คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • กินป้องกัน...กระดูกพรุน
    คนเรามีอายุมากขึ้นอาจมีปัญหาเรื่องตัวเตี้ยลง หลังค่อมจนเงยไม่ขึ้น ขาโก่งงอ หรือกระดูกหักง่าย ต้องระวังไม่ให้หกล้ม อาการเหล่านี้เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากภาวะกระดูกพรุน คงไม่มีใครอยากมีอาการเช่นนี้ การหลีกปัญหากระดูกพรุน ทุกคนควรระมัดระวังพฤติกรรมต่างๆ ดังนี้

    1. ระวังไม่กินอาหารประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์มากเกินไป เพราะการกินโปรตีนมากเกินไปจะกระตุ้นให้ไตขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากผิดปกติ
    2. ระวังไม่กินอาหารเค็มจัดหรือมีโซเดียมมาก เพราะเกลือโซเดียมที่มากเกินจะทำให้การดูดซึมของแคลเซียมจากลำไส้ลดลง ร่างกายจึงไม่สามารถนำแคลเซียมมาใช้ได้ และยังทำให้การสูญเสียแคลเซียมทางไตมากขึ้นด้วย
    3. ไม่ควรดื่มน้ำอัดลมในปริมาณมาก เพราะในน้ำอัดลมมีส่วนผสมที่ชื่อ "กรดฟอสฟอริก" ที่ทำให้เกิดฟองฟู่ การดื่มน้ำอัดลมมากทำให้ความสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสเสียไป (มีฟอสฟอรัสมากขึ้น) ร่างกายจึงจำเป็นต้องสลายแคลเซียมออกจากคลังกระดูก เพื่อป้องกันไม่ให้ฟอสฟอรัสในเลือดสูงเกินไปจนส่งผลอันตรายต่อชีวิต
    4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกเหล้า เบียร์ ชา กาแฟ ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์หรือกาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้จะไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมามากขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ควรดื่มชา กาแฟ เกินวันละ ๓ ถ้วย
    5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ แคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลระหว่างค่าความเป็นกรด-ด่างของเลือด การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายมีภาวะเป็นกรด แคลเซียมจะเข้ามามีบทบาทในการสะเทินฤทธิ์กรดจากบุหรี่ ดังนั้น บุหรี่ทุกๆ มวนจึงเป็นตัวที่ทำให้แคลเซียมละลายจากกระดูก นอกจากนี้ บุหรี่ยังทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงต่ำกว่าปกติด้วย จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุน
    6. ระวังการใช้ยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยาที่มีสารสตีรอยด์ ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ยาเหล่านี้เร่งการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย ดังนั้น หากจำเป็นต้องกินเป็นเวลานานควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

    การป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่ถูกต้องจึงควรประกอบด้วยการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม งดเว้นปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวไว้ข้างต้น ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • สารต้านอนุมูลอิสระ จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร
    การบริโภค ผัก ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีและพืชสมุนไพรต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ นั้น ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1jIc40E

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "การสร้างความสมดุลร่างกายและจิตใจ
    ด้วยท่าบริหารพลังธาตุทั้ง 5"
    วิทยากรโดย อาจารย์โสภา ธมชาติพงศ์ และทีมงาน จัดโดยโครงการจัดการความรู้สุขภาพผ่านสื่อและเทคโนโลยีออนไลน์ มูลนิธิหมอชาวบ้าน สนับสนุนโดย สสส.
    http://www.youtube.com/watch?v=unLgDgZkiIw

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผักพาย : แก้ไข้หัวลม
    ชื่ออื่นๆ : ตาลปัตรฤๅษี นางกวัก บอนจีน คันจ่อง ตาลปัตรยายชี ผักตบใบพาย ฯลฯ ผักพื้นบ้านตามฤดูกาล พบมากในช่วงฤดูฝน ตามที่น้ำท่วมขังทั่วไป แต่ปัจจุบันมีการเพาะปลูกได้ตลอดปี รับประทานเป็นผักสดเครื่องเคียง จิ้มน้ำพริก ลาบ ก้อย หรือนำไปปรุงให้สุดเป็นเมนูพื้นบ้านได้หลายอย่าง สรรพคุณทางยาสมุนไพร ช่วยเจริญอาหาร ป้องกันไข้หัวลม หรือไข้เปลี่ยนฤดู

    (เครดิตภาพ : นกฮูกสีน้ำตาล, peeamp, ตี๋หล่อมีเสน่ห์)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ชุมเห็ดไทย : ลดความดันโลหิตสูง
    ชื่ออื่นๆ : กิเกีย ชุมเห็ดเขาควาย ชุมเห็ดนา ชุมเห็ดเล็ก ลับมืนน้อย หญ้าลึกลืน ฯลฯ

    สรรพคุณ :
    - เมล็ดคั่ว รสขม ชุ่ม เย็น ทำให้ตาสว่าง ขับอุจจาระและปัสสาวะ แก้ตาแดง ตาฝ้ามัว ตาฟาง ความดันโลหิตสูง ตับอักเสบ ท้องผูกเป็นประจำและเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ใช้ภายนอกแก้โรคผิวหนัง เช่น กลากและผื่นคัน ใช้เมล็ดตำร่วมกับนมเปรี้ยว ส่วนที่แข็งตัวให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็น เมล็ดคั่วให้เกรียมมีกลิ่นหอม บดเป็นผง ชงน้ำร้อนกินแทนน้ำชา ทำให้นอนหลับสบาย และยังช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย
    - ใบ ใช้แก้ไขมาลาเรีย เป็นยาระบาย ขับน้ำเหลืองเสีย และขับพยาธิ ใช้ในเด็กที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้ เด็กเป็นไข้ในระยะที่ฟันเริ่มขึ้นโรคผิวหนังเน่าเปื่อยเรื้อรัง ยาต้มจากใบขนาด 60 กรัมใช้เป็นยาระบาย ใบสดใช้พอกเพื่อเร่งให้หัวฝีออกเร็วขึ้น พอกแก้โรคเก๊าท์ ปวดสะโพก ปวดขา ปวดข้อ แก้โรคกลาก หิด ผื่นคันต่างๆ นอกจากนี้ใบเคี่ยวน้ำมันละหุ่ง ทาแก้แผลเรื้อรัง
    - ใบหรือทั้งต้น รสขม ชุ่ม ใช้เป็นยาระบาย ยาถ่าย แก้ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด และทำให้ตาสว่าง
    - ราก ตำให้ละเอียดผสมน้ำปูนใส พอกแก้กลาก บดผสมกับน้ำมะนาว ใช้รักษางูสวัด และเรื้อนกวาง
    - ทั้งต้น ผสมปรุงเป็นยาแก้ไข้ ขับพยาธิไส้เดือนเป็นยาระบายและแก้ไอ

    ตำหรับยา :
    - ลดความดันเลือด ใช้เมล็ดแห้ง 30 กรัม คั่วให้หอม ชงกินแทนน้ำชา
    - แก้เด็กเป็นตานขโมย ใช้เมล็ดแห้ง 10 กรัม ตับไก่ 1 คู่ บดผสมเหล้าขาวเล็กน้อย ปั้นเป็นก้อนนึ่งให้สุกกิน
    - แก้ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด ใช้ใบหรือทั้งต้น แห้ง 15-30 กรัม (สดเพิ่ม 1 เท่าตัว) ผสมชะเอมต้มน้ำกิน

    ข้อควรระวัง :
    - คนที่ธาตุอ่อน ท้องเสียง่าย หรือขณะท้องเสียห้ามกิน
    - คนที่ไตไม่ปกติ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับไตห้ามกิน

    (เครดิตภาพ : manager_co_th, thaigoodview)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • โรค...ที่ถูกมองข้าม
    โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต มักถูกมองข้าม เนื่องจากอาการจะเกิดขึ้นเงียบๆ ค่อยเป็นค่อยไป ในระยะแรกอาการแสดงไม่เด่นชัด แต่เมื่อเป็นแล้วจะเป็นเรื้อรัง รักษาให้หายขาดไม่ได้

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1S1XFwk

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เคล็ดลับรักษาโรคไมเกรน
    “อากาศร้อน” ส่งผลให้ผู้ที่เป็น “ไมเกรน” มีโอกาสปวดศีรษะได้บ่อย อากาศร้อนเป็นปัจจัยที่สำคัญกระตุ้นอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน อาการที่โดดเด่น คือ ปวดตุบๆ (ตามจังหวะชีพจร) ที่ขมับข้างเดียวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง และมักคลำได้เส้นเลือดที่ขมับนั้นพองโตขึ้นกว่าปกติ มักมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย อาการจะแย่ลงเมื่อโดนแสง เสียง หรือยังฝืนเคลื่อนไหวไปมา หากปล่อยไว้ ไม่ดูแลรักษา ก็จะปวดติดต่อกันอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง ก็จะทุเลาไปได้เอง อาการปวดไม่ถึงกับรบกวนการนอนหลับ คือกลางคืนหลับได้ แต่หลังจากตื่นขึ้นมาก็จะปวดต่อจนครบระยะของมัน

    เคล็ดลับในการรักษาโรคไมเกรน
    1. รีบกินยาแก้ปวดทันทีที่รู้สึกมีอาการกำเริบ บางคนอาจมีอาการเตือนก่อนปวด เช่น เห็นภาพแปลกๆ (เห็นแสงสว่างวับๆ หรือ เห็นภาพพร่ามัว) บางคนมีอาการมึนๆ หรือปวดกรุ่นๆ ก่อนจะปวดแบบตุบๆ ให้รีบกินยาแก้ปวดทันที อย่ารอให้มีอาการนานเกินครึ่งชั่วโมง ชึ่งยาจะได้ผลน้อย และจะปวดนาน หลังกินยาให้นอนพักหรือนั่งพักในห้องเงียบๆ แสงสลัว อากาศโล่งโปร่งสบาย และหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างไว้ชั่วคราว อาการมักจะทุเลาได้ภายใน 30-60 นาที
    ยาแก้ปวด ได้แก่ พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด แม้จะเป็นยาพื้นๆ แต่หากรู้จักกินให้ถูกเวลา (กินทันทีที่มีอาการ) ก็ช่วยให้สบายได้ถึง ร้อยละ 70-80

    หากลองใช้อย่างถูกหลักแล้วไม่ได้ผล ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจยาแก้ปวดชนิดอื่นแทน ซึ่งมีให้เลือกหลายตัว ถ้าได้ผล ควรใช้ยานั้นตามที่แพทย์สั่งให้ใช้ ไม่ควรนำตัวอย่างยาไปซื้อกินเอง เพราะหากใช้พร่ำเพรื่อเกินจำเป็น จะกลายเป็นติดยา ขาดยาไม่ได้ และยาบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีส่วนผสมของเออร์โกทามีน มีผลข้างเคียง ทำให้หลอดเลือดแดงตีบทั่วร่างกาย หากใช้ติดต่อกันนานๆ หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด ก็อาจทำให้หลอดเลือดตีบหนัก เป็นอันตรายได้ เช่น ขาขาดเลือดไปเลี้ยง เนื้อตาย ต้องตัดทิ้ง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น

    2. สังเกตให้ได้ว่ามีเหตุกำเริบจากอะไรบ้าง แล้วหาทางหลีกเลี่ยง ก็จะช่วยให้อาการห่างหายไปได้ เช่น อย่าอดนอน อย่ากินอาหารผิดเวลา อย่าโดนแสงจ้า หรือใช้สายตามากเกิน (เช่น เล่นสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์) อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่ากินยาเม็ดคุมกำเนิด (หากจำเป็นให้เปลี่ยนไปใช้ยาฉีดคุมกำเนิดแทน) เป็นต้น หากเลี่ยงไม่ได้ แล้วกำเริบจนเสียงานเสียการบ่อยมาก ก็ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาให้ยามากินป้องกันซึ่งควรกินทุกวันติดต่อกันนาน 3-6 เดือน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้"
    เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญชวนแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งภาพ "อุ่นไอรัก - บอกรักแม่ให้โลกรู้" เนื่องในโอกาสวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งได้ไม่จำกัดแนว จำนวน เพื่อร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว