คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • แวววิเชียร
    เดิมมีชื่อเรียกว่า "ต้นฟอร์เก็ตมีน็อต" เนื่องจากไม่ใช่ต้นฟอร์เก็ตมีน็อตของแท้ของเมืองนอก และยังไม่มีชื่อในภาษาไทย หลวงบุเรศบำรุงการ จึงตั้งชื่อให้ว่า "ต้นแวววิเชียร" ซึ่งเป็นชื่อที่ไพเราะ และมีความหมายดีมาก ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่รู้จักและเรียกชื่อไม้ดอกชนิดนี้ว่าแวววิเชียร แต่ยังมีคนแต่ก่อนที่ยังนิยมเรียกว่าฟอร์เก็ตมีน็อตอยู่ เป็นพืชที่ปลูกง่ายขึ้นได้ดีในดินทั่วไปแทบทุกชนิด ชอบความชุ่มชื้นและทนร่มเงาได้ ทนทานโรคแมลง โตเร็ว ขยายพันธุ์ง่ายโดยการแยกกอหรือปักชำกิ่ง มักออกดอกพร้อมๆ กันตลอดต้นไปจนถึงส่วนยอด และออกดอกตลอดทั้งปี ดอกเป็นรูปกรวยเล็ก โค้งเล็กน้อย ส่วนปลายดอกแยกออกเป็น 5 กลีบ ดอกมีสีม่วงแก่ ม่วงอ่อน และสีขาว

    (เครดิตภาพ : the-than)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เด็กชายฮูก….เด็กหญิงเค้าแมว
    ปัญหาคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานทั้งหลายกระทำนับตั้งแต่ เล่นเกมส์ออนไลน์ คุยกันผ่านอินเตอร์เนต ส่งข้อความหากัน ดึกๆดื่นๆจนกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นดาษดื่น จนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมยุคปัจจุบัน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครองเกือบทั้งโลกปวดหัว แต่ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1uJRkfV

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เรียกเหงื่อ ลดโรค
    การออกกำลังเคลื่อนไหวร่างกายไม่จำเป็นว่าต้องเล่นเฉพาะกีฬาแบบจริงๆ จังๆ เพราะนั่นกลายเป็นเงื่อนไขให้หลายคนไม่สามารถออกกำลังกายได้ ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายตัวชี้ให้เห็นว่า แม้ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่หากมี “กิจกรรมทางกาย” ซึ่งหมายความรวมถึง การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกไดทำงานจนทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานตามมา หากสามารถมีกิจกรรมทางกายได้ก็จะเป็นส่วนช่วยให้เกิดผลดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน

    กิจกรรมทางกายง่ายๆ
    - ไม่ง้อรถ สองขาที่ก้าวเดิน เป็นสิ่งพื้นฐานสุดง่ายที่ทุกคนทำได้ เพียงแต่ว่ายังไม่ได้เริ่มทำ ไม่ว่าจะเดินไปซื้อของ เดินไปขึ้นรถ เดินไปต่อรถ เดินไปหาเพื่อน หรือ เดินชมนกชมไม้ ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานได้โดยที่ไม่ต้องลงทุน เพียงแต่ออกแรงและเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีเท่านั้น
    - ไม่ง้อลิฟต์ ความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ทุกคนชอบ แต่หากลองเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ได้สุขภาพที่ดี ลองหันมาเดินขึ้นบันไดแทน เริ่มจากชั้น 2 ไม่ใช่ลิฟต์ เพิ่มเป็นชั้น 3 ชั้น 4 ไม่ใช่ลิฟต์ ถ้าทำได้ทุกวันก็ถือเป้ฯการออกกำลังกายแบบง่ายๆได้เหงื่อซึมนิดๆหัวใจเต้นแรงหน่อยๆ เผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี
    - รักษ์โลก เลือกใช้จักรยานสองล้อแทนการขับมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ เมื่อมีธุระไม่ไกลระยะทาง 1-2 กิโลเมตร ก็สามารถเปลี่ยนสุขภาพดีๆ ได้เช่นกัน
    - รักความสะอาด การเคลื่อนไหวในกิจกรรมประจำวันให้ติดเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็น กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ปลูกต้นไม้ สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น หากเราทำเป็นประจำ นอกจากจะช่วยให้บ้านสะอาดแล้ว ยังยืดหยุ่นกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
    - แค่ขยับ หลายๆ คน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิต มักจะทำงานโดยนั่งจมอยู่กับคอมพิวเตอร์เกือบตลอดทั้งวัน ทำให้โรคออฟฟิตซินโดรม (Office syndrome) ระบาดไปทั่ว และสุดท้ายคนกลุ่มนี้จะกล้ายเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเรื่อรัง ฉะนั้น หากรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มนี้ ยิ่งจำเป็นต้องเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได การยึดเหยียดร่างกายให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายบ้าง เป็นต้น

    กิจกรรมทางกายแต่ละช่วงวัย
    - เด็กและเยาวชน (อายุ 5-17 ปี) เป็นวัยที่ควรมีกิจกรรมทางกายที่ออกแรงระดับปานกลางถึงหนักทุกวันเป็นประจำอย่างน้อย 60 นาที ต่อครั้ง กิจกรรมส่วนใหญ่ควรเป็นประเภทแอโรบิค และควรมีกิจกรรมที่ออกแรงอย่างหนัก ทำควยคู่ไปพร้อมกัน อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกได้เป็นอย่างดี
    - ผู้ใหญ่ (อายุ 18-64 ปี ) วัยนี้ควรมีกิจกรรมทางกายที่ออกแรงระดับปานกลาง อาจจะใช้วิธีการผสมผสานทั้งกิจกรรมออกแรงปานกลางและหนักในเวลาเท่าๆกันได้ โดยควรมีกิจกรรมในลักษณะที่แอโรบิคร่วมด้วย โดยในช่วงวัยนี้ร่างกายจะสะสมมวลกระดูกได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเรื่อรังด้วย
    - ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปี ขึ้นไป) วัยนี้สามารถมีกิจกรรมทางกายเหมือนกับวัยผู้ใหญ่ช่วงอายุ 18-64 ปี แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ควรมีกิจกรรมเพิ่มความสมดุลของร่างกาย เช่น ฝึกการเดินทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้ม 2-3 วันต่อสัปดาห์ กิจกรรมที่สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ควรทำ 2-3 วันต่อสัปดาห์ ในกรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถทำตามข้อแนะนำดังกล่าวได้นั้น ควรจะทำกิจกรรมทางกายตามศักยภาพและเงื่อนไขของร่างกายเท่าที่จะเอื้ออำนวยเพียงเท่านี้สุขภาพๆก็เป็นของทุกคน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ดนตรีมีผลต่อการพัฒนาสมองร่างกายจิตใจและอารมณ์ได้อย่างไร
    โดย ดร.สุขพัชรา ซิ้มเจริญ ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาสมองเป็น 2 เท่า จัดโดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
    https://www.youtube.com/watch?v=F_ijZ-PkROY

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กินอย่างไร...เมื่อเป็นโรคกระเพาะ
    คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่มีชีวิตประจำวันวุ่นวายยุ่งเหยิง กินอาหารอย่างเร่งรีบ กินไม่เป็นเวลา บางมื้อต้องอดมื้อกินมื้อ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ โรคกระเพาะอาจถามหาได้

    หลักการกินอาหารที่ช่วยรักษาโรคกระเพาะหายให้เร็วขึ้น
    1.การกินอาหารให้ตรงเวลา เมื่อถึงเวลามื้ออาหารควรหาอาหารกินทันที เพื่อให้กรดและน้ำย่อยที่หลั่งออกมาได้ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารแทนที่ จะไปกัดทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและสำไส้ และในขณะกินอาหารควรดื่มน้ำบ้าง เพื่อช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารดีขึ้น และควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างมื้อให้ได้วันละ 8-10 แก้ว

    2.ปริมาณอาหารที่กินแต่ละมื้อไม่ควรมากเกินไป เพื่อให้การทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ในการย่อยอาหารแต่ละครั้งไม่ทำงานหนักจนเกินไป ควรกินครบทั้ง 3 มื้อ และกินอาหารว่างระหว่างมื้อ เพื่อไม่ให้ท้องว่างนานเกินควร การกินแต่ละครั้งก็ให้กินแต่พออิ่ม หลังกินอาหารแต่ละครั้ง ควรอยู่ในท่านั่งหรือยืนไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างดีที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง

    3.กินอาหารให้ครบหมวดหมู่ และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ขณะกินอาหารก็ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อาหารจำพวกเนื้อสัตว์และไขมันจะย่อยยากกว่าอาหารจำพวกข้าว แป้ง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงจำพวกอาหารทอด สำหรับเนื้อสัตว์ควรเลือกกินเนื้อสัตว์ที่ไม่เหนียวหรือมีการสับหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ที่ต้มหรือนึ่งจนสุก เช่น กุ้ง ปลา จะย่อยได้ง่ายกว่าเนื้อวัวหรือเนื้อหมู

    4.หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นน้ำย่อย ได้แก่ อาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด ของดอง น้ำอัดลม น้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตน้ำย่อยมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการกินอาหารดังกล่าวตลอดไป

    5.ควรงดหรือลดปริมาณการดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ลง และไม่ควรดื่มก่อนอาหารหรือขณะที่ท้องว่างอย่างเด็ดขาด ทำให้เกิดความระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินอาหาร คนที่สูบบุหรี่ควรพยายามลดหรือเลิกสูบบุหรี่เพราะการสูบบุหรี่ทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายช้าลง และมีโอกาสเกิดซ้ำใหม่ได้

    (เครดิตภาพ : 21inf, อัญชณา)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ดัดตนแก้เมื่อยเท้า-มือ

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว