คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ผักชีลาว : แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
    ชื่ออื่นๆ : ผักชี เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน ผักชีตั๊กแตน ผักชีเทียน ผักชีเมือง สามร้อยยอด ฯลฯ ผักพื้นบ้านอาหารอีสานและภาคเหนือ เช่น แกงอ่อม แกงหน่อไม้ แกงปลา ขนมจีน ดับกลิ่นคาว หรือเป็นผักสดจิ้มแกล้มน้ำพริกต่างๆ มีกลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ ให้คุณค่าทางโภชนาการด้วยแร่ธาตุอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก มีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี ฯลฯ สรรพคุณทางยา ช่วยกระตุ้นระบบทำงานกระเพาะ ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้เสมหะพิการ แก้นอนสะดุ้ง ลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นระบบหายใจ บำรุงร่างกาย และกระตุ้นน้ำนมสำหรับสตรีเพิ่งคลอดบุตร

    (เครดิตภาพ : JATO, รักคุณแฟน, swin, เนเวอร์แลนด์)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • มลพิษเงียบรอบตัวภายในรถ
    “การจอดรถแวะพักข้างทางแล้วเปิดแอร์นอนในรถยนต์” เป็นวิธีพักสายตา คลายความอ่อนล้า ที่มีโอกาสเสี่ยงทำให้เราเสียชีวิตได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

    สาเหตุ ในขณะที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ปิดกระจกมิดชิด และเอนเบาะนอนนั้น เท่ากับเป็นการนอนดมก๊าซพิษในรถ โดยที่ต้นตอของก๊าซพิษไหลเวียนมาจากระบบแอร์ของรถยนต์ ที่มีการดูดอากาศจากภายนอกรถ มาหมุนเวียนภายในรถ และจะดูดเอาควันจากท่อไอเสียรถยนต์เข้ามาด้วย

    ระดับของก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ในอากาศ ถ้ามีค่าเกิน 1,200 ppm มีผลทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การได้รับสารพิษคาร์บอนมอนนอกไซด์ จะส่งผลให้ร่างกายมีอาการเวียนศีรษะ การลำเลียงออกซิเจนไปสู่อวัยวะในร่างกายลดลง และที่ร้ายแรงที่สุด คือ ผู้ใช้รถยนต์มักจะไม่รู้ตัวว่า ตนเองได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เพราะคิดว่า ตัวเองแค่ปวดหัวธรรมดา นอนพักน่าจะหาย จนในที่สุดก็จะหลับหมดสติ และทำให้เสียชีวิตได้

    ดังนั้นแล้ว ผู้ที่ขับขี่รถยนต์ควรพักผ่อน เตรียมพร้อมร่างกายก่อนขับรถยนต์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันอาการเพลีย เมื่อยล้า ระหว่างขับรถยนต์

    (เครดิต : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ยาเม็ดคุมกำเนิด
    ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับผู้หญิง ควรรู้ถึงข้อดีและข้อเสีย และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของผู้หญิงแต่ละคน ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อผู้ใช้ยามีการใช้ยาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีข้อเสียกับผู้ป่วยบางโรค และจัดเป็นข้อห้ามใช้ยาชนิดนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางชนิด

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1nQewI3

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผักแว่น : สมานแผล ลดการอักเสบ
    ผักพื้นบ้านกินเป็นผักสดคู่กับน้ำพริก ผักเครื่องเคียงอาหารชนิดต่างๆ ปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงผักแว่น ผัดเผ็ดหมูผักแว่น ฯลฯ อุดมไปด้วยวิตามิน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ให้เส้นใยอาหารสูง สรรพคุณทางยา ใบสด ใช้รักษาแผลเปื่อย แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยใช้ใบสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาดตำละเอียดคั้นเอาน้ำทาบริเวณแผล ลดการอักเสบของแผล น้ำต้มใบสด ช่วยสมานแผลในปากและลำคอ ดื่มระงับอาการร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้ท้องผูก

    (เครดิตภาพ : naphoradio, Nattapol Yotathitikul, บูรงตานี, Munwalk)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขับรถอย่างไรจึงไม่ปวด
    การนั่งขับรถเป็นระยะเวลานานเป็นสาเหตุให้ปวดหลังได้ แม้ว่าจะนั่งให้ถูกท่าทางอย่างไรก็ตาม เพราะกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ อยู่ในท่าเดิมนานจนเกิดปัญหาอาการปวดของข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทจากการทรงท่าที่อยู่นิ่งนานเกินไป

    วิธีการที่ดีที่สุด คือ ต้องปรับที่นั่งให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่ โดยให้เหมาะกับการมองเห็นของผู้ขับขี่ ดังนี้
    1. การปรับที่นั่ง เริ่มด้วยการปรับที่นั่งและพวงมาลัยให้ไปสู่จุดเริ่มต้น โดยปรับพวงมาลัยยกขึ้นให้สุด และดันไปด้านหน้าให้สุด ปรับที่นั่งให้ต่ำที่สุด ด้านหน้าเทลงไปให้สุด พนักพิงเอียงไปทางด้านหลังประมาณ 30 องศา ปรับส่วนรองรับหลัง ไปทางด้านหลังให้มากที่สุด และดันที่นั่งให้ไปด้านหลังให้สุด
    2. การปรับที่นั่งให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่โดย
    - ยกที่นั่งขึ้นจนมองเห็นได้รอบ ไม่ควรสูงเกินไปจนศีรษะชิดกับหลังคารถด้านใน
    - เลื่อนเก้าอี้มาทางด้านหน้าจนเท้าสามารถควบคุมคันเร่ง เบรก และ คลัตช์ ได้สะดวก
    - ปรับความลาดเอียงของที่นั่งจนต้นขาสัมผัสกับที่นั่งทั้งหมด
    - ปรับพนักพิงให้พิงได้จนถึงระดับไหล่
    - ปรับส่วนรองรับโค้งของหลังให้รู้สึกว่ามีแรงกดเท่ากันตลอดของหลังส่วนล่าง
    - ปรับพวงมาลัยให้เข้ามาใกล้ตัวและดันลงให้อยู่ในระยะที่จับได้สะดวก
    - ปรับพนักพิงศีรษะให้สูงเท่าระดับศีรษะ

    นอกจากนี้ ควรพักทุก 2 ชั่วโมง โดยการลุกออกจากที่นั่งมาบริหารร่างกายด้วยการยืนแอ่นหลัง 10 วินาที 2 – 3 ครั้ง และเดินไปมาประมาณ 5 นาที

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขอเชิญเข้าร่วมอบรม
    "สร้างเสริมสุขภาพด้วยสมาธิบำบัด แบบ SKT”
    โดยผู้เชี่ยวชาญบำบัด และการฟื้นฟูร่างกาย รศ.ดร.สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4

    *** มีบันทึกวิดีโอตลอดการบรรยาย ติดตามดูย้อนหลังได้ทางเฟชบุ๊คและเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ***

    สมัครเข้าอบรมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 300 ท่าน กรุณาเตรียมผ้าปูรองนั่งมาด้วย โดยส่ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และอายุ ส่งมาที่ E-mail: [email protected] หรืือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 (ในเวลา 09.00 - 17.00 น.) Line: Folkdoctor, facebook: มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เว็บไซต์ www.doctor.or.th

    จัดโดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แกงเลียงผักหวานป่า
    ส่วนของผักหวานป่าที่นิยมนำมาบริโภคคือ ยอด/ใบอ่อน ดอก และผลอ่อน นำไปลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก หรือทำแกง เช่น แกงส้มผักหวานป่า ต้มจืดผักหวานป่า แต่จะมีบริโภคเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ผักหวานป่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ โปรตีน วิตามินซี แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม เหล็ก นอกจากนั้นยังมีปริมาณเส้นใยอาหารพอสมควรช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น และสารออกฤทธิ์ทาง
    ชีวภาพหลายกลุ่มในปริมาณสูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระต่างๆ ออกจากร่างกาย

    ส่วนประกอบหลัก (กินได้ 2 คน) : ผักหวานป่า 6 ถ้วยตวง เนื้อปลากดย่าง (เฉพาะส่วนเนื้อ) 5 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
    เครื่องปรุง : น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
    เครื่องแกง : พริกชี้ฟ้าแห้ง 3 เม็ด หอมแดง 6 หัว กระชาย (หั่นชิ้นเล็ก) 1/4 ถ้วยตวง กะปิมอญ 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ
    1. นำเครื่องแกง ได้แก่ พริกชี้ฟ้าแห้งโขลกพอ แหลก แล้วใส่หอมแดง กระชาย โขลกรวมกันพอละเอียดแล้วใส่กะปิมอญ โขลกจนเป็นเนื้อเดียวกันตักใส่ถ้วยพักไว้
    2. นำน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ใส่หม้อต้ม พอน้ำเริ่มเดือดใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ พอน้ำเริ่มเดือดใส่เนื้อปลาย่างที่แกะเตรียมไว้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา รอจนน้ำแกงเดือดจึงใส่ผักหวานลงไป แล้วรีบคนให้กัน พอผักยุบดับไฟ พร้อมตักเสิร์ฟได้ทันที

    (เครดิตภาพ : จาปาตี, iTiMiTi, kuky)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขนมกล้วย
    ขนมกล้วย เป็นขนมไทย คนไทยรู้จักมานาน มีส่วนผสมหลัก ได้แก่ กล้วยน้ำว้าสุก แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และมะพร้าว กล้วยน้ำว้ามีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินเอสูง ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 และไนอะซีน (บี 6) และยังพิเศษกว่ากล้วยอื่น คือ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ กรดอะมิโน อาร์จินิน และฮิสทิดิน นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณ บรรเทาอาการเจ็บคอ เป็นยาระบายแก้ท้องผูก รักษาโรคกระเพาะได้ และยังเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย
    ลักษณะที่ดีของขนมกล้วย ต้องมีความหวานมัน เหนียว นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง

    เคล็ดไม่ลับ
    - กล้วยที่ใช้ควรสุกกำลังดี ไม่งอมเกินไป หากใช้กล้วยที่สุกงอมเกินไปจะมีรสหวานมาก
    - ตัวขนมกล้วยจะเหนียวหรือไม่ขึ้นกับการนวด ถ้านวดกล้วยนาน ช่วยให้ขนมเหนียวขึ้น และถ้าใช้เวลานึ่งนานจะให้น้ำในตัวขนมระเหยออกไปมากกว่าปกติ ทำให้สีขนมเข้มขึ้น
    - มะพร้าวที่ใส่ลงในตัวขนมหรือโรยหน้าก็ตาม ควรเป็นมะพร้าวขูดขาวเส้นเล็กละเอียด และเป็นมะพร้าวทึนทึกคือไม่แก่มากเกินไป จะทำให้เนื้อสัมผัสของตัวขนมนุ่มกำลังดี

    (เครดิตภาพ : ek1234, phungtomo, ญามี่, ทองรำไร)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • บอระเพ็ดพุงช้าง : บำรุงกำลัง
    ชื่ออื่นๆ : กลิ้งกลางดง หัวสันโดษ สบู่เลือด, สบู่เครือ ฯลฯ ไม้เลื้อย มีน้ำยางสีแดง โคนต้นเป็นหัว สรรพคุณทางยาสมุนไพร เถา ใช้เป็นยาขับเลือดระดู หรือใช้เถานำมาต้มกินเป็นยาขับพยาธิลำไส้ เป็นยากำลัง รักษาอาการผอมแห้ง ปอดพิการและรักษาโรคหัวใจ ส่วนใบบอระเพ็ดพุงช้าง ใช้เป็นยาบำรุงไฟธาตุ ตำใบเอาน้ำใส่แผลสด และเรื้อรัง ดอกบอระเพ็ดพุงช้างใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรคเรื้อน และยังทำให้อุจจาระละเอียด ส่วนของหัวใช้เป็นยารักษาเสมหะ หรือใช้ดองสุรา กินทำให้เกิดกำลังและยังบำรุงกำหนัดได้อีกด้วย ราก เป็นยาบำรุงเส้นประสาท

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • สิ่งที่มากับ...ปลาดิบ
    ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานปลาดิบกันมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลของอาหารญี่ปุ่น ด้วยรสชาติ และหน้าตาของอาหารที่ดูสะดุดตาชวนให้น่ารับประทาน เช่น อาหารจำพวก ข้าวปั้นซูชิ ซาซิมิ ที่มีปลาดิบเป็นส่วนประกอบ ปลาดิบ มี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ปลาดิบน้ำจืด และ ปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล) ซึ่งปลาดิบทั้ง 2 ชนิด มีเชื้อโรคที่แอบแฝงมาแตกต่างกัน
    1. ปลาดิบน้ำจืด อาจพบพยาธิบางชนิดแอบแฝงมา เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ
    2. ปลาน้ำเค็ม อาจพบตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส แต่ในปลาน้ำเค็มจะพบพยาธิน้อยกว่าในปลาน้ำจืดมาก และ มีความรุนแรงน้อยกว่า นอกจากนี้ปลาดิบที่นำมาประกอบอาหารญี่ปุ่นมักจะทำจากปลาน้ำเค็ม

    กินปลาดิบอย่างไร ไม่ให้เป็นพยาธิ
    - ก่อนอื่นควรต้องแน่ใจว่า ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้นเป็นปลาทะเล เพราะบางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร ทำให้เกิดโรคพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ หรือพยาธิใบไม้ลำไส้ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า
    - การแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมง หรือ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน หรือ ผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้

    นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบ แล้วยังพบแบคทีเรียบางชนิด และไวรัสตับอักเสบเอได้ด้วย โดยขึ้นกับสุขอนามัย และความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร

    (ข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล /เครดิตภาพ : Hathi)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว