คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • บานเย็น
    ชื่ออื่นๆ : จันยาม จำยาม ตามยาม ฯลฯ ไม้ดอกที่ปลูกง่ายด้วยเมล็ด ทั้งสวนกลางแจ้ง ริมริ้ว หรือใส่กระถาง ขึ้นง่ายโตไว ชอบแดด ดอกบานในตอนเย็น ดอกมีสีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง ชมพู บานเย็น หรือหลายสีในดอกเดียวกัน หญิงไทยสมัยแต่ก่อน นำเมล็ดแห้งมาบดเป็นผงละเอียด ใช้ผัดหน้าให้ผิวสวยและไม่เป็นสิว สรรพคุณทางยา ใบรักษาแผลเรื้อรัง กลากเกลื้อน ฝีหนอง ดอกใช้แก้อาเจียน เมล็ดทำแป้งทาแก้ฝ้า ลบรอยด่างดำบนใบหน้า ส่วนรากหรือหัว มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ แก้ตกขาว แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ

    (เครดิตภาพ : Nagano, ตาเชย)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กดไลค์ กดแชร์หมอชาวบ้านได้...ไม่สงวนสิทธิ์
    สืบเนื่องจากมีแฟนคลับหลายท่านกังวลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ใหม่ว่า เนื้อหา ข้อมูลที่ปรากฏในเพจมูลนิธิหมอชาวบ้านน้ันสามารถแชร์ได้หรือไม่

    ขอเรียนชี้แจงว่า ทุกท่านสามารถกดไลค์ กดแชร์เพจมูลนิธิหมอชาวบ้านได้ทุกโพสต์ ทุกเนื้อหา ไม่สงวนสิทธิ์แต่อย่างใด เนื่องจากเพจมูลนิธิหมอชาวบ้าน มีเจตนารมณ์สำคัญ คือ เพื่อเผยแพร่ข้อมูล องค์ความรู้สุขภาพที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ ทันสมัย ซึ่งที่ผ่านมา ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยเผยแพร่ แบ่งปันข้อมูลสู่สังคมวงกว้าง เป็นอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • หอยลายผัดน้ำพริกเผา
    ปัจจุบันหอยลายจะหากินยากโดยเฉพาะตัวโต จะถูกนำขึ้นภัตตาคาร ร้านอาหาร คนส่วนใหญ่ทั่วไปจะซื้อจากตลาดสดทั่วไปในขนาดตัวที่เล็ก อาหารทะเลทุกชนิดควรปรุงและกินขณะที่ยังสด ใหม่ จะอร่อยและมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วน

    ส่วนผสม (สำหรับ 7 ที่) : หอยลายตัวใหญ่เฉพาะเนื้อ 350 กรัม น้ำมันถั่วเหลือง 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมกลีบเล็กทุบ 7 กรัม 1 หัวเล็ก พริกขี้หนูสวนบุบพอแตก 4 กรัม 8 เม็ด น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ใบโหระพา 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีทำ
    1. ล้างหอยลายแช่ในอ่างน้ำ ทุบพริกขี้หนู 4 เม็ด ลงไปในอ่างพักไว้สักครู่ เพื่อให้หอยคายดินออกมา จากนั้นล้างอีกครั้งให้สะอาด ใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ
    2. ตั้งกระทะน้ำมันใช้ไฟร้อนปานกลาง ใส่กระเทียมลงเจียว พอใกล้เหลืองใส่หอยลาย เร่งไฟแรงผัดให้ทั่ว ใส่พริกขี้หนู น้ำพริกเผา น้ำตาลและน้ำมันหอย ผัดพอทั่ว ปิดฝาทิ้งไว้สักครู่ พอหอยสุก เปลือกอ้าใส่ใบโหระพาผัดให้เข้ากันแล้วปิดไฟ
    3. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดใบโหระพาพร้อมเสิร์ฟ

    (เครดิตภาพ : บ่งบ๊ง, dao, -TUM-, Amelia, mayaknight07)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กินช่วยชะลอความชรา
    https://www.youtube.com/watch?v=5dTEwwc26DM

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • 5 โรคที่ไม่อยากให้ผู้สูงอายุได้เป็น

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผิวใส - ได้สุขภาพดี ด้วยตำลึง
    https://www.youtube.com/watch?v=dCffCmuwOZ0

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กินเค็ม...เกิดโรคอะไร
    เมื่อพูดถึง “ความเค็ม” คนส่วนใหญ่จะนึกถึง “เกลือ” ที่ใช้ในการปรุงแต่งรสอาหารให้มีความเค็มหรืออาจใช้ในการถนอมอาหาร ดังนั้นเกลือจึงสื่อถึงรสชาติเค็มของอาหาร “เกลือ” คือสารประกอบทางเคมีที่เรียกว่า “โซเดียมคลอไรด์” และคนทั่วไปมักจะเรียก “เกลือแกง” ที่ใช้ประกอบอาหารว่าโซเดียมคลอไรด์ โซเดียมเป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่ร่างกายต้องการ และร่างกายไม่สามารถผลิตโซเดียมได้เอง จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหารในปริมาณที่เหมาะสม

    ทั้งนี้เราควรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (หรือ 1 ช้อนชา) ส่วนคนที่เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงไม่ควรเกิน 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ปัจจุบันคนไทยบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงกว่าที่ร่างกายต้องการถึง 2 เท่า หรือวันละ 4,000 มิลลิกรัม จากพฤติกรรมต่างๆ เช่น เติมน้ำปลาทุกครั้งที่กินอาหารตามร้านและที่บ้าน ใช้ผงปรุงรสสารพัดชนิดทุกครั้งที่ปรุงอาหารบริโภคอาหารสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป สัปดาห์ละหลายครั้ง

    กินเค็ม เกิดโรคอะไร
    ถึงแม้ “โซเดียม” จะมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่การบริโภคโซเดียมมากเกินไปกลับมีผลเสียต่อสุขภาพ และส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ หลายโรค เช่น
    - ความดันโลหิตสูง คนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่า 11 ล้านคน
    - หัวใจวาย คนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดปีละ 4 หมื่นคน หรือวันละ 108 คน
    - อัมพฤกษ์ อัมพาต คนไทยเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มากกว่า 5 แสนคน
    การกินเค็มจัดทุกวัน มีโอกาสสูงที่หลอดเลือดสมองจะตีบตันหรือแตก ทำให้เป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
    - ไตวาย คนไทยเป็นโรคไต มากกว่า 7.6 ล้านคน มีการประเมินค่าใช้จ่าย “ฟอกเลือดล้างไต” คนละประมาณ 2 แสนบาทต่อปี ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเดินทางไปสถานพยาบาลและค่าเสียเวลาอื่นๆ (ลูกหลานต้องหยุดงานเพื่อพาผู้ป่วยไปฟอกเลือดล้างไต)

    จะเห็นได้ว่าการบริโภคโซเดียมสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร “โซเดียม” จึงกลายเป็นตัวอันตรายในอาหาร หากบริโภคอย่างไม่ระมัดระวัง

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • หูเสือ : แก้ปวดหู บำรุงเลือด
    ชื่ออื่นๆ : ผักหูเสือ หูเสือไทย อีไหล หลึง หอมด่วนหลวง หอมด่วนหูเสือ เนียมหูเสือ ผักฮ่านใหญ่ ฯลฯ ผักพื้นบ้านของชาวอีสานและเหนือ นิยมนำใบสดมาจิ้มน้ำพริกหรือกับแกล้มลาบก้อยต่างๆ เนื่องจากช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี

    สรรพคุณ : แก้ฝีในหู แก้ปวดหู พิษฝีในหู หูน้ำหนวก ห้ามเลือด แก้ท้องอืด แก้ไข้หวัดในเด็ก แก้หอบหืด แก้ไอเรื้อรัง ช่วยขับน้ำคาวปลา แก้ปวดท้อง ช่วยเจริญอาหาร ฯลฯ

    ตำรับยา :
    1.แก้ปวดหู แก้ฝีในหู หูน้ำหวก ใช้ใบสดคั้นเอาแต่น้ำหยอด
    2.แก้ไอ แก้เจ็บคอ
    - ตำรับที่ 1 ใช้ใบจำนวน 4 หรือ 5 ใบ ฉีกให้เป็นชิ้นเล็กๆ ต้มกับน้ำประมาณ 1 ลิตร กินวันละ 3 เวลา ครั้งละครึ่งแก้ว อาจใส่น้ำผึ้งและเกลือเล็กน้อย กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ อุ่นเช้า – เย็น สัก 2 วัน ต้มดื่มเรื่อยๆ จะช่วยให้อาการไอ เจ็บคอดีขึ้นและหายได้
    - ตำรับที่ 2 ใช้ใบหูเสือสด จำนวน 4 - 5 ใบ สับกับหมูไม่ติดมันให้ละเอียด ต้มกินแบบแกงจืด ใส่เกลือป่น กินทั้งน้ำและเนื้อ 2 มื้อ เช้า - เย็น
    - ตำรับ 3 ใช้ใบหูเสือสด กินกับแจ่ว น้ำพริก แก้ไอ แก้หวัด แก้หอบหืด ทำให้หายใจโล่ง
    3.แก้ไอในเด็ก ใช้ใบหูเสือนวดกับเกลือ คั้นเอาน้ำใส่ช้อนทองเหลืองอุ่นให้เดือด แล้วนำไปให้เด็กกิน
    4.แก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก เมื่อถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก เอาใบหูเสือมาล้างให้สะอาดตำ แล้วนำไปโปะตรงที่เป็นแผล จะช่วยให้แผลไม่เปื่อย ไม่พอง ไม่ลุกลาม
    5.ดับกลิ่นปาก แก้ปวดฟัน ป้องกันฟันผุ นำรากหูเสือมาแช่น้ำธรรมดา กิน และอบบ่อยๆ
    6.แก้ไข้ ตัวร้อนในเด็ก นำใบหูเสือมาตำแล้วโปะหน้าผาก หรือกระหม่อมเด็ก จะทำให้ลดไข้ตัวร้อน
    7.บำรุงเลือด ใช้รากต้มกิน แก้ไข้ รักษาเลือดลมให้ปกติ
    8.แก้แมลงสัตว์กัดต่อย แก้แมงป่องต่อย ตะขาบกัด แก้ผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้ใบสดขยี้พอกบริเวณที่มีอาการ

    (เครดิตภาพ : indianaturewatch, frlhtenvis, อัมพร)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • อาการโรคหลอดเลือดสมอง
    พบได้บ่อยในผู้ป่วยผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันในหลอดเหลือดสูง สูบบุหรี่ อ้วน ฯลฯ ส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่ใช่โรคเวรโรคกรรม เป็นโรคที่เกิดจากการขาดการดูแลตนเองที่เหมาะสม กินอาหารรสเค็มจัด หวานจัด มันจัด สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย และสูงวัย

    วิธีสังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมอง หลักๆ มีดังนี้
    1. ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท
    2. แขน ขา อ่อนแรงครึ่งซีก หรือชาครึ่งซีก
    3. พูดลำบาก พูดไม่ชัด นึกคำพูดไม่ออก
    4. วิงเวียนศีรษะ เดินเซ โดยเฉพาะพบรวมกับอาการข้างต้น (ข้อ 1-3)

    (เครดิตภาพ : stroke_org)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : อ้อยควั่น
    ยามสัญจรไปต่างจังหวัดตามเส้นทางหลักๆ แล้ว ของกินชนิดหนึ่งที่มีขายช่วงนี้ คือ อ้อยควั่น บรรจุถุงหรือร้อยเป็นพวงอ้อยควั่นสวยงามราวกับดอกไม้ชนิดหนึ่ง จนอดจอดรถแวะอุดหนุนไม่ได้ พันธุ์อ้อยที่นิยมปลูกกินสด เช่น เมอริชาร์ท สิงคโปร์ สายน้ำผึ้ง สุพรรณบุรี เป็นต้น อ้อยควั่นกินแล้วหอมเย็นชื่นใจชุ่มคอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ และยังช่วยให้ฟันเราขาวสะอาดยิ่งขึ้นอีกด้วย ดีต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยบำรุงหัวใจ แก้เสมหะ แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงกำลัง เจริญอาหาร ขับปัสสาวะ ฯลฯ

    (เครดิตภาพ : strawberry banana&cream, พี่ปลายฟ้า, สุภฎารัตน์, นายเก่าคนก่อน, coribis, Kimleng)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว