คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ข้าวต้มมัด
    ขนมพื้นบ้านมรดกภูมิปัญญาไทย ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ขึ้นทะเบียน ปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาของไทย เมื่อปี 2557 ข้าวต้มมัดนิยมทำกินทั่วไป เนื่องจากวัตถุดิบหาง่าย เช่น ข้าวเหนียว กล้วยน้ำวาสุก ถั่วดำ มะพร้าว ฯลฯ ทั้งนี้ตามชุมชนท้องถิ่นมักนิยมทำข้าวต้มมัดในหน้าเทศกาลงานบุญสำคัญ ทำบุญถวายพระ หรือทำกินในหมู่เครือญาติ ชวนกันล้อมวงห่อข้าวต้มมัด ใช้เวลาทำไม่นานก็ได้กิน รสชาติอร่อยหวาน มัน มีคุณค่าทางโภชนาการ

    (เครดิตภาพ : AuN NK, กิน ๆ เที่ยว ๆ, Diary Of Us, secreate)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • มะเขือเทศกับสารไลโคพีน
    มะเขือเทศที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวันไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้เป็นอาหาร ในมะเขือเทศมีกรดอินทรีย์ น้ำตาล วิตามิน A, B, C และสารสำคัญในกลุ่มแคโรทีนอยด์อย่างไลโคพีน (lycopene) ที่ทำให้มะเขือเทศมีความโดดเด่นเหนือพืชผักอื่นๆ

    "สารไลโคพีน" มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ต้านการอักเสบ ช่วยลดไขมันและน้ำตาลในเลือด และมีฤทธิ์ต้านมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งต่อมลูกหมาก การศึกษาทางคลินิกจำนวนมากพบว่า การบริโภคมะเขือเทศสด ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ สารสกัดมะเขือเทศ และสารไลโคพีน สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ อีกทั้งยังช่วยลดขนาดและยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งดังกล่าวด้วย

    หลายๆ คนอาจคิดว่าการรับประทานผักสดเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้สารสำคัญในพืชผักเยอะๆ แต่ในกรณีของสารไลโคพีน ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารไลโคพีนในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะเขือเทศ (ที่น้ำหนักเท่ากัน) เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น ซุปมะเขือเทศเข้มข้น มะเขือเทศปรุงสุก มะเขือเทศผง และมะเขือเทศสด ทำให้สามารถเรียงลำดับปริมาณของไลโคพีนจากน้อยไปมากได้ดังนี้ มะเขือเทศสด < มะเขือเทศปรุงสุก < ซุปมะเขือเทศเข้มข้น < น้ำมะเขือเทศ < ซอสมะเขือเทศ < มะเขือเทศผง < ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น

    จะเห็นได้ว่ามะเขือเทศที่ผ่านกระบวนการและความร้อน จะมีปริมาณของสารไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศสด แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคมะเขือเทศสดก็จะทำให้ได้วิตามินและสารอื่นๆ ที่สลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตแทน ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกรับประทานมะเขือเทศในรูปแบบใด ก็ได้ประโยชน์

    (เครดิต : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เล็บแมว
    ชื่ออื่น : หนามเล็บแมว แก้วมือไว เล็บเหยี่ยว มะตันขอ ฯลฯ ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบคล้ายใบพุทรา มีหนามตามกิ่ง พบตามป่าผลัดใบ ป่าเบจพรรณ ป่าดิบเขาทั่วไป ผลสุกช่วงพฤศจิกายน – ธันวาคม นิยมกินทั้งเนื้อทั้งเมล็ด แต่กว่าจะได้กินต้องเลือดตกยางออกพอสมควร หนามเกี่ยวมือ เกี่ยวเสื้อบ้าง เพื่อแลกกับความอร่อยหวานอมเปรี้ยว สรรพคุณทางยา หมอพื้นบ้านใช้เปลือกและรากต้มดื่มขับปัสสาวะ ผลช่วยให้ชุ่มคอ แก้เสมหะ

    (เครดิตภาพ : สวนชะอุ่มผล, ไมก้า, เเมงสะดิ้ง, postjung_com, Tenk Happy, TANANNOP)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • การปฐมพยาบาล : การห้ามเลือด
    แนะนำปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับห้ามเลือด
    1.สำหรับภาวะเลือดออกภายนอก การกดแขนพับเพื่อห้ามเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลใหญ่ใต้ศอกลงไป การห้ามเลือดกำเดา
    2.สำหรับภาวะเลือดออกภายใน การห้ามเลือดทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย แต่สามารถช่วยปฐมพยาบาล

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/23Bfbh9

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ยำรวมเห็ดกุ้งสด
    เห็ดนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย อาหารที่ปรุงจากเห็ดจะมีรสชาติดี เห็ดบางชนิดมีสรรพคุณทางยา บางชนิดเป็นพิษต่อร่างกาย คุณค่าทางอาหารแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับผัก คือ มีวิตามิน เกลือแร่ โดยเฉพาะโปรตีนในเห็ดจะมีคุณภาพดีกว่าในผัก

    ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) : เห็ดนางฟ้าฉีก 25 กรัม เห็ดฟางหั่นตามยาว 40 กรัม เห็ดหูหนูสดหั่นเป็นริ้ว 30 กรัม เห็ดหอมสดหั่นตามขวาง 16 กรัม หอมหัวใหญ่ซอยบางๆ 20 กรัม ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน 8 กรัม แครอตซอย 20 กรัม น้ำปลา 12 กรัม น้ำมะนาว 10 กรัม กระเทียมสับ 3 กรัม น้ำตาลมะพร้าว 10 กรัม พริกขี้หนูสับ 3 กรัม กุ้งสดแกะเปลือกผ่าหลังลวก 30 กรัม

    วิธีทำ : นำกุ้งและเห็ดแต่ละชนิดลวกพักไว้ นำกระเทียมสับ พริกขึ้หนูสับผสมรวมกันปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาว คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วใส่กุ้งและเห็ดลวกลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่แครอตซอย หอมหัวใหญ่ซอย คลุกเบามือให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง แล้วโรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย

    (เครดิตภาพ : udon-news, mrs.kimwon)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แคทอง : รักษาแผลเรื้อรัง
    ดอกสีเหลืองสวยงาม เป็นพรรณไม้พวกเดียวกับแคแดง แคแสด แต่เรามักพบดอกสีแดงหรือแสดแทน แต่สีเหลืองนั้นหายากทีเดียวนอกจากปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว ยังมีสรรพคุณทางด้านสมุนไพร โดยเฉพาะเปลือกใช้รักษาแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง ส่วนใบและดอก ใช้พอกแผล เพื่อรักษาแผลเรื้อรัง มีรายงานวิจัยเรื่องสารสกัดจากเปลือกต้นแคทอง แคแสด ที่นำมาทำครีมในวงการการแพทย์ทางเลือก เพราะสารสกัดนั้นสามารถต้านเชื้อโรคที่ทำให้แผลอักเสบ เป็นหนองและแผลหายยากได้

    (เครดิตภาพ : D140, ดอกสารภี, กานดา แสนมณี)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แมงลัก : ผักริมรั้วมากคุณค่า
    เป็นพืชล้มลุกอยู่ในสกุลเดียวกับกะเพราและโหระพา ต่างกันที่กลิ่น ใบจะมีสีเขียวจางกว่าใบกะเพรา ใบแมงลักใช้กินสด ใส่สลัดผัก ประดับจานอาหาร ส่วนมากในประเทศไทยจะกินกับขนมจีน หรือใส่แกงเลียงและแกงต่างๆ ผลที่คนไทยเรียกว่าเมล็ดแมงลักใช้ทำขนมน้ำแข็งไส ใส่ไอศกรีม ใส่น้ำเต้าหู้ หรือใส่ในวุ้น

    สรรพคุณทางยา
    1.ขับลมในลำไส้ อาหารไม่ย่อย อาการอึดอัด แน่นไม่สบายท้อง ให้นำต้นและใบแมงลักต้มน้ำดื่ม
    2.ขับเหงื่อ เมื่อมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่ค่อยสบาย นำต้นและใบแมงลักต้มน้ำดื่ม
    3.บรรเทาอาการหวัด อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หลอดลมอักเสบ ใช้ใบแมงลัก 1 กำมือล้างสะอาด โขลกคั้นน้ำดื่ม 1 ถ้วยตะไลบรรเทาอาการดังกล่าว สำหรับกรณีของหลอดลมอักเสบให้คั้นน้ำดื่ม 1 ถ้วยตะไล 3 เวลาเช้า-กลางวัน-เย็น
    4.บรรเทาอาการผื่นคัน พิษจากพืช พิษสัตว์กัดต่อย หรืออาการคันจากเชื้อรา ใช้ใบแมงลักสดโขลกพอกบริเวณที่มีอาการ และเปลี่ยนยาบ่อยๆ
    5.แก้ท้องร่วงท้องเสีย ใบแมงลักสัก 2 กำมือ ล้างสะอาด โขลกบีบคั้นน้ำดื่ม แก้ท้องร่วงได้

    6.เพิ่มน้ำนมแม่ ให้แม่ที่ให้นมลูกกินแกงเลียงหัวปลี ใส่ใบแมงลัก และให้ลูกดูดหัวน้ำนมบ่อยๆ เพิ่มการสร้างน้ำนมแม่
    7.บำรุงสายตา ใบแมงลักมีวิตามินเอสูง การกินใบแมงลักเป็นประจำช่วยบำรุงสายตา
    8.บำรุงเลือด แก้โลหิตจาง ใบแมงลักอุดมด้วยธาตุเหล็กช่วยบำรุงโลหิต
    9.เสริมสร้างกระดูก ใบแมงลักมีแคลเซียมสูงช่วยบำรุงกระดูก
    10.ยาระบาย ใช้เมล็ดแก่ของแมงลัก สัก 1 ช้อนชาแช่น้ำ 1 แก้ว ปล่อยให้พองตัวดีแล้ว เติมน้ำตาลเล็กน้อย ดื่มแก้ท้องผูก แนะนำให้ใช้กับหญิงตั้งครรภ์และแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเอง ที่ไม่ต้องการภาวะท้องผูกเพราะเป็นการแก้ปัญหาแบบธรรมชาติ
    11.ใช้ลดความอ้วน เปลือกผล (ที่เรียกเมล็ดแมงลัก) มีสารเมือกซึ่งสามารถพองตัวในน้ำได้ 45 เท่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินอาหารที่มีกาก ใช้ผลแมงลัก 1-2 ช้อนชาแช่น้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้จนพองตัวเต็มที่ กินก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง ดื่มน้ำตาม ช่วยให้กินอาหารได้น้อยลง ลดปริมาณพลังงานอาหาร ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัว จำนวนครั้งในการขับถ่ายและปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้น ลดอาการท้องผูกด้วย

    ** ข้อควรระวังการใช้แมงลัก ถ้าใช้เมล็ดแมงลักที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ จะทำให้มีการดูดน้ำจากลำไส้เกิดอาการขาดน้ำ และอาจเกิดอาการลำไส้อุดตันได้ (โดยเฉพาะแมงลักที่บดเป็นผง)

    (เครดิตภาพ : Charity, Professional, หนูรี, pirun)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เคล็ดลับรักษาโรคไมเกรน
    “อากาศร้อน” ส่งผลให้ผู้ที่เป็น “ไมเกรน” มีโอกาสปวดศีรษะได้บ่อย อากาศร้อนเป็นปัจจัยที่สำคัญกระตุ้นอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน อาการที่โดดเด่น คือ ปวดตุบๆ (ตามจังหวะชีพจร) ที่ขมับข้างเดียวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง และมักคลำได้เส้นเลือดที่ขมับนั้นพองโตขึ้นกว่าปกติ มักมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย อาการจะแย่ลงเมื่อโดนแสง เสียง หรือยังฝืนเคลื่อนไหวไปมา หากปล่อยไว้ ไม่ดูแลรักษา ก็จะปวดติดต่อกันอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง ก็จะทุเลาไปได้เอง อาการปวดไม่ถึงกับรบกวนการนอนหลับ คือกลางคืนหลับได้ แต่หลังจากตื่นขึ้นมาก็จะปวดต่อจนครบระยะของมัน

    เคล็ดลับในการรักษาโรคไมเกรน
    1. รีบกินยาแก้ปวดทันทีที่รู้สึกมีอาการกำเริบ บางคนอาจมีอาการเตือนก่อนปวด เช่น เห็นภาพแปลกๆ (เห็นแสงสว่างวับๆ หรือ เห็นภาพพร่ามัว) บางคนมีอาการมึนๆ หรือปวดกรุ่นๆ ก่อนจะปวดแบบตุบๆ ให้รีบกินยาแก้ปวดทันที อย่ารอให้มีอาการนานเกินครึ่งชั่วโมง ชึ่งยาจะได้ผลน้อย และจะปวดนาน หลังกินยาให้นอนพักหรือนั่งพักในห้องเงียบๆ แสงสลัว อากาศโล่งโปร่งสบาย และหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างไว้ชั่วคราว อาการมักจะทุเลาได้ภายใน 30-60 นาที ยาแก้ปวด ได้แก่ พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด แม้จะเป็นยาพื้นๆ แต่หากรู้จักกินให้ถูกเวลา (กินทันทีที่มีอาการ) ก็ช่วยให้สบายได้ถึง ร้อยละ 70-80

    หากลองใช้อย่างถูกหลักแล้วไม่ได้ผล ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจยาแก้ปวดชนิดอื่นแทน ซึ่งมีให้เลือกหลายตัว ถ้าได้ผล ควรใช้ยานั้นตามที่แพทย์สั่งให้ใช้ ไม่ควรนำตัวอย่างยาไปซื้อกินเอง เพราะหากใช้พร่ำเพรื่อเกินจำเป็น จะกลายเป็นติดยา ขาดยาไม่ได้ และยาบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีส่วนผสมของเออร์โกทามีน มีผลข้างเคียง ทำให้หลอดเลือดแดงตีบทั่วร่างกาย หากใช้ติดต่อกันนานๆ หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด ก็อาจทำให้หลอดเลือดตีบหนัก เป็นอันตรายได้ เช่น ขาขาดเลือดไปเลี้ยง เนื้อตาย ต้องตัดทิ้ง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น

    2. สังเกตให้ได้ว่ามีเหตุกำเริบจากอะไรบ้าง แล้วหาทางหลีกเลี่ยง ก็จะช่วยให้อาการห่างหายไปได้ เช่น อย่าอดนอน อย่ากินอาหารผิดเวลา อย่าโดนแสงจ้า หรือใช้สายตามากเกิน (เช่น เล่นสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์) อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่ากินยาเม็ดคุมกำเนิด (หากจำเป็นให้เปลี่ยนไปใช้ยาฉีดคุมกำเนิดแทน) เป็นต้น หากเลี่ยงไม่ได้ แล้วกำเริบจนเสียงานเสียการบ่อยมาก ก็ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาให้ยามากินป้องกันซึ่งควรกินทุกวันติดต่อกันนาน 3-6 เดือน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กะเพรา : ราชินีสมุนไพร
    ชื่ออื่นๆ : กอมก้อดง กอมก้อ กะเพราขาว กะเพราแดง ห่อกวอชู ฯลฯ การแพทย์อายุรเวทและศาสนาฮินดูมีการใช้กะเพรามากว่า 5,000 ปี จัดเป็นราชินีสมุนไพร ใช้ทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณ โดยกล่าวว่ากะเพรามีคุณสมบัติปรับธาตุ ช่วยภาวะสมดุลหลายกระบวนการของร่างกาย และช่วยให้เผชิญความเครียด ทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ดีขึ้น เป็นพืชที่ช่วยให้อายุยืน

    สรรพคุณทางยามากมาย อาทิ มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดและปริมาณคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือดและรักษาเบาหวาน บำรุงหัวใจ บำรุงตับ ช่วยรักษาแผลกระเพาะอาหาร ช่วยขับลม ปรับสมดุลระบบภูมิต้านทาน บรรเทามาลาเรีย และขับสารพิษต่างๆ ชากะเพราสูตรอายุรเวท ให้เทน้ำเดือดในถ้วยชาที่ใส่ใบกะเพราสด 4-6 ใบ ทิ้งไว้ 2-5 นาที ถ้าทิ้งไว้ถึง 5 นาทีจะได้ชาแก่ที่มีสรรพคุณกระชุ่มกระชวยและคลายเครียดอีกด้วย

    (เครดิตภาพ : mai-mee, น้ำหวานกับน้ำพุ, poogga, ความรักสีจาง, ลำตะคอง)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
    ถ้าหลอดเลือดหัวใจเกิดการตีบตันจะทำให้หัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง หากเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวจะมีอาการเจ็บหน้าอกเพียงชั่วขณะ ซึ่งจะเป็นๆ หายๆ เวลามีสาเหตุกระตุ้นให้กำเริบ แต่ถ้าเกิดมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ ซึ่งเป็นภาวะที่อาจมีอันตรายร้ายแรง โรคนี้ป้องกันได้ด้วยการดูแลปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ และหลีกเลี่ยงอบายมุขหรือการเสพสิ่งที่เป็นอันตราย

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/ZTw9gM

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว