คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ผักแว่น : สมานแผล ลดการอักเสบ
    ผักพื้นบ้านกินเป็นผักสดคู่กับน้ำพริก ผักเครื่องเคียงอาหารชนิดต่างๆ ปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงผักแว่น ผัดเผ็ดหมูผักแว่น ฯลฯ อุดมไปด้วยวิตามิน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ให้เส้นใยอาหารสูง สรรพคุณทางยา ใบสด ใช้รักษาแผลเปื่อย แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยใช้ใบสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาดตำละเอียดคั้นเอาน้ำทาบริเวณแผล ลดการอักเสบของแผล น้ำต้มใบสด ช่วยสมานแผลในปากและลำคอ ดื่มระงับอาการร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้ท้องผูก

    (เครดิตภาพ : naphoradio, Nattapol Yotathitikul, บูรงตานี, Munwalk)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กบยัดไส้ย่าง
    "กบยัดไส้ย่าง" "อั่วกบ" หรือ "อังแกบบอบ" ชื่อเรียกภาษาท้องถิ่นคนสุรินทร์ โดยนำกบนาที่หาได้ซึ่งจะให้รสชาติดีกว่ากบเลี้ยงทั่วไป ลอกหนัง ตัดหัวและขา ควักเครื่องในออก นำมาสับ ผสมคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง ใบกะเพรา ตะไคร้ พริก กระเทียม หอมแดง พริกไทย เครื่องปรุงรสต่างๆ แล้วนำมายัดไส้เข้าไปในตัวกบอีกครั้ง เสียบด้วยไม้ไผ่นำไปย่างเตาถ่านอ่อนๆ ให้สุก จะได้ "กบยัดไส้ย่าง" ที่มีรสชาติหอมอร่อยจากเครื่องปรุงพืชสมุนไพรนานาชนิด หรือจะนำกบยัดไส้ไปตากแดดให้แห้งๆ คล้ายเนื้อแดดเดียวไว้กินวันอื่นก็ได้

    (เครดิตภาพ : lekkathaifood, manager_co_th, thaicuisinearoi, MrHotsia, อิศรา, annaontour, siamtakeang, ณ ขณะหนึ่ง)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กระเจียว
    มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ว่านมหาเมฆ ดอกดิน กระชายดง อาว ฯลฯ พบขึ้นอยู่ได้ทุกภาคของไทย แต่พบมากในภาคเหนือ และภาคอีสาน มีสีสวยงาม เช่น สีส้ม สีแดง สีขาว สีชมพู สีเขียว เป็นต้น ดอกกระเจียวจะออกดอกในช่วงฤดูฝน มีอายุบานอยู่บนต้นประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จะเหี่ยวร่วงโรยไป แต่บางสายพันธุ์ก็อาจบานได้นานถึง 1 เดือน หน่ออ่อนและดอกอ่อนของกระเจียว เป็นผักกินกับน้ำพริกหรือใช้แกง และใช้หน่ออ่อนเป็นยาสมานแผล ดอกอ่อนใช้ขับลม เป็นต้น ปัจจุบันกระเจียวกลายเป็นไม้ดอกที่มีชื่อเสียงทั้งในพื้นที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ทุ่งดอกกระเจียวจังหวัดชัยภูมิ และการปลูกเป็นการค้า เป็นไม้ดอกกระถาง ทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

    (เครดิตภาพ : บ๊วยย่น, hongtae, s5015826)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • โรคความดันโลหิตสูง มหันตภัยเงียบที่สุดอันตราย
    ไมเกรน รักษาหาย?, เรียนรู้จากข่าว แมงกะพรุนกล่อง, มหิดล...สีเขียว, เห็ดพิษ...อันตราย, คุณศิริพร โกสุม รับผิดชอบงาน “ต้อง” รับผิดชอบชีวิต, ขิง สู้ไมเกรน และสาระสุขภาพอีกมากมายในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับเดือนกันยายนนี้ วางแผงแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำ และเซเว่นทั่วประเทศ

    สมัครสมาชิก "นิตยสารหมอชาวบ้าน...สุดคุ้ม" ได้ที่สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน โทร. 0-2618-4710 หรือสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaihealthbook.com

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผักกาดนกเขา : แก้คออักเสบ
    ชื่ออื่นๆ : ผักบั้ง ลิ้นปี่ หูปลาช่อน ผักแดง หางปลาช่อน เฮียะเออัง ฯลฯ พบทั่วไปของทุกภาค ยอดอ่อน ใบอ่อน กินผักสดร่วมกับน้ำพริก ลาบ ก้อย ส้มตำขนมจีน แกงเลียง แกงคั่วพริกกับปลาย่าง สรรพคุณทางยาสมุนไพร ใบ คั้นเอาน้ำแก้คออักเสบ แก้เจ็บคอ แก้ร้อนใน ทั้งต้น แก้ไฟลามทุ่ง ฟอกเนื้องอกที่เต้านม แก้ปวดบวม เหง้า แก้บิด ห้ามเลือด แก้มดลูกอักเสบ ชงกับชาดื่มหลังคลอด ขับประจำเดือน

    (เครดิตภาพ : บ้านสวนพอเพียง, boston, ปลายแป้นพิมพ์)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผิวหน้าสวย...ด้วยตำลึง
    ตำลึงผักริมรั้วมากด้วยคุณค่า ช่วยลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมิสอิสระ คนโบราณนิยมใช้ตำลึงเป็นสมุนไพรแก้สิวและพอกหน้าเพื่อทำให้ผิวหน้าสดใส

    การเตรียมตำลึง
    ควรเลือกแต่ใบตำลึงสด ถ้าใช้ตำลึงตัวผู้ โบราณว่าจะได้ผลกว่าตำลึงตัวเมีย และต้องล้างให้สะอาด ก่อนที่จะนำมาปั่นเป็นครีมหรือคั้นเอาน้ำ

    วิธีการใช้
    - วิธีที่ 1 ใช้ใบตำลึงสดคั้นเอาแต่น้ำ ชุบสำลีแปะบนหัวสิวสักครู่ ประมาณ 5-10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำบ่อยๆ สิวอักเสบจะหายได้และไม่มีรอยแผลจากหัวสิวด้วย
    - วิธีที่ 2 ใช้ใบตำลึงประมาณ 1 กำมือ น้ำสะอาด 2-3 ช้อนโต๊ะ ปั่นเข้าด้วยกันจนเป็นครีม นำข้าวสาร (ถ้าเป็นข้าวกล้องได้ก็ดี) 2 ช้อนชาไปแช่น้ำจนนิ่มนำไปบดให้ละเอียด แล้วผสมกับครีมตำลึง นำไปพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้งจึงล้างออก จะช่วยกำจัดพิษบนใบหน้า แก้สิว ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น หรือหากไม่สะดวกในการเตรียมข้าวสาร จะใช้ครีมตำลึงอย่างเดียวก็ได้

    (เครดิตภาพ : เพชรน้ำหนึ่ง)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ตำทุเรียน
    หลายท่านอยากกินทุเรียนขึ้นมาแต่กังวลเรื่องน้ำหนักหรือผู้ที่ต้องควบคุมอาหาร เนื่องจากทุเรียนมีน้ำตาลสูง ขอแนะนำ "ส้มตำทุเรียน" เมนูที่ควบรวมคุณค่าทางโภชนาการของพืชผักสมุนไพรส่วนผสมเครื่องปรุงส้มตำและทุเรียนได้อย่างลงตัวไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากให้ไขมันต่ำ มีกากใยอาหารสูง และคุณค่าสรรพคุณทางยาเครื่องปรุง กินได้ทุกเพศทุกวัย

    (เครดิตภาพ : บ้านไร่นาเรา)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • โรคคางทูม
    เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสของต่อมน้ำลายที่อยู่บริเวณข้างหู และอาจรวมทั้งต่อมน้ำลายที่อยู่ใต้ลิ้นและใต้คาง ทำให้เกิดอาการอักเสบบวมของบริเวณคาง ดูคล้ายคางทูม โรคนี้มักจะหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ การรักษาแบบพื้นบ้าน เช่น เขียนเสือที่ข้างแก้ม เสกปูนแดงป้ายหรือใช้ครามป้ายแล้วได้ผล

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1L5VQ3P

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ถั่วแดง...ดีต่อร่างกาย
    ถั่วแดงเป็นถั่วที่มีรูปร่างคล้ายไตคน ทั้งนี้ถั่วแดงที่นิยมบริโภคในบ้านเรามี 2 ชนิด คือ ถั่วแดงหลวง จะมีเมล็ดใหญ่และแข็ง ส่วนอีกชนิดคือ ถั่วอะซึกิหรืแถั่วแดงญี่ปุ่น ขนาดของเมล็ดจะเล็กกว่า และทำให้สุกง่ายกว่าถั่วแดงหลวง โดยถั่วแดงนั้นให้คุณค่าทางโภชนาการดีต่อสุขภาพ ถือเป็นอาหารต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี เนื่องจากถั่วแดงมีสารจำพวกฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านมะเร็งและป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ และยังเป็นแหล่งของเส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต ดีต่อผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดระดับน้ำตาลในเลือด

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • อาการ “หลัง” กินเห็ดพิษ
    ช่วงฤดูฝนของทุกปีจะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากประชาชนนิยมเก็บเห็ดป่ามากิน แต่เนื่องจากมีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งแต่ละปีจะพบผู้ป่วยจากการกินเห็ดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก และพบผู้เสียชีวิตทุกปี

    ประเทศไทยมีเห็ดพิษหลายชนิด สำหรับชนิดที่มีพิษต่อตับได้แก่ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียก “เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไขตายซาก” อยู่ในกลุ่มเห็ดที่คล้ายกับเห็ดระโงกขาว หรือเห็ดไข่ห่าน สำหรับช่วงเวลาเสี่ยงอันตรายที่สุดของเห็ดระโงกพิษ คือช่วงดอกตูม เพราะเห็ดสกุลนี้ขณะดอกอ่อนจะมีลักษณะเหมือนกันหมด แยกได้ยากจากเห็ดที่กินได้ และสารพิษนั้นทนความร้อน แม้จะปรุงสุก เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษได้

    กินเห็ดพิษ “อาการ” เป็นอย่างไร
    - หลังกินเห็ดพิษแล้วจะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือรักษากับหมอพื้นบ้าน จะต้องรีบนำผู้ป่วยพบแพทย์ แจ้งประวัติการกินเห็ดโดยละเอียด พร้อมตัวอย่างเห็ดพิษและควรนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ

    - เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียนภายใน 24 ชั่วโมงแรก แต่หลัง 24 ชั่วโมงไปแล้ว อาจมีอาการรุนแรงตามมาคือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้

    - เมื่อได้รับอันตรายจากเห็ดพิษ แนะนำไปโรงพยาบาลดีกว่า เนื่องจากเห็ดพิษมีประมาณ ๗ ชนิดในประเทศไทย ความเป็นพิษไม่เหมือนกัน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว