คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • มะขามเทศ
    ผลไม้ริมทางทั่วไปพบเห็นได้ทั่วทุกภาค ปลูกง่าย โตเร็ว ทนทาน จัดเป็นผลทีมีวิตามินซีและอีสูง ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เส้นใยอาหารที่มีอยู่มากดีต่อระบบขับถ่าย ส่วนแคลเซียมและเหล็กช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและโลหิตจาง

    สรรพคุณทางยา
    - เปลือก หมอพื้นบ้านใช้เปลือกมาต้มน้ำแล้วอมแก้ปากเปื่อย แผลในปาก แก้ปวดฟัน ดื่มแก้ท้องเสีย แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน หรือใช้ล้างแผล เปลือกต้มกับน้ำรวมกับเปลือกข่อยและเกลือแกง แล้วนำมาอมแก้ปวดฟัน
    - ราก แก้ท้องร่วง กระชับโลหิต และน้ำเหลือง
    - เนื้อหรือผล ช่วยบำรุงผิวพรรณ เล็บ เส้นผม ช่วยซ่อมแซมเซลล์ร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอล ปัองกันการอ่อนเพลียร่างกาย นอกจากนี้ยังใช้ฝักแก่จัดนำมาโขลกพอกหน้าได้อีกด้วย
    - ดอกและใบอ่อน ใช้ทำยาย้อมผมหรือยาสระผม เป็นยาย้อมผ้า แห อวน
    - เมล็ดแก่ นำมาคั่วกระเทาะเปลือก กินเป็นยาถ่ายพยาธิในท้องเด็ก

    (เครดิตภาพ : mamchan, KiKo006)

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • ขนมจั้ง
    ขนมพื้นบ้าน ทำจากข้าวเหนียว น้ำ และน้ำด่าง โดยนำข้าวเหนียวมาห่อด้วยใบไผ่ ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยนที่มีเอกลักษณ์ นำไปต้มจนสุก นิยมรับประทานคู่กับน้ำตาลโตนด หรือราดด้วยน้ำเชื่อม น้ำกะทิก็ได้ ทำข้าวต้มน้ำวุ้นก็อร่อยเช่นกัน มีชื่อเรียกตามถิ่นหลากหลาย เช่น ขนมจ้าง ขนมสั่ง อันซอมกะบอง ฯลฯ

    (เครดิตภาพ : David UnicornSeed, ฝากเธอ)

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : หมากเม่า
    ชื่ออื่นๆ : มะเม่า ต้นเม่า บ่าเหม้า เม่า หมากเม่าหลวง มัดเซ เม่าเสี้ยน ฯลฯ หมากเม่าพบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ มักพบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งและตามหัวไร่ปลายนา นิยมขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง เสียบกิ่ง ออกดอกและติดผลช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผลสุกช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ผลดิบและผลอ่อน มีรสเปรี้ยว ฝาด นำมาปรุงคล้ายส้มตำ เรียกว่าตำหมากเม่า ส่วนผลสุกสีม่วงเข้ม รสชาติหวาน เปรี้ยว และฝาด นิยมกินผลสด และนำมาคั้นทำเป็นน้ำปานะถวายพระภิกษุ

    ผลหมากเม่ามีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก คือ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 18 ชนิด มีวิตามินบี วิตามินอี ธาตุเหล็ก และแคลเซียมที่ไม่พบในแอปเปิ้ลและองุ่น ดีต่อร่างกายมากมาย อาทิ ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ชะลอความแก่ชรา ลดอัตราเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดอุดตันในสมอง ช่วยยับยั้งไม่ให้ผนังหลอดเลือดเสื่อม รักษาภาวะโลหิตจาง บำรุงเลือด เป็นยาระบาย ขับเสมหะ บำรุงสายตา นอกจากนี้ ยังพบว่าหมากเม่ามีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีฤทธิ์ต้านเชื้อเอชไอวีด้วย

    ผลิตภัณฑ์แปรรูปหมากเม่า มีหลายอย่าง เช่น น้ำหมากเม่าพร้อมดื่ม ไวน์หมากเม่า แยมหมากเม่า ชาใบหมากเม่า ขนมจากเนื้อเปลือกผลหมากเม่า เป็นต้น

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • มลพิษเงียบรอบตัวภายในรถ
    “การจอดรถแวะพักข้างทางแล้วเปิดแอร์นอนในรถยนต์” เป็นวิธีพักสายตา คลายความอ่อนล้า ที่มีโอกาสเสี่ยงทำให้เราเสียชีวิตได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

    สาเหตุ ในขณะที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ปิดกระจกมิดชิด และเอนเบาะนอนนั้น เท่ากับเป็นการนอนดมก๊าซพิษในรถ โดยที่ต้นตอของก๊าซพิษไหลเวียนมาจากระบบแอร์ของรถยนต์ ที่มีการดูดอากาศจากภายนอกรถ มาหมุนเวียนภายในรถ และจะดูดเอาควันจากท่อไอเสียรถยนต์เข้ามาด้วย

    ระดับของก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ในอากาศ ถ้ามีค่าเกิน 1,200 ppm มีผลทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การได้รับสารพิษคาร์บอนมอนนอกไซด์ จะส่งผลให้ร่างกายมีอาการเวียนศีรษะ การลำเลียงออกซิเจนไปสู่อวัยวะในร่างกายลดลง และที่ร้ายแรงที่สุด คือ ผู้ใช้รถยนต์มักจะไม่รู้ตัวว่า ตนเองได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เพราะคิดว่า ตัวเองแค่ปวดหัวธรรมดา นอนพักน่าจะหาย จนในที่สุดก็จะหลับหมดสติ และทำให้เสียชีวิตได้

    ดังนั้นแล้ว ผู้ที่ขับขี่รถยนต์ควรพักผ่อน เตรียมพร้อมร่างกายก่อนขับรถยนต์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันอาการเพลีย เมื่อยล้า ระหว่างขับรถยนต์

    (เครดิต : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล)

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • ขนมสาคูเปียก
    ขนมพื้นบ้านไทยๆ มีเครื่องปรุงไม่มากนัก ประกอบด้วยเม็ดสาคู มะพร้าวอ่อน น้ำตาล เผือก ถั่ว หรือข้าวโพด นิยมทำกินในครอบครัว งานบุญ เทศกาลต่างๆ ดัดแปลงได้หลายอย่าง เช่น สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน สาคูเปียกข้าวโพดอ่อน สาคูเปียกถั่วดำ ฯลฯ ราดด้วยกะทิ กลิ่นหอมเย้ายวนน่ากินยิ่งนัก

    (เครดิตภาพ : kuky, แม่สลิ่ม, prinzessin, ดงละดอน, สดายุ...)

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • โรคนิ้วล็อก
    นิ้วล็อก หมายถึง อาการที่งอข้อนิ้วมือ แล้วเหยียดขึ้นเองไม่ได้เหมือนถูกล็อก เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทั่วไปที่ต้องใช้มือจับสิ่งของ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องบ่อยๆ โรคนี้ไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือได้ไม่ถนัด เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1lIkivt

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • สัญญาณอันตราย...เมื่อเป็นไข้
    ไข้ (ตัวร้อน) เป็นอาการไม่สบายที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทุกวัย มักมีสาเหตุจากโรคติดเชื้อของระบบต่างๆ ของร่างกาย เมื่อมีอาการไข้เกิดขึ้น ควรเฝ้าสังเกตดูว่า เป็นอยู่นานกี่วัน โรคติดเชื้อไวรัส (รวมทั้งไข้หวัด) มักมีไข้อยู่นาน 4-7 วัน หากนานเกิน 7 วัน มักมีสาเหตุอื่นหรือโรคติดเชื้อที่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีไข้นานเกิน 3 สัปดาห์ หรือเป็นแรมเดือน มักเกิดจากโรคที่ร้ายแรง คนที่มีอาการเป็นไข้ (ตัวร้อน) หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

    1. มีอาการหนาวสั่นมาก ต้องห่มผ้าหนาๆ อาจเป็นมาลาเรียกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ปอดอักเสบระยะแรก หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ
    2. ซึมมาก ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือหมดสติ อาจเป็นโรคร้ายแรงเกี่ยวกับสมอง (เช่น สมองอักเสบ มาลาเรียขึ้นสมอง โรคพิษสุนัขบ้า) หรือโลหิตเป็นพิษ
    3. มีภาวะช็อก (ซึม กระสับกระส่าย เหงื่อออก ตัวเย็น) อาจเป็นไข้เลือดออก หรือโลหิตเป็นพิษ
    4. ปวดศีรษะมากและอาเจียนมาก แขนขาอ่อนแรง ขากรรไกรแข็ง (อ้าปากไม่ได้) คอแข็ง (ก้มคอไม่ได้) หรือชัก อาจเป็นโรคสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ บาดทะยัก โรคพิษสุนัขบ้า โปลิโอ หรือไขสันหลังอักเสบ
    5. ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีขมิ้น อาจเป็นไข้ฉี่หนู มาลาเรียถุงน้ำดีอักเสบ โลหิตเป็นพิษ
    6. ซีด-โลหิตจาง มีเลือดออกตามที่ต่างๆ หรือมีจ้ำเขียวตามตัว อาจเป็นไข้เลือดออก โรคร้ายแรงเกี่ยวกับระบบเลือด (เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคไขกระดูกฝ่อ) เอสแอลอี หรือโลหิตเป็นพิษ
    7. หายใจลำบาก หายใจหอบเร็ว หรือเจ็บหน้าอกมาก อาจเป็นปอดอักเสบ คอตีบ หรือโรคหัวใจอักเสบ
    8. ปวดท้องมาก กดหรือกระเทือนถูกหน้าท้องรู้สึกเจ็บ หรือมีอาการปวดท้องติดต่อกันนานเกิน 6 ชั่วโมง อาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ เยื่อบุช่องท้องอักเสบ กรวยไตอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ หรือฝีในตับ
    9. ข้ออักเสบ (ข้อบวม แดง ร้อน) อาจเป็นเอสแอลอี เกาต์ หรือไข้รูมาติก
    10. บวม (เท้าบวม ท้องบวม หน้าบวม) อาจเป็นโรคหน่วยไตอักเสบเฉียบพลันหรือโรคหัวใจอักเสบ

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • โรคมะเร็งปากมดลูก
    มะเร็งปากมดลูกถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะมีสาเหตุเบื้องต้นจากเพศสัมพันธ์ ปากมดลูกคือบริเวณอวัยวะที่อยู่ถัดจากช่องคลอดเข้าไปด้านใน ก่อนที่จะเข้าสู่โพรงมดลูก บริเวณปากมดลูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1yuu9Jr

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • ฟัก : ลดอ้วน บำรุงร่างกาย
    ชื่ออื่นๆ : ฟักเขียว ฟักขาว ฟักแฟง บักฟัก ขี้พร้า ฟักหม่น ฯลฯ ผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย หาได้ง่าย เป็นผักชนิดแรกที่เด็กเริ่มหัดกิน ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและบำรุงร่างกายได้ นิยมนำมาใส่ในแกง ต้ม ผัดต่างๆ บ้างทำเป็นขนมหวานในเทศกาล แต่เมนูยอดนิยมคงจะเป็นแกงเขียวหวานไก่ฟักเขียว แกงจืดฟักต้มกับไก่ แกงเลียง ฟักเขียวผัดกับหมูใส่ไข่ ฟักเชื่อม รวมถึงยอดอ่อนที่นำมาลวก หรือต้มกะทิ กินกับน้ำพริกได้ มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ผักอื่นเหมือนกัน ตำรายาจีนโบราณกาลระบุว่า “สำหรับผู้ที่อยากให้ร่างกายผอมแต่แข็งแรงให้กินเป็นประจำ ถ้าอยากอ้วนก็อย่ากิน”

    สรรพคุณ :
    - ใบ แก้ฟกช้ำ แก้พิษผึ้งต่อย ช่วยรักษาบาดแผล แก้โรคบิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้บวมอักเสบมีหนอง
    - ผล ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ธาตุพิการ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ หลอดลมอักเสบ
    - ไส้ฟัก แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ฝีที่เต้านม
    - เมล็ด ใช้ลดไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ไตอักเสบ บำรุงผิว ละลายเสมหะ ตกขาว
    - ราก ต้มดื่มแก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ถอนพิษ
    - เถาสด รสขมเย็น ใช้รักษาริดสีดวงทวาร มีไข้สูง
    - เปลือก เป็นยาแก้บวม ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แผลบวมอักเสบ มีหนอง

    ตำรับยา :
    1. แก้ร้อนใน ไข้สูง หรือไตอักเสบเรื้อรัง : ใช้ฟัก 500 กรัม ต้มน้ำให้ได้ประมาณ 3 แก้ว แบ่งกิน 3 ครั้ง ใน 1 วัน
    2. สตรีเบาขัดในระหว่างตั้งครรภ์ : คั้นน้ำฟัก 1 แก้ว ผสมน้ำผึ้งให้พอมีรสหวาน ดื่มบ่อยๆ
    3. ผิวหนังมีอาการแพ้เป็นผด: ต้มเปลือกฟัก ล้างบริเวณที่เป็น
    4. ผลัดตกหกล้ม เอวเคล็ด : ใช้เปลือกฟักผิงไฟให้แห้ง บดเป็นผงผสมเหล้ากินครั้งละ 6 กรัมจะช่วยลดความเจ็บปวดได้
    5. ไตอักเสบบวมน้ำ : ใช้เปลือกฟัก 120 กรัม หนวดข้าวโพด 30 กรัม ต้มกิน แบ่งน้ำที่ต้มได้เป็น 3 ส่วน กินใน 1 วัน
    6. ไออักเสบเรื้อรัง : ใช้เมล็ดฟัก 15-30 กรัม ต้มกินน้ำ
    7. ระดูขาว : ใช้เมล็ดฟัก 30 กรัม บดเป็นผง เติมน้ำตาลกรวด 30 กรัม ตุ๋นกินวันละ 2 ครั้ง
    8.เบาหวาน : ให้ต้มฟักที่ปลอกเปลือกแล้ว ต้มน้ำกินครั้งละ 60-90 กรัมเป็นประจำ จะทำให้เบาหวานลดลง
    9.ริดสีดวงทวาร : อาการอักเสบเจ็บบริเวณทวารหนัก ให้ต้มฟักแล้วเอาน้ำล้างจะลดการอักเสบลงได้

    (เครดิตภาพ : YokDekCSs, lekonshore, somchoke101)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว
  • ผักขม : ผักโปรตีนสูง
    ผักพื้นบ้านที่หาเก็บกินได้ตามริมรั้ว ที่รกร้าง ขึ้นเองปะปนกับวัชพืช หรือจะปลูกไว้กินเองก็ได้ ผักขมมีโปรตีนสูงและมีกรดอะมิโนครบทุกชนิด เหมาะกับผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติ เป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินเอ บี 6 ซี ไรโบฟลาวิน โฟเลต และแร่ธาตุสำคัญได้แก่ แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสี ทองแดง และแมงกานีส คนโบราณนิยมแกงเลียงผักขมให้แม่ลูกอ่อนกิน โดยเชื่อว่าช่วยเพิ่มเลือด

    อย่างไรก็ตามผักขมเป็นผักใบเขียวที่มีปริมาณสารออกซาเลตค่อนข้างสูง ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาเรื่องนิ่ว เกาต์ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ รวมถึงผู้ที่ต้องการสะสมปริมาณแคลเซียมควรจะต้องหลีกเลี่ยงการกินผักขมในปริมาณมาก ผักขมนิยมนำใบหรือทั้งต้น มาลวกน้ำร้อนหรือนึ่ง กินกับน้ำพริกปลาป่น น้ำพริกต่างๆ ผัด ใส่ซุป แกงส้ม แกงอ่อม แกงเลียงหรือแกงจืด คนไทยไม่กินผักขมสดเพราะเหม็นเขียว

    (เครดิตภาพ : Sawnoy, chiangrai108, ดอกการะเวก, ปลายแป้นพิมพ์)

    8 ปี 1 วัน ที่แล้ว