คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ขอเชิญเข้าร่วมอบรม "วิธีบำบัดอาการปวดคอ ไหล่ หลัง เข่า"

    โดยผู้เชี่ยวชาญบำบัด และการฟื้นฟูร่างกาย ดร.สุรสา โค้งประเสริฐ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4

    *** มีบันทึกวิดีโอตลอดการบรรยาย ติดตามดูย้อนหลังได้ทางเฟชบุ๊คและเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ***

    สมัครเข้าอบรมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และอายุ ส่งมาที่ E-mail:
    [email protected] หรืือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line: Folkdoctor, facebook: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เว็บไซต์ www.doctor.or.th

    จัดโดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • พลาสติกโฟมสะดวกเฉพาะวันนี้
    ธรรมศาสดากับสุขภาพมีโรคน้อยเพื่ออะไร, น้ำมันไพลทอด แก้ปวด-อักเสบ, ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน สังเกตุอาการปวดท้อง, ออกกำลังกายให้หัวใจแข็งแรง, นพ.มนฑิต พูลสงวน พลิกวิกฤติ เป็นโอกาส และสาระสุขภาพอีกมากมายในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับเดือนมิถุนายนนี้ วางแผงแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำ และเซเว่นทั่วประเทศ

    สมัครสมาชิก "นิตยสารหมอชาวบ้าน...สุดคุ้ม" ได้ที่สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน โทร. 0-2618-4710 หรือสมัครผ่านเว็บไซต์
    www.thaihealthbook.com

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิธีบริหารสมอง...ด้วยตนเอง
    สมองของเราชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ไม่ชอบความจำเจน่าเบื่อหน่าย ชอบให้เราออกกำลังกาย ชอบความสุข ความเพลิดเพลิน และชอบสิ่งสวยงามจรรโลงใจ การบริหารสมองก็คือการทำกิจกรรมเหล่านี้บ่อยๆ ยิ่งบริหารบ่อยสมองก็ยิ่งแข็งแรง
    1.เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันบ้าง อย่าทำอะไรซ้ำซากจำเจไปทุกเรื่อง เคยตื่นขึ้นมาเปิดโทรทัศน์เลย ลองเปลี่ยนเป็นเดินรดน้ำต้นไม้หรือฟังเพลงเพราะๆ บ้าง ลองคิดทำอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ แทนการซื้อบ้าง ไม่เคยออกกำลังก็ลองยืดเส้นยืดสายดู หรือเล่นกีฬาที่เหมาะกับร่างกาย
    2.เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เช่น ใช้เส้นทางใหม่ ลองเข้าร้านอื่นบ้างนอกจากร้านเจ้าประจำ อ่านหนังสือแนวอื่นที่ไม่เคยอ่าน เดินทางท่องเที่ยว
    3.ฝึกทักษะที่ไม่เคยทำ เช่น ทำงานฝีมือ งานช่างหรือเย็บปักถักร้อย เรียนดนตรี หรือเล่นกีฬา เป็นต้น
    4.เล่นเกมฝึกสมอง เช่น เกมทายภาพ ปริศนาอักษรไขว้ ปัญหาเชาวน์ หมากฮอส หรือหมากล้อม เป็นต้น
    5.ฝึกความจำ ลองพยายามจำชื่อคน สถานที่ หรือเปิดพจนานุกรมท่องจำศัพท์แปลกๆ ดูบ้าง
    6.ทำสมาธิให้จิตใจรู้สึกสงบผ่อนคลายบ้าง
    7.เวลาทำอะไรก็ตามลองตั้งสติและใส่ใจ ให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ จะช่วยให้จำได้ดีขึ้น
    8.สนใจเรื่องรอบตัว เช่น ติดตามข่าวสารต่างๆ แสดงความคิดความเห็น หรือ เล่าข่าวให้คนอื่นๆ ฟัง
    9.เข้าสังคม คบหาเพื่อน ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ บ้าง เข้าร่วมสมาคมหรือชมรม ภายในครอบครัวก็อาจจะมีกิจกรรมร่วมกันบ้าง เช่น ไปกินข้าวนอกบ้าน ทำกับข้าวด้วยกัน หรือไปเที่ยว
    10. เปลี่ยนใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทนบ้าง อาจจะใช้มือข้างที่ไม่ถนัดหยิบของ เขียนหนังสือ วาดรูป แปรงฟัน กวาดบ้าน เป็นต้น ส่งภาษาท่าทางแทนคำพูด เพื่อกระตุ้นสมอง
    11.ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง
    12.มองโลกในแง่ดี มีเมตตา คิดถึงเรื่องดีๆ ให้บ่อยขึ้น ยิ้มบ่อยๆ มีอารมณ์ขันบ้าง ให้ความช่วยเหลือคนอื่น

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เมนูดอกขจร
    ดอกขจรสามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำเป็นอาหารอื่นๆ ได้แก่ ยำดอกขจร ดอกขจรผัดน้ำมันหอย แกงจืดดอกขจร แกงส้มดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร ฯลฯ ดอกขจรมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง สรรพคุณและประโยชน์ของดอกขจร ยอดอ่อน ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

    (เครดิตภาพ : A-adrenaline, swin, ความทรงจำที่หายไป, {Jekyll and Hyde}, amazingthaifood, ยัยน่าแกล้งแก้มป่อง, Loveindeed)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • การรักษาขั้นต้น : เมื่อสุนัข แมว หรือสัตว์ข่วนกัด
    1. ควรฟอกล้างแผลด้วยน้ำสบู่หลายๆ ครั้งทันที
    2. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ หรือยาใส่แผลชะล้าง
    3. ควรจับสุนัข แมว หรือสัตว์ที่กัดข่วน ขังไว้ 10 วัน (ควรให้น้ำและอาหารตามปกติ) ถ้าสัตว์ตายภายใน 10 วัน ให้นำหัวของสัตว์ (จะเอาทั้งตัวก็ได้) ส่งไปตรวจที่สถานบริการตรวจหาเชื้อไว้รัสโรคพิษสุนัขบ้า ถ้าสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
    4. ถ้าสัตว์ที่กัดสูญหายไป หรือจำตัวไม่ได้ หรือเป็นสัตว์ป่า หรือไม่แน่ใจว่าสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ อาจต้องฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไปเลย
    5. ผู้ที่มีบาดแผลถูกสุนัขกัด แมว หรือสัตว์ข่วนทุกราย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดยาป้องกันบาดทะยัก
    6. ไม่ควรรักษาแผลที่ถูกสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดด้วยสมุนไพรหรือวิธีพื้นบ้าน เพราะยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้ผลจริง ไม่ควรเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ ซึ่งไม่มีทางรักษา การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลแน่นอน

    เพื่อความปลอดภัยของท่านและลูกหลาน ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขและแมวที่เลี้ยงไว้ทุกตัว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ต้มข่าไก่สับปะรด
    เครื่องปรุง : สับปะรด กะทิ ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่าอ่อน พริกขี้หนูแห้ง หรือพริกชี้ฟ้าแห้ง พริกขี้หนูสด มะนาว น้ำปลา ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว เห็ดฟาง เนื้อไก่

    วิธีปรุง
    1. นำพริกชี้ฟ้าแห้งมาย่างไฟให้หอม
    2. นำกะทิมาต้มให้แตกมันหรือพอเดือด แล้วจึงใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่าอ่อน เนื้อไก่ พอเนื้อไก่สุก ใส่สับปะรด เห็ดฟาง
    3. พอเดือดใส่พริกขี้หนูทุบ พริกชี้ฟ้าแห้งที่เผาแล้ว
    4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว ตามรสที่ชอบ
    5. ยกหม้อลง โรยผักชีฝรั่ง ผักชีลาว แล้วปิดฝา ตักกินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยเชียว

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ลดโลกร้อนด้วยตนเอง
    ผลพวงของโลกร้อน ส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทุกคนสามารถช่วยลดโลกร้อนได้ ไม่ยากอย่างที่คิด
    พบว่า 1 ปี คนไทยผลิตขยะมูลฝอยกว่า 15 ล้านตัน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 40,000 ตัน กรุงเทพฯ ผลิตขยะ 8,900 ตันต่อวัน
    ขยะพลาสติกและโฟม มีประมาณ 3 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 7,500 ตันต่อวัน

    มาดูกันว่าระยะเวลาการย่อยสลายขยะแต่ละชนิดตามธรรมชาติ เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะ เศษกระดาษ 2-5 เดือน, เปลือกส้ม 6 เดือน, ถ้วยกระดาษเคลือบ 5 ปี, ก้นกรองบุหรี่ 12 ปี, รองเท้าหนัง 25-40 ปี, กระป๋องอะลูมิเนียม 80-100 ปี, ถุงพลาสติก 450 ปี ขณะที่โฟม ไม่ย่อยสลาย

    5R’s เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมส่วนบุคคลและลดโลกร้อน
    1. Reuse (+) ใช้ซ้ำ การนำสิ่งต่างๆ ที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อประหยัดและลดปริมาณขยะ
    2. Reduce (-) ใช้น้อย การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยใช้ให้น้อยลงเท่าที่จำเป็นและเกิดกากของเสียน้อยที่สุด
    3. Recycle (x) แปรรูป การปรับเปลี่ยนกากของเสียให้เป็นวัตถุดิบหรือพลังงาน
    4. Reinvent (/) ปรับเปลี่ยน การคิดค้นวิธีการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ประหยัดและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
    5. Replace (=) ทดแทน ทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์ปกติ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขอเชิญเข้าร่วมอบรม "วิธีบำบัดอาการปวดคอ ไหล่ หลัง เข่า"

    โดยผู้เชี่ยวชาญบำบัด และการฟื้นฟูร่างกาย ดร.สุรสา โค้งประเสริฐ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4

    *** มีบันทึกวิดีโอตลอดการบรรยาย ติดตามดูย้อนหลังได้ทางเฟชบุ๊คและเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ***

    สมัครเข้าอบรมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และอายุ ส่งมาที่ E-mail:
    [email protected] หรืือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line: Folkdoctor, facebook: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เว็บไซต์ www.doctor.or.th

    จัดโดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • รางจืด
    เป็นไม้เถาเลื้อยตามธรรมชาติ สามารถเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพาดพันขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ เถาแข็งแรงแตกแขนงได้ดี อาจขึ้นคลุมต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ทั้งต้น กลีบดอกสีม่วง บางต้นมีกลีบดอกสีม่วงอ่อน บางต้นก็มีสีม่วงแก่ มักมีดอกในฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์) แต่บางต้นก็ออกดอกได้ตลอดปี การขยายพันธุ์รางจืดส่วนใหญ่นิยมนำเถาแก่หรือใบมาปักชำ ชื่อที่เรียกรางจืดมีมากมาย เช่น รางจืด รางเย็น ว่านรางจืด ว่านจางจืด ว่านรางจืดเถา ยาเขียว เครือเถาเขียว กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง (ภาคกลาง) ย้ำแย้ (อุตรดิตถ์) ฮางจืด ฮางเย็น เครือเข้าเย็น หนามแน่ (ภาคเหนือ) คาย (ยะลา) และดุเหว่า (ปัตตานี) เป็นต้น

    สรรพคุณรางจืดว่า มีรสเย็นจืด ใช้ถอนพิษเบื่อเมาทั้งปวง แก้พิษร้อนทั้งปวง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ผิดสำแดง แก้กระษัย ขับปัสสาวะ เป็นต้น รวมทั้งใช้ทำยาเขียว แนะนำให้ใช้ใบรางจืดแห้งชงน้ำร้อนดื่ม เช่นเดียวกับน้ำชา เพื่อกำจัดสารพิษที่ได้รับจากน้ำและอาหารในชีวิตประจำวัน โดยอาจดื่มวันละ 1-2 แก้ว ซึ่งดื่มได้ง่าย เพราะรางจืดไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่น้ำชารางจืดมีผลลดความดันเลือด จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความดันเลือด

    (เครดิตภาพ : Tongdy, ดอกปีป, ช้อนชา)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กล้วยปิ้ง
    ขนมพื้นบ้านที่หาทานได้ง่ายตามตรอกซอกซอย หรือจะทำเองก็ได้ วิธีการทำไม่ยุ่งยาก กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นิยมใช้กล้วยน้ำว้าสุกห่ามๆ มาปิ้งกินร้อนๆ หรือจะทำน้ำกะทิราดกล้วยปิ้งเป็นเมนูของหวานก็ได้รสชาติความหอมหวานอร่อยไม่แพ้กัน ทั้งนี้ ผลกล้วยสุกอุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ มีเส้นใยอาหาร ให้พลังงานทันทีและอยู่ได้นาน มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยการดูดซึมสารอาหารในลำไส้ใหญ่ได้ดี ช่วยรักษาโรคกระเพาะ ช่วยลดความดันเลือดสูงและหลอดเลือดได้ ช่วยการทำงานของหัวใจและควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย ช่วยแก้ปัญหาเลือดจาง ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้ เป็นต้น

    (เครดิตภาพ : ลูกแก้วคริสตัล, DaoStudio, go2askanne, นางมารชุดส้ม, ten ton hammer, Chanidapha)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว