คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ชะอม : ผักพื้นบ้านเสน่ห์แรง
    ชะอมเป็นพืชในวงษ์ถั่วจึงมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับแคและโสน ฯลฯ คือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินชนิดต่างๆ นับเป็นผักที่ดีมากชนิดหนึ่ง สรรพคุณใบอ่อนและยอดอ่อน ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้ รากฝนแก้ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ แก้ปวดเสียวในท้อง ทั้งนี้บางคนอาจแพ้กลิ่นฉุนชะอม เวียนศรีษะและอาเจียนได้

    (เครดิตภาพ : Thaidoll, แม่สลิ่ม, ผู้น้อย, mai-mee)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ตำลึง : ยาเบาหวานริมรั้ว
    ตำลึงมีวิตามินเอสูงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการตามัวจากการขาดวิตามินเอ และเหมาะกับคนผิวแห้งไม่มีน้ำมีนวล ตำลึงให้แคลเซียมสูงน้องๆ นม การกินผักตำลึงเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระดูกแข็งแรง

    สรรพคุณใช้รักษาโรคผิวหนังพวกผื่นแพ้ ตำแย หมามุ่ย หนอนคัน บุ้ง หอยคัน มดคันไป ผื่นคันจากน้ำเสีย ผื่นคันจากละอองข้าว ผื่นคันชนิดที่ไม่รู้สาเหตุ เริม งูสวัด สุกใส หิด สิว ฝีหนอง ช่วยระบายท้อง ลดการอึดอัดท้องหลังกินอาหาร ที่สำคัญตำลึงเป็นยาพื้นบ้านใช้รักษาเบาหวาน ทั้งราก เถา ใบ ใช้ได้หมด

    ตัวอย่างตำรับยาเบาหวาน
    ตำรับ 1 : นำรากผักตำลึง รากผักหวานป่า รากฟักข้าว รากกุ่มน้ำ รากุ่มบก ต้มกินติดต่อกันไปเรื่อยๆ
    ตำรับ 2 : ข้อรากผักตำลึงฝนกับน้ำดื่ม หรือใช้เถาผักตำลึงสับเป็นท่อนๆ ยาว 2-3 นิ้ว จำนวน 1 กำมือ ใส่น้ำพอท่วม ต้มนาน 15-20 นาที นำมาดื่มเช้า-เย็น ติดต่อกันอย่างน้อย 7-10 วัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด หรืออาจใช้ส่วนของต้น ใบ และราก ต้มรวมกันแทนเถาอย่างเดียวก็ได้
    ตำรับ 3 : นำยอดตำลึง 1 กำมือหรือขนาดที่กินพออิ่มโรยเกลือหรือเหยาะน้ำปลา (เพื่อให้อร่อยพอกินได้) ห่อด้วยใบตอง นำไปเผาไฟให้สุกแล้วกินให้หมด หรือกินจนอิ่ม กินก่อนนอนติดต่อกัน 3 เดือน

    (เครดิตภาพ : fghrfhhr, nongpinflower, กั้งกระดาน, isolateboy)

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • รวม 4 สูตรเด็ด “พอกสมุนไพร” รักษาอาการปวดเข่า
    ความทรมานของอาการ “ข้อเข่าเสื่อม” คือ อาการปวดที่ตามมา โดยหากเป็นเล็กน้อย ก็มีอาการติดๆ ตึงๆ แต่หากเป็นมากขึ้นจะมีอาการปวด โดยจะปวดมากหลังจากใช้เข่านานๆ เช่น เดินนานๆ ขึ้นลงบันไดเยอะ และหากเป็นมากขึ้นอาการปวดจะเป็นรุนแรงเพิ่มขึ้น ถี่ขึ้น จนบางครั้งแค่ขยับก็ปวดแล้ว หรือมีอาการปวดขณะนอนด้วย ซึ่งจะทำให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
    https://mgronline.com/qol/detail/9610000000270

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • พลังลมปราณเพื่อสุขภาพและบำบัดโรค
    มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง "พลังลมปราณเพื่อสุขภาพและบำบัดโรค" โดย วิทยากร ดร.สมชาย ชุณหรัศมิ์ ผู้เชี่ยวชาญฝึกพลังลมปราณเพื่อสุขภาพ

    วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.

    สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 300 ท่าน โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทร ส่งมาที่ E-mail :
    [email protected] หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th

    จัดโดย โครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ออกกำลังแบบไหนให้ประโยชน์กว่ากัน
    ออกกำลังวิธีไหนจึงจะดี อย่างไรก็ดี มีผู้พยายามจำแนกความดีของกีฬาแต่ละอย่าง โดยใช้ตัววัดในแง่มุมต่าง ๆ เข้ามาจับคือ แทนที่จะคำนึงถึงประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว ก็ดูในแง่อื่น ๆ ด้วย เช่น ประโยชน์ในการลดน้ำหนัก หรือช่วยให้นอนหลับสบาย โดยการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1vxmLtU

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • พลังลมปราณเพื่อสุขภาพและบำบัดโรค
    มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง "พลังลมปราณเพื่อสุขภาพและบำบัดโรค" โดย วิทยากร ดร.สมชาย ชุณหรัศมิ์ ผู้เชี่ยวชาญฝึกพลังลมปราณเพื่อสุขภาพ

    วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.

    สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 300 ท่าน โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทร ส่งมาที่ E-mail :
    [email protected] หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th

    จัดโดย โครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • พลังลมปราณเพื่อสุขภาพและบำบัดโรค
    มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง "พลังลมปราณเพื่อสุขภาพและบำบัดโรค" โดย วิทยากร ดร.สมชาย ชุณหรัศมิ์ ผู้เชี่ยวชาญฝึกพลังลมปราณเพื่อสุขภาพ

    วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.

    สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 300 ท่าน โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทร ส่งมาที่ E-mail :
    [email protected] หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 Line : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th

    จัดโดย โครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
    โลหิตจาง หมายถึง ภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกายให้อยู่รอดและทำหน้าที่ได้เป็นปกติ เมื่อภาวะโลหิตจาง ทำให้เซลล์ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้าตาซีดเผือดกว่าปกติ

    แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะนี้ด้วยการตรวจวัดปริมาณของ “ฮีโมโกลบิน (hemoglobin)” ซึ่งเป็นสารประกอบหลักของเม็ดเลือดแดง (สารนี้ประกอบด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก ซึ่งทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย) พบว่ามีค่าต่ำกว่าปกติ คือต่ำกว่า 12 กรัมต่อเลือด 100 มล.ในผู้หญิงหรือต่ำกว่า 13.5 กรัม.ต่อเลือด 100 มล.ในผู้ชาย

    ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
    มีได้หลายสาเหตุ เช่น
    - กินเนื้อสัตว์ นม และไข่ น้อยลง หรือมีอาการเบื่ออาหารเนื่องจากการเจ็บป่วยบ่อยๆ หรือไม่มีฟันเคี้ยวเนื้อสัตว์และผักที่เหนียว หรือขาดคนดูแลเรื่องอาหารการกิน ทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จึงควรให้แพทย์ตรวจสุขภาพและให้ยาธาตุเหล็กเสริม
    - มีการเสียเลือดเรื้อรัง เช่น เป็นริดสีดวงทวาร หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ แล้วมีอาการถ่ายเป็นเลือดสด บางคนไม่ยอมบอกให้ลูกหลานทราบ ปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนซีดมาก หรือมะเร็งลุกลามไปมากแล้ว จึงค่อยไปหาหมอ ทำให้มีความยุ่งยากในการบำบัดรักษามากขึ้น
    - มีอาการปวดเอ็นปวดข้อ กินยาแก้ปวด หรือยาแก้ข้ออักเสบเป็นประจำ เกิดผลข้างเคียงจากยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบหรือเป็นแผล มีเลือดซึมออกทีละน้อย ทำให้เกิดอาการถ่ายอุจจาระดำ (จากเลือดที่หมักหมมระหว่างเดินทางลงมาที่ทวารหนัก) ผู้ป่วยบางคนไม่ทราบว่าอาการถ่ายดำแบบนี้คืออาการเลือดออกในทางเดินอาหาร ปล่อยจนกระทั่งเสียเลือดมาก มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนศีรษะ หรือใจสั่นใจหวิว ค่อยไปหาหมอ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แกงจืดผักหวาน
    แกงจืดผักหวาน เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่นิยมกินทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผักหวานเป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักกันมานาน มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีบีตาแคโรทีน มีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และเส้นใยอาหารสูง รวมทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

    (เครดิตภาพ : mamchan, thaiarcheep, Chong co)

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1fYfhwc

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ดูแลหัวใจ สไตล์แพทย์จีน
    คนที่มีร่างกายแข็งแรงดี บางครั้งขณะออกกำลังกาย ยืนบรรยาย หรือทำงานอยู่ เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันโดยไม่พบสาเหตุ
    แพทย์จีนมีหลักและมุมมองดูแลหัวใจอย่างไร
    1. สังเกตสุขภาพหัวใจจากการรับรู้และการสั่งการของสมอง ดูจากสีเลือดบนใบหน้า ลิ้น แววตา การรับรู้ ความตอบสนอง อารมณ์ การนอนหลับ การฝัน ฯลฯ
    2. ดูการเต้นหัวใจ จังหวะ ความแรง ความคล่องตัวในการไหล ลักษณะของหลอดเลือด
    3. อาการจุกแน่นบริเวณหน้าอก (เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ) หัวไหล่และสะบัก (เส้นลมปราณลำไส้เล็ก)
    4. ดูแลหัวใจต้องดูแลสมองควบคู่ไปด้วย จิตใจมีผลต่อการควบคุมการทำงานของหัวใจ โบราณกล่าวว่า
    - หัวใจ (สมองจิตใจ) เคลื่อนไหว อวัยวะภายในขยับ จิตใจที่สงบสามารถขจัดโรคทำให้ชีวิตยืนยาว ป้องกันความแก่ชรา
    - จิตใจต้องสงบ ร่างกายต้องเคลื่อนไหว
    5. เสริมสร้างพลังหยางหัวใจ เสริมบำรุงเลือด และสร้างความแข็งแรงหลอดเลือด (ขจัดเสมหะ ความร้อน ความแห้งของหลอดเลือด) ทำให้เลือดไหลเวียนคล่องไม่ติดขัด
    6. การนอนหลับในเวลาที่เหมาะสมช่วงระหว่าง 23.00-03.00 น.

    แพทย์แผนปัจจุบันและแผนจีน ให้ความสำคัญกับการทำงานของหัวใจคล้ายๆ กัน คือ เน้นที่การบีบตัวของหัวใจต้องมีกำลัง มีจังหวะที่สม่ำเสมอ ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป แต่แผนปัจจุบันจะลงในรายละเอียดถึงพยาธิสภาพว่า มีความผิดปกติของส่วนไหน โดยใช้เทคนิคและเครื่องมือสมัยใหม่ไปตรวจวินิจฉัยประกอบกับการตรวจร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ การนำไฟฟ้า หลอดเลือดหัวใจ แล้วแก้ปัญหาตามพยาธิสภาพ

    7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว