"ยาเส้น=บุหรี่ซอง"
พิษภัยไม่ต่างกัน
คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
บ้านปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
บ้านคือสถานที่ๆ ควรให้ความอบอุ่นและปลอดภัยสำหรับผู้อาศัย ไม่ว่าจะเพศและวัยใดก็ตาม แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การออกแบบบ้านจะต้องมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบประตู ไฟฟ้า พื้้นบ้าน ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว ฯลฯ
https://www.youtube.com/watch?v=RZuO3MdIFUY -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
"การสร้างความสมดุลร่างกายและจิตใจ
ด้วยท่าบริหารพลังธาตุทั้ง 5"
วิทยากรโดย อาจารย์โสภา ธมชาติพงศ์ และทีมงาน จัดโดยโครงการจัดการความรู้สุขภาพผ่านสื่อและเทคโนโลยีออนไลน์ มูลนิธิหมอชาวบ้าน สนับสนุนโดย สสส.
http://www.youtube.com/watch?v=unLgDgZkiIw -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย
ปลานั้นเป็นอาหารที่มีคุณค่ามากมาย มีคุณค่าโภชนาการสูง มีไขมันต่ำ โปรตีนสูง หาง่าย ทำอาหารได้อร่อยหลายอย่าง จึงเหมาะสมสำหรับนำมาประกอบเป็นอาหารทุกเพศทุกวัย"ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย" ถ้าไม่มีปลากรายก็สามารถดัดแปลงใช้ปลาอื่นก็ได้ เช่น ปลาอินทรีย์ แต่เนื้อจะไม่เหนียวเท่าปลากรายเท่านั้น วิธีนวดปลากรายให้เหนียว ให้แช่เนื้อปลาให้เย็นจัดแล้วนำมาโขลกกับเกลือ หรือน้ำเกลือ หรือน้ำปลาก็ได้ โขลกเนื้อปลาจนกระทั่งเหนียว หรือถ้าไม่ใช้ครกก็มีอีกวิธีคือนวดเนื้อปลากับกะละมังสแตนเลสรองด้วยน้ำแข็ง ใช้มืดนวดจนกว่าเนื้อปลาจะเหนียว
ส่วนผสมลูกชิ้นปลากราย : เนื้อปลากรายขูด 200 กรัม เกลือป่น 3 กรัม น้ำปลา 5 กรัม พริกไทยป่น 2 กรัม ส่วนผสมสำหรับผัด : พริกชี้ฟ้าแดง 60 กรัม กระเทียม 50 กรัม ซอสปรุงรส 20 กรัม น้ำปลา 30 กรัม น้ำมันพืช 45 กรัม น้ำตาลทราย 5 กรัม ใบโหระพา 20 กรัม กระชายสดซอย 40 กรัม พริกไทยอ่อน 30 กรัม พริกขึ้หนู 20 กรัม
วิธีทำ (สูตรนี้กินได้ 2 คน)
1.นำเนื้อปลากรายใส่ครกหิน โรยเกลือกับพริกไทยลงไป โขลกเนื้อปลาจนเนื้อปลาเริมเหนียว ใส่น้ำปลาแล้วโขลกอีกรอบให้เหนียว นำไปแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
2.โขลกพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า และกระเทียมพอหยาบนำลงผัดในน้ำมันพอหอม
3.เติมซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำเปล่านิดหน่อย ผัดให้เข้ากัน หรี่ไฟลงเบาๆ นำเนื้อปลากรายมาปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ ค่อยๆ ใส่ในกระทะ ผัดพลิกกับไปมาเบาๆ จนเนื้อปลาเริ่มสุก แล้วค่อยเร่งไฟแรง ผัดสักครู่ จึงเติมกระชายพริกไทยอ่อนใบโหระพา ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จาน(เครดิตภาพ : Bikefriday, อุบลวัลย์, oldknaya, บ่งบ๊ง, ทนายอ้วน)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
มหาพรหมราชินี
เป็นพืชถิ่นเดียวและพืชหายากของไทย วงศ์เดียวกับกระดังงา ออกดอกช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม ดอกบานอยู่ได้นาน 3-5 วัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน และหอมแรงในช่วงใกล้ค่ำ การปลูกนั้นดูแลไม่ยาก และใช้เวลาประมาณ 2-3 ปีก็ออกดอกให้เชยชมได้แล้ว มหาพรหมราชินีเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความคล้ายคลึงกับมหาพรหมเนื่องจากอยู่ในสกุลเดียวกัน จัดอยู่ในพันธุ์ไม้ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ ส่วนความแตกต่างระหว่างมหาพรหมและมหาพรหมราชินีอย่างชัดเจน คือ มหาพรหมจะมีลักษณะใบกลมมน หนามีขนนุ่มทั้ง 2 ด้าน ส่วนมหาพรหมราชินีจะมีลักษณะใบแหลม เรียบเป็นมันทั้ง 2 ด้านทั้งนี้ ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น และคณะ สํารวจพบที่อุทยานแห่งชาติน้้ำตกแม่สุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อ ปี 2542 และได้ขอพระราชทานบรมราชานุญาตอันเชิญพรพระนามาภิไธยเป็นชื่อพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลกว่า "มหาพรหมราชินี" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติคุณเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2547
(เครดิตภาพ : องค์การสวนพฤกศาสตร์, Roses are Forever, แป๊ะแก่, qsbg_org, แม่ริม)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
จูงมือตายายท่องเที่ยวในชุมชน ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ไม่ควรละเลย
การได้เที่ยวกับลูกหลานก็ยิ่งส่งเสริมให้คุณตาคุณยายมีความสุข ได้ใกล้ชิดกัน ถือเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้อบอุ่นมากขึ้น
https://www.thaipost.net/main/detail/16826 -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ออกกำลังกาย
เรียนรู้การออกกำลังกายให้สัมพันธ์กับช่วงอายุ และระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย
http://www.doctor.or.th/infographics/exercise/#/ -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ปลานึ่งมะนาว
เมนูสามัญประจำโต๊ะจีนงานเลี้ยง งานแต่ง งานบวช สังสรรค์ทั่วไป โดยการนำปลาสดๆ เช่น ปลากะพง ปลานิล ปลาทับทิม ปลาแรด ปลาช่อน ฯลฯ มานึ่งให้สุก ปรุงรสด้วยเครื่องปรุง แล้วรับประทานร้อนๆ ได้ความหวานหอมอร่อยจากเนื้อปลา รสชาติจัดจ้านจากน้ำมะนาว ได้คุณค่าทางโภชนาการ มากด้วยเส้นใยอาหารจากพืชผักเครื่องเคียง เนื้อปลาให้ไขมันต่ำ มีโปรตีนสูง ช่วยลดโคเลสตอรอล ส่วนน้ำมะนาวช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดในหัวใจ และสรรพคุณทางยาจากพืชผักสมุนไพรเครื่องปรุงนานาชนิด(เครดิตภาพ : benz47, 1000MilesJourney, sanaechainam, อุบลวัลย์)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ผิวหน้าสวย...ด้วยแตงกวา
แตงกวาเป็นสมุนไพรเก่าแก่ชนิดหนึ่ง ซึ่งสาวๆ ทั่วโลกใช้เป็นเครื่องสำอางดูแลผิวหน้ามาอย่างยาวนาน แตงกวาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดการบวมแดง ช่วยสมานผิว ช่วยให้ผิวพรรณเยาว์วัย แตงกวาเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าแห้ง หน้ามันวิธีใช้
- วิธีที่ 1 ปอกเปลือกแตงกวาแล้วล้างน้ำให้สะอาด ฝานเป็นชิ้นบ้างๆ วางให้ทั่วใบหน้าที่ทำความสะอาดแล้ว ทำบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้าดูผุดผ่อง เปล่งปลั่งขึ้น และยังช่วยรักษาฝ้าบนใบหน้าได้อีกด้วย
- วิธีที่ 2 ปอกเปลือกแตงกวาแล้วล้างให้สะอาด หั่วแตงกวาแล้วปั่น กรองหรือคั่นเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้ทา ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 2 วัน ใช้น้ำแตงกวาที่เตรียมมาทาใบหน้าเป็นประจำจะช่วยลดจุดด่างดำ รอยฝ้าที่เกิดการการผจญแสงแดดและมลพิษระหว่างวัน ช่วยบำรุงผิว
- วิธีที่ 3 ใช้แตงกวาสดปั่นละเอียด 2-3 ผล ผสมกับน้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย หรือ 1/2 ถ้วย ปั่นให้ละเอียด นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก ทำทุกวันก่อนนอน จะเหมาะกับคนผิวแห้ง ทำให้ผิวหน้านุ่มนวลขึ้น
- วิธีที่ 4 ใช้แตงกวาปั่นละเอียด 2-3 ผล โดยผสมกับไข่ขาวดิบตีจนฟู 1 ฟอง น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกทิ้งไว้ 10-15 นาที ช่วยลดความมันบนใบหน้า กำจัดสิวเสี้ยน ทำให้หน้าเกลี้ยงเกลาขึ้น
- วิธีที่ 5 ใช้แตงกวาฝานเป็นแว่นแปะที่ดวงตา แตงกวาสดจะมีเอนไซม์ย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์บริเวณรอบดวงตาเย็น การเกณ้งตัวของกล้ามเนื้อลดลง ริ้วรอยน้อยลง
- วิธีที่ 6 ใช้แตงกวาสดใหม่ทั้งผลปั่นละเอียด ผสมน้ำผึ้งพอเหลว นำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักครู่และล้างออกด้วยน้ำอุ่น ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งแตกเป็นขุย -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ชวนเพื่อนถูกใจเพจ "มูลนิธิหมอชาวบ้าน"
แบ่งปันสาระสุขภาพ เพื่อการพึ่งตนเอง
ร่วมไลค์ ร่วมแชร์ได้ที่...เพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน
http://www.facebook.com/folkdoctorthailand
