คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • สมุนไพรแก้ปวดฟัน
    1.กานพลู ใช้กานพลูตำพอแหลก ผสมกับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอเละ ใช้จิ้มหรืออุดฟันที่ปวด โดยใช้สำลีพันปลายไม้จิ้มฟัน ชุบน้ำมันกานพลู ทาบริเวณเหงือก และจิ้มลงไปในรูฟันซี่ที่ปวด จะทำให้อาการปวดค่อยยังชั่วขึ้น

    2.ผักคราดหัวแหวน นำก้านสด (ก้านช่อดอก) มาเคี้ยวตรงบริเวณฟันที่ปวด เพื่อให้น้ำจากก้านช่อดอกซึมเข้าไปในฟันที่ปวด จะทำให้รู้สึกชา ระงับอาการปวดฟันได้ดี ถ้าฟันซี่ที่ปวดผุเป็นรู ให้ใช้วิธีตำ หรือขยี้ก้านช่อดอกให้เละ แล้วนำไปอุดรูฟันซี่ที่ปวด สักครู่จะรู้สึกชาและหายปวดได้

    (เครดิตภาพ : wee_w, pharmacy_mahidol_ac_th, สาวน้อย ซอยริมวัง, ict2_warin_ac_th)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ออกกำลังกายด้วยผ้าขาวม้า
    ประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยผ้าขาวม้า ช่วยให้หลอดเลือดฝอย ขยายเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้การส่งอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง และ ร่างกายได้มากขึ้น กระตุ้นให้สมองเกิดความจำดี ช่วยเพิ่มมวลกระดูก มวลกล้ามเนื้อ ทำให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ทำให้จิตใจสบาย ช่วยให้มีสมาธิในการทำงาน
    https://www.youtube.com/watch?v=HoArgs39Zm4

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กะสัง : ผักต้านมะเร็ง
    กะสังเป็นผักพื้นบ้าน ที่นิยมกินสดๆ หรือลวกกินกับน้ำพริก กินเป็นสลัด ยำกินก็ได้ กะสังถือเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมีวิตามินซีสูง มีเบต้าแคโรทีน

    สรรพคุณ
    ใบใช้รักษาโรคลักปิดลักเปิด ต้นสดตำพอกฝีและสิว ตุ่มหนอง และโรคผิวหนังอื่นๆ หมอพื้นบ้านใช้รักษาเริม โดยใช้ต้นกะสังผสมกับขมิ้นและข้าวสาร ตำให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ 1 คืน และนำใบมาตำขยำแปะทาเม็ดที่เป็นใต้ราวนมแก้มะเร็งเต้านม ทั้งต้นนำมาต้มเอาน้ำล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวหน้าสดใส รักษาสิว หมอพื้นบ้านต่างประเทศ (ฟิลิปปินส์) กินผักกะสังสดๆ หรือนำมาต้มกินเพื่อรักษาโรคเก๊าท์และข้ออักเสบ

    (เครดิตภาพ : orb, ชาวเหนือ, PEชา2, pissa)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพผ่านบทเรียนออนไลน์
    การมีสุขภาพที่ดีได้นั้นต้องเกิดจากการกินอาหารที่ดี การออกกำลังกาย อย่างพอเพียง และการมีอารมณ์ที่แจ่มใส หลักสูตรของเราจึงครอบคลุม ทั้งเรื่อง อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ เสริมสร้างความรู้ด้าน สุขภาพที่มุ่งมั่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

    http://learn.doctor.or.th/

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • นอนเท่าไรจึงจะพอ
    “มนุษย์” ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตกับการนอน ปัญหาเรื่องการนอนหลับจึงพบได้บ่อยมาก การนอนของ “เด็ก” เกี่ยวข้องกับเรื่องการฝันและพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ฝันร้าย ตื่นตระหนกกลางดึก ละเมอเดินหรือพูด “ผู้ใหญ่” เกี่ยวข้องกับการ “นอนไม่หลับ” มากกว่าการ “นอนหลับมากเกินไป”

    กรณีของผู้ใหญ่มีปัญหา “การเคลื่อนไหว” หรือ “หายใจผิดปกติระหว่างการนอนหลับ” เช่น ขากระตุก อยู่ไม่สุข ชัก นอนกรน นอนกัดฟัน ซึ่งส่งผลถึงเวลากลางวันด้วย เช่น ทำให้ง่วงเหงาหาวนอนตอนกลางวัน ทำงานตัดสินใจต่างๆ ได้ไม่ดี เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย อารมณ์หงุดหงิด ซึมเศร้า วิตกกังวล

    “คนปกติ นอนเท่าไรจึงจะพอ” เรื่องนี้สามารถประเมินตัวเองได้ง่ายๆ จากคำถามเหล่านี้
    1. คุณรู้สึกมีกำลังในการทำงาน มีความสุขกับการนอนเป็นเวลา 7 ชั่วโมงหรือไม่ หรือคุณต้องใช้เวลานอนหลับถึง 9 ชั่วโมง จึงจะมีแรงทำงานได้เต็มที่
    2. คุณมีปัญหาสุขภาพอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น อ้วน โรคทางหัวใจและหลอดเลือด
    3. คุณมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหรือไม่
    4. คุณต้องดื่มกาแฟระหว่างวันให้ทำงานได้หรือไม่
    5. คุณรู้สึกง่วงเวลาขับรถหรือไม่

    หากคุณมีปัญหาข้างต้น จะช่วยประเมินเกี่ยวกับระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมได้ในแต่ละบุคคล

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • รังแค...ป้องกันได้
    ปกติหนังศีรษะคนเราจะมีเชื้อราปริมาณที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหา แต่สภาวะที่หนังศีรษะมีรังแคมาก ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อราเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้หนังศีรษะอักเสบ ถ้ารุนแรงจะมีอาการแดงและมีรังแคเป็นเกล็ดใหญ่ขึ้นและเหลืองเป็นไข ซึ่งเป็นอาการของต่อมไขมันของหนังศีรษะอักเสบ และมักเกิดกับวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่

    วิธีดูแลหนังศีรษะให้ห่างไกลจากรังแคนั้นไม่ยาก เริ่มต้นที่การดูแลเส้นผม ก่อนสระผม ควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าทุกครั้ง เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ออกไปก่อน จากนั้นใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะก่อน แล้วจึงชโลมแชมพูบนหนังศีรษะ นวดต่อไปจะช่วยถนอมเส้นผม หนังศีรษะ และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

    เลิกพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วคุณจะไร้รังแค
    1. อย่าขยี้เส้นผมหรือเกาหนังศีรษะแรงๆ ขณะสระ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ จนนำมาสู่ปัญหารังแคและผมร่วงเรื้อรัง
    2. ไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดสระผม เพราะจะทำให้น้ำมันธรรมชาติถูกชะล้างออกมากไป หนังศีรษะแห้ง และยังทำให้เส้นผมกระด้างด้วย
    3. หลังการสระผมทุกครั้ง ควรเป่าผมให้แห้งและไม่ใช้อุณหภูมิสูง เพื่อลดการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผม
    4. อย่านอนหลับขณะที่ผมยังเปียกชื้น ซึ่งหากทำบ่อยเข้า ความชื้นจะแพร่กระจายไปยังที่นอน หมอน และกลายเป็นเชื้อรามารังควานศีรษะในระยะยาวได้
    5. อย่าปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะมัน เพราะถ้าหนังศีรษะชื้น จะทำให้เชื้อราเติบโตได้ดี ปัญหารังแคก็จะตามมา
    6. หมั่นทำความสะอาดแปรงหรือหวีอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ตกค้างอยู่ตามหวีและแปรงหลังจากหวีผม เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคที่จะกลับเข้าสู่เส้นผมและหนังศีรษะได้ดี ท้ายนี้รังแคยังอาจรังควานคุณได้ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความเครียด

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เด็ก...กับปัญหาการเรียน แก้ไขได้
    ลูกเรียนไม่เก่ง พยายามเร่งก็ไม่ทันเพื่อน ขาดความมั่นใจ รู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้ ไม่อยากไปโรงเรียน ฯลฯ ปัญหาการเรียนของเด็ก เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งจากตัวเด็กเอง รวมทั้งสภาพแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู การเรียนการสอน ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1iceXcA

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ต้มแซ่บ
    อาหารพื้นบ้านภาคอีสานแต่ถูกปากคนทุกภาค เครื่องปรุงส่วนใหญจะเป็นเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู กระดูกหมูอ่อน เครื่องใน ฯลฯ เครื่องปรุงข่า ตะไคร้ พืชสมุนไพรอื่นๆ ใส่ลงไป ตามด้วยเนื้อสัตว์ตามต้องการ หากเป็นเนื้อที่มีความเหนียวก็เคี่ยวให้เปื่อย ตบด้วยพริกขี้หนูลงไป ปรุงรสด้วย น้ำปลา เกลือป่น ใช้ความเปรี้ยวจากมะนาว หรือมะขามก็ได้ไม่ผิด หรือทั้งสองอย่างยิ่งอร่อย จากนั้นตามด้วย ต้นหอม ผักชี พร้อมล้อมวงกินได้เลย

    (เครดิตภาพ : PaPaAmaTa, ติ๋ม เปอร์โย, ลำตะคอง, lukhin_inter, lekkathaifood)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • น้ำอัดลม...ความซ่าที่ว่างเปล่า
    เมื่อปี 2555 มีการวิจัยสำรวจพบว่าคนไทยจ่ายเงินซื้อน้ำอัดลมกว่า 38,800 ล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคร้ายจากน้ำอัดลมปีละ 330,000 ล้านบาท (เท่ากับงบประมาณก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่) ขณะที่คุณค่าทางโภชนาการของน้ำอัดลมอยู่ที่น้ำตาล ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ แต่จุดอ่อนของน้ำอัดลมอยู่ที่ผู้ดื่มได้พลังงานเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีก เรียกว่า "พลังงานที่ว่างเปล่า" ดังนั้น ถ้าดื่มน้ำอัดลมมากและกินอาหารอื่นน้อย ก็อาจขาดสารอาหาร โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ความหวาน ทำให้อิ่มและกินอาหารมื้อหลักได้น้อยลง

    จากข้อมูลฉลากโภชนาการพบว่า ปริมาณน้ำตาลที่มากับ “น้ำอัดลม” แต่ละสีแตกต่างกัน โดยพบว่าน้ำอัดลม 1 กระป๋อง (325 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลมากกว่า 6 ช้อนชาหรือบางยี่ห้อสูงถึง 12 ช้อนชา ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยจะต้องเผาผลาญแคลอรีออกไป น้ำอัดลมเพียง 1 กระป๋อง จะต้องใช้เวลาวิ่งออกกำลังกาย 30-60 นาทีกว่าจะขจัดแคลอรีออกไปจากร่างกายหมด คนที่ดื่มน้ำอัดลมทุกวันส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย อาทิ เกิดโรคอ้วนลงพุง โรคกระเพาะอาหาร ผิวเคลือนฟันบางกร่อน ฟันผุ กระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เฟอร์นิเจอร์สุขภาพ
    บ้าน ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน สถานที่ต่างๆ เราจะพบเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งประดับประจำไว้อำนวยความสะดวก หรือเอาไว้แค่ดูสวยๆ งามๆ ก็มี แต่ยังมีอุปกรณ์ หรือจะถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็ได้อีกประเภทหนึ่ง ที่คนมักไม่ค่อยใส่ใจ ซึ่งทุกครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยวัยกลางคน และผู้สูงอายุพึงมีไว้ประจำทุกหลัง นั่นคือ “เฟอร์นิเจอร์สุขภาพ”

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1lkcIIP

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว