ดีของใยอาหาร และยังถือว่ามีคุณค่าทางสมุนไพร เพราะประกอบไปด้วยผักหลายชนิด แต่ก็มีไขมันอิ่มตัวค่อนข้างสูง เนื่องจากมีมะพร้าวอยู่ในส่วนผสมของข้าวยำจึงควรระมัดระวังในการกินสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องของไขมัน

    ผักที่นิยมใช้ประกอบในข้าวยำ ได้แก่ สะตอหั่นฝอย ถั่วงอก ถั่วฝักยาวหั่นฝอย แตงกวา ตะไคร้หั่นฝอย ใบชะพลูหั่นฝอย ส้มโอฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ บางที่อาจใส่ข้าวตังทอดหรือเส้นหมี่ทอดด้วยก็ได้ ส่วนผสมของน้ำบูดูปรุงรสนั้นทำโดยการนำน้ำบูดูมาต้มกับน้ำด้วยไฟอ่อนๆ ใส่ตะไคร้ทุบ หอมทุบ น้ำตาลปีบ ใบมะกรูด และข่าทุบ รสชาติจะค่อนไปทางหวาน บางท่านอาจจะไม่ทราบว่าน้ำบูดูทำมาจากอะไร ก็จะขออธิบายคร่าวๆว่า น้ำบูดูได้จากการหมักปลาตัวเล็กๆ กับเกลือเม็ด โดยหมักไว้ในโอ่งหรือไห (ตามแต่จะหาได้) แล้วปิดผนึกอย่างดี ตากแดดทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 เดือน หรืออาจจะเป็นปี จึงนำมาใช้ได้

    (เครดิตภาพ : ปลาหมึกโป๊งโป๊งชึ่ง, สถาบันโภชนาการ, WishRich)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กินอยู่อย่างสง่า ตอนที่ 2 (1/2)
    ทำอย่างไรไม่ให้ร่างกายเปราะบาง และทำอย่างไรให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์ปลอดโปร่ง จัดโดยโครงการจัดการความรู้สุขภาพผ่านสื่อและเทคโนโลยีออนไลน์ มูลนิธิหมอชาวบ้าน สนับสนุนโดย สสส.
    https://www.youtube.com/watch?v=iLhJ7VclsQ8

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ลมหายใจ ดนตรี ชีวิต
    ร่วมผ่อนคลายไปกับ "ลมหายใจ ดนตรี ชีวิต" สร้างความเบิกบานให้ชีวิต ลดความตึงเครียดในปัจจุบัน วิทยากรโดย คุณครูดุษฎี พนมยงค์ ผู้สร้างสรรค์หลักสูตร ดนตรีพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดโดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน สนับสนุนโดย สสส.
    https://www.youtube.com/watch?v=eUeVrV1Pjyk

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "ดอกเหงื่อคนรักษ์ป่า : เห็ดเผาะ"

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • จับอารมณ์เครียด
    คุณอาจคิดว่าคุณมีสุขภาพจิตดี แต่ความเครียดแฝงอาจอยู่กับคุณตลอดโดยที่คุณไม่รู้ตัว มาลองสแกนความเครียดกัน
    http://www.doctor.or.th/infographics/emotion

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "หาอยู่หากิน"

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : สามล้อถีบ
    บนเส้นทางของคนสู้ชีวิต "ปากกัดตีนถีบ" ที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน "สามล้อถีบ" ถือกำเนิดเมื่อปี 2476 นาวาเอกเลื่อน พงษ์โสภณ ได้ประดิษฐคิดค้นดัดแปลงจากรถลากร่วมกับรถจักรยานเป็นรถสามล้อ แม้ปัจจุบันจะมีพาหนะให้เลือกสัญจรไปมาหลากหลาย แต่สามล้อถีบก็ยังพบเห็นได้ทั่วไปในหลายจังหวัดด้วยความสะดวกคล่องตัว ปลอดภัย รับส่งผู้โดยสารไปมาตามตลาด ตรอกซอกซอย หน้าวัด โรงเรียน ท่ารถ โรงพยาบาล หน่วยงานบ้านช่องที่ระยะทางไม่ไกลมากนัก อาชีพสามล้อถีบเป็นอาชีพที่น่ายกย่องส่งเสริมสนับสนุนอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยสัมมาชีพสุจริต แลกด้วยหยาดเหงื่อน้ำพักน้ำแรง

    (เครดิตภาพ : โฟโต้ออนทัวร์, ravio, neju11, painaima, Yutphuket, dih (dih2552), infoqccnx, TonCR)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว