ทองหลาง
ชื่ออื่นๆ : ทองหลางด่าง ทองหลางลาย ปาริชาติ ฯลฯ คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นทองหลางไว้ จะทำให้มีทองมาก มีความร่ำรวย เพราะทองหลางเป็นไม้มงคลนาม คือมีทองมากมายหลากหลาย หากนำใบทองหลางไปใช้เป็นเครื่องประกอบในพิธีสำคัญทางศาสนา จะทำให้เกิดสิริมงคลยิ่งขึ้น เช่น พิธีปลูกบ้าน พิธีแต่งงาน เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ยังมีความเชื่ออีกว่า ต้นทองหลางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกบนสวรรค์ในสมัยพุทธกาล จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นประวาลพฤกษ์ หรือ ต้นปาริชาต เพื่อความเป็นสิริมงคล ควรปลูกต้นทองหลางไว้ทาง ทิศเหนือ ผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดในปีมะแม เพราะต้นทองหลางเป็นต้นไม้ประจำปีมะแม ถ้าหากผู้อาศัยในบ้านเกิดปีมะแมด้วยแล้วก็จะเป็นมงคลมากยิ่งขึ้น
คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
กิน “ข้าวกล้อง” เป็นยา
การที่ข้าวเปลือกถูกขัดสี ทำให้สูญเสียสารอาหารไปเป็นจำนวนไม่น้อย ยิ่งขัดสีเป็นข้าวขาวหลายครั้งเท่าไร สารอาหารยิ่งเหลือน้อยลงไป การหันกลับมากินข้าวกล้อง เหมือนบรรพบุรุษของเรา จึงเป็นวิถีชีวิตที่ถูกต้อง ช่วยไม่ให้เป็นโรคอันไม่ควรจะเป็น เนื่องจากขาดสารอาหารวิธีหุงข้าวกล้อง
1. ก่อนซาวข้าวควรเก็บสิ่งแปลกปลอมออกเสียก่อน และซาวข้าวเบาๆ ด้วยเวลาสั้นๆ เพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้วิตามินสูญเสียไปกับน้ำซาวข้าว
2. การหุงข้าวกล้องนั้น ต้องใส่น้ำมากกว่าหุงข้าวขาว การหุงข้าวกล้อง 1 ส่วนจึงควรเติมน้ำประมาณ 2-3 เท่า ถ้าจะให้ประหยัดเวลาหุง ควรแช่ข้าวกล้องก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง วิธีนี้อาจทำให้สูญเสียวิตามินบางอย่างที่ละลายน้ำไปบ้าง แต่ไม่แนะนำให้แช่ข้าวเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะข้าวที่มีสี แต่ถ้าจำเป็นต้องแช่ข้าว แนะนำให้ใช้น้ำที่แช่ข้าวนำกลับไปใช้ในการหุ้ง เพื่อลดการสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระในข้าว โดยเฉพาะข้าวสี
3. สำหรับข้าวใหม่หรือข้าวเก่านั้น จะมีผลต่อการหุงต้มเช่นกัน เพราะข้าวใหม่เมื่อหุงสุกจะมีลักษณะเมล็ดข้าวติดกันมาก ส่วนข้าวเก่าเมื่อหุงสุกการติดกันของเมล็ดข้าวจะน้อย เนื่องจากข้าวเก่าเมล็ดข้าวจะแห้งกว่าข้าวใหม่เหตุนี้จึงทำให้บางท่านหุงข้าวแล้วบอกว่าใช้น้ำมากเท่าเดิมทำไมข้าวจึงแฉะหรือร่วน ซึ่งก็ต้องถามผู้ขายว่า เป็นข้าวเก่าหรือข้าวใหม่ ส่วนจะให้แฉะหรือร่วนแล้วแต่จะชอบ ผู้หุงข้าวจึงต้องใส่น้ำให้เหมาะสมหรือต้องใช้ศิลปะในการหุงเช่นกัน
ฝึกกินข้าวกล้อง
1. คนที่เพิ่งหัดกินข้าวกล้อง อาจใช้วิธีง่ายๆ คือนำข้าวกล้องผสมกับข้าวขาวในอัตราส่วน 1 : 2 โดยแช่ข้าวกล้องก่อนนำไปหุงรวมกับข้าวขาว เพื่อจะได้สุกพร้อมๆ กัน และค่อยๆ เพิ่มปริมาณข้าวกล้อง จนเปลี่ยนเป็นข้าวกล้องทั้งหมด ท่านก็จะกินข้าวที่ได้คุณค่าอาหารอย่างเต็มที่
2. การกินข้าวกล้องก็คือควรกินขณะยังอุ่นๆ โดยทั่วไป พอข้าวสุก ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุประมาณ 5-10 นาทีแล้วควรรีบกิน ข้าวจะนุ่มกินได้ง่าย และให้ค่อยๆ เคี้ยวพอละเอียด จะได้รสชาติหวานอร่อยของข้าวกล้อง
3. ควรกินข้าวกล้องที่สุกแล้วให้หมดในมื้ออาหารนั้น เพราะข้าวกล้องบูดเสียได้ง่ายกว่าข้าวขาวทั่วๆ ไป -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม
ต้อนรับวิสาขบูชา ไขรหัส 3 ส. "ชีวิตสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ด้วย 3 ส. ที่เชื่อมโยง เป็นฐานชีวิตของคนเรา"โดยการนำของวิทยากรผู้ร่วมก่อตั้งทีม Banana Solution ที่กำลังดังในขณะนี้ทั้งกระแสออนไลน์และออฟไลน์ อาจารย์กอบชัย ปฐมโพธิภัทรสุข (กล้วยกอบ) วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2559 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4
*** มีบันทึกวิดีโอตลอดการบรรยาย ติดตามดูย้อนหลังได้ทางเฟชบุ๊คและเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ***
สมัครเข้าอบรมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และอายุ ส่งมาที่ E-mail: [email protected] หรืือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line: Folkdoctor, facebook: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เว็บไซต์ www.doctor.or.th
จัดโดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
10 วิธีบริหารจิตในชีวิตประจำวัน
การบริหารจิตมีผลต่อสุขภาพกาย สมองและจิตใจพอๆ กับการบริหารกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลต่อการพัฒนาสมองด้วยการกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่และการปรับวงจรใหม่ของเซลล์สมอง ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาจิตใจให้สมบูรณ์และมีความสุขสงบเย็นอีกต่อหนึ่งการบริหารจิตควรทำให้เป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอรวบรวมไว้ 10 วิธี ดังนี้
1. ออกกำลังกาย เช่น วิ่งเหยาะ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก ฝึกชี่กง รำมวยจีน (ไท้เก๊ก) ฝึกโยคะ เป็นต้น
2. นอนหลับให้เพียงพอ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง การนอนหลับดีมีผลต่อการพัฒนาสมองหลีกเลี่ยงการอดนอนและการมีอารมณ์เครียดติดต่อกันนานๆ เพราะมีผลลบต่อร่างกาย สมองและจิตใจ
3. บริโภคอาหารสุขภาพตามหลักธงโภชนาการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดหวาน มัน เค็ม หันมากินปลา กินผักและผลไม้ให้มากๆ ไขมันโอเมก้า-๓ ในปลา (เช่น ปลาดุก ปลาช่อน) มีผลดีต่อการสร้างเซลล์สมองใหม่
4. หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยการอ่าน การฟัง การค้นคว้า การหาประสบการณ์ใหม่ๆ การคิดใคร่ครวญ การถาม การบันทึก ตามหลัก “สุ. จิ. ปุ. ลิ.” ควบคู่กับการฝึกใช้ความคิดเป็นประจำ
5. ฝึกสมาธิ เช่น ฝึกอานาปานสติ สวดมนต์ ไหว้พระ เดินจงกรม ทำละหมาด อธิษฐานจิต วันละอย่างน้อย 1-2 ครั้ง นานครั้งละ 5-10 นาที ช่วยให้จิตใจมั่นคง สงบนิ่ง ไม่วอกแวก ฟุ้งซ่าน6. เจริญสติ - รู้ตัวกับอิริยาบถและกิจกรรมต่างๆ เช่น ระลึกรู้ตัวอยู่กับการนั่ง นอน ยืน เดิน การเคลื่อนไหวจังหวะขณะออกกำลังกายต่างๆ การทำกิจวัตรประจำวัน
7. ฝึกใช้ลมหายใจเป็นระฆังแห่งสติ เราสามารถตามรู้ลมหายใจเข้า–ออก ในการทำอานาปานสติ ในการเจริญสติต่างๆ
8. ฝึกพักใจและสมองเป็นระยะๆ ในแต่ละวัน เช่น หยุดคิด โดยหันมาชื่นชมธรรมชาติ (สายลม แสงแดด ก้อนเมฆ สายฝน สายน้ำ ตะวันขึ้น ตะวันตกดิน ต้นไม้ ดอกไม้) หรือศิลปกรรม (เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย รูปปั้น แจกันดอกไม้) นานครั้งละ 1/2 ถึง 1 นาที
9. เจริญปัญญาจากการสังเกตธรรมชาติของสรรพสิ่ง ว่าล้วนเกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัยมากมายที่มีการแปรเปลี่ยน ไม่คงที่ตลอดเวลา
10. ฝึกคิดดี-พูดดี-ทำดี ให้เป็นนิสัย ช่วยถ่วงดุลกับธรรมชาติของจิตที่มักคิดลบซึ่งเป็นไปตามกลไกสมองที่มักถูกครอบงำด้วยความมีอัตตาตัวตน นิสัยความเคยชิมเดิม และอารมณ์ลบ -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
หมากหลอด
ชื่ออื่นๆ : สลอด, สลอดต้น, หมากทาง, หมากยอง, มะข่าง, มะคัง, มะหลอด, ส้มหลอด, มะตอด ฯลฯ ผลไม้พื้นบ้าน พบมากบริเวณพื้นที่มีภูเขาล้อมรอบ บริเวณที่มีความชื้นสูง ตามทุ่งนาหรือปลูกกันตามบ้านเรือนชนบท ผลดิบส้มตำ แกงส้ม ผลสุกใช้บริโภคสด และแปรรูปเป็นผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม และที่นิยมในขณะนี้คือทำไวน์ หมากหลอดมีสารโพลีฟีนอล ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ ขับสารที่ไม่พึงประสงค์ และในตัวหมากหลอดยังมีวิตามินเอ มากที่สุด รองลงมาคือ วิตามินอี วิตามินซี และยังมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะมีประโยชน์ มีผลดีต่อสุขภาพแก่ผู้สูงอายุมาก มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง มีเกลือแร่ และมีกรดไขมันดูดซับไขมันได้ดีสรรพคุณ
ยาพื้นบ้านล้านนาใช้เนื้อในเมล็ดผสมเหง้าสับปะรด 7 แว่นกับสารส้มขนาดเท่าหัวแม่มือ ต้มแล้วนำน้ำมาดื่มแก้โรคนิ่ว รากใช้ผสมรากเติ่ง แช่เหล้าที่ทำจากข้าวเหนียวตำ กินแก้ปวดกระดูกปวดหัว เข่าเดินไม่ได้ ดอกและผลกินเป็นยาสมาน คุมธาตุ ใบกินบำรุงเนื้อหนังให้สมบูรณ์ ผลใช้แก้คลื่นเหียนอาเจียน
เถาใช้แก้ไข้พิษ เปลือกต้นใช้ขับเสมหะ ดอกใช้แก้ริดสีดวงจมูก แก้ปวดศรีษะ แก้โรคตา(เครดิภาพ : Arima, manager, ist_cmu, พิกุล, จริง)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม
ต้อนรับวิสาขบูชา ไขรหัส 3 ส. "ชีวิตสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ด้วย 3 ส. ที่เชื่อมโยง เป็นฐานชีวิตของคนเรา"โดยการนำของวิทยากรผู้ร่วมก่อตั้งทีม Banana Solution ที่กำลังดังในขณะนี้ทั้งกระแสออนไลน์และออฟไลน์ อาจารย์กอบชัย ปฐมโพธิภัทรสุข (กล้วยกอบ) วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2559 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4
*** มีบันทึกวิดีโอตลอดการบรรยาย ติดตามดูย้อนหลังได้ทางเฟชบุ๊คและเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ***
สมัครเข้าอบรมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และอายุ ส่งมาที่ E-mail: [email protected] หรืือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line: Folkdoctor, facebook: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เว็บไซต์ www.doctor.or.th
จัดโดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
สมาร์ทโฟนกับสุขภาพ
ปัจจุบันแนวโน้มของการใช้งานโทรศัพท์รูปแบบของสมาร์ทโฟนมีความทันสมัยมากขึ้น จากปริมาณการใช้งานอย่างต่อเนื่องจึงอาจส่งผลต่างๆ ดังนี้สมาร์ทโฟนกับการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น
1. การใช้นิ้วชี้จิ้ม หากต้องกดตัวอักษรด้วยนิ้วโป้ง จะต้องงอและเกร็งนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้าง การกดลักษณะนี้บ่อยๆ อาจส่งผลทำให้เป็นโรคกลุ่มอาการอักเสบของเอ็นข้อมือโคนนิ้วโป้ง และการอักเสบของเอ็นที่นิ้วมือจนทำให้เกิดอาการนิ้วโป้งล็อก ซึ่งพบได้บ่อย
2. การถือสมาร์ทโฟนนานๆ ขณะใช้งาน อาจส่งผลทำให้เกิดอาการปวดบ่าและคอ เนื่องจากกล้ามเนื้อบ่าจะทำงานในลักษณะเกร็งคงค้าง
3. ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนและตัวอักษรที่มีขนาดเล็ก ทำให้มองหน้าจอลำบาก จึงต้องก้มคอเพื่อให้มองดูหน้าจอได้ถนัดขึ้น ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อคอและสายตาต้องทำงานหนัก ทำให้ปวดคอและตาได้ความเครียดกับการใช้สมาร์ทโฟน
การรับข้อมูลข่าวสารที่ส่งมาบ่อยๆ อาจส่งผลต่อสมาธิในการทำงาน หากบ่อยมากขึ้น อาจเป็นการรบกวนสมาธิการทำงาน จนก่อให้เกิดความเครียดและการตึงตัวของกล้ามเนื้อ หายใจติดขัดภาวะความเครียดกับสมาร์ทโฟนนี้ สามารถสังเกตได้ชัดว่าเราเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เครียด
กรณีที่ 1 มักจะมีความกังวลเมื่อลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน
กรณีที่ 2 เมื่อเที่ยวไกลๆ แล้วไม่มีสัญญาณของโทรศัพท์ ถ้ามีลักษณะดังกรณีที่ 1 ถือว่าค่อนข้างเครียดกับการใช้โทรศัพท์ใช้สมาร์ทโฟนอย่างปลอดภัย
คงเป็นเรื่องยากถ้าจะหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟน ดังนั้นจึงควรรู้จักใช้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและห่างไกลจากการบาดเจ็บมากที่สุด ดังนี้
1. ใช้งานพิมพ์ด้วยนิ้วมือเท่าที่จำเป็น
2. ใช้การพูดผ่านทางโทรศัพท์ หรือข้อความเสียง แทนการพิมพ์
3. หลีกเลี่ยงการใช้งานต่อเนื่องนานๆ อาจทำการพักบ้างเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ
4. ให้ยกสมาร์ทโฟนให้สูงขึ้นเพื่อลดการก้มคอและศีรษะ โดยอาจใช้หมอนรองแขนเพื่อลดการเกร็งตัวของบ่า
5. หากต้องการใช้สมาธิในการทำงาน ควรปิดการสื่อสารชั่วคราว
6. ขณะพัก ให้ทำการยืดเหยียดนิ้วและแขนให้สุด สลับกับการกำมือแน่น ช้าๆ สัก 10 ครั้ง หรืออาจทำการนวดคลายกล้ามเนื้อและเอ็นด้วยตนเองบ้าง -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
แกงจืดแตงกวายัดไส้หมู
แตงกวา ผักสามัญประจำครัว คนไทยกินแตงกวาหลากหลายรูปแบบ เช่น แตงกวาดอง แตงกวาอาจาด ยำแตงกวา ผัดแตงกวา ส้มตำแตงกวา แกงจืดแตงกวา หรือกินสดๆ กับน้ำพริกหรือแนมกับอาหารจานเดียว เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวหมกไก่ ข้าวผัด ที่น่ามหัศจรรย์ คือ น้ำจากแตงกวามีคุณสมบัติเย็น และรักษาความสดไว้ได้นานเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่นๆ(เครดิตภาพ : สองหนุ่มเนื้อหอม, suradej, namnaja)
รายละเอียด :>> http://bit.ly/1sgdGCo
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
น้ำสมุนไพรรางจืด : สุดยอดสรรพคุณล้างพิษ
คนไทยมีการใช้ประโยชน์จาก “รางจืด” ในด้านสรรพคุณล้างพิษ แก้พิษมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นพิษยาเบื่อ ยาสั่ง ยาฆ่าแมลง พืชพิษ เห็ดพิษ รวมไปถึงพิษสุรา และยาเสพติด พิษงู แมลงป่อง หรือ ตะขาบ และปัจจุบันยังได้มีการวิจัยพบว่า “รางจืด” มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านไวรัสโรคเริม และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่สูงมากวิธีทำ :
นำใบรางจืดแบบสด จำนวน 5 - 7 ใบ ล้างให้สะอาด ใส่ต้มกับน้ำสะอาด จำนวน 1,500 ซีซี หรือประมาณ 1 กา ต้มจนเดือด และตามด้วยการต้มด้วยไฟอ่อน ๆ อีก 10 นาที อาจผสมใบเตยหอม น้ำตาล หรือ ใบหญ้าหวานเล็กน้อย เพื่อแต่งกลิ่นและเพิ่มรสชาติตามใจชอบสามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น โดยใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว (จำนวน 250 ซีซี) วันละ 4 - 5 ครั้ง หรือเมื่อมีอาการ แต่อย่างไรก็ตาม “รางจืด” ทางแพทย์แผนไทยใช้เป็นยาซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้ร่างการเกิดความเย็นมากเกินไปได้เช่นกัน
(เครดิต : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม
ต้อนรับวิสาขบูชา ไขรหัส 3 ส. "ชีวิตสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ด้วย 3 ส. ที่เชื่อมโยง เป็นฐานชีวิตของคนเรา"โดยการนำของวิทยากรผู้ร่วมก่อตั้งทีม Banana Solution ที่กำลังดังในขณะนี้ทั้งกระแสออนไลน์และออฟไลน์ อาจารย์กอบชัย ปฐมโพธิภัทรสุข (กล้วยกอบ) วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2559 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4
*** มีบันทึกวิดีโอตลอดการบรรยาย ติดตามดูย้อนหลังได้ทางเฟชบุ๊คและเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ***
สมัครเข้าอบรมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และอายุ ส่งมาที่ E-mail:
[email protected] หรืือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line: Folkdoctor, facebook: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เว็บไซต์ www.doctor.or.thจัดโดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)
