คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • แค : ผักพื้นบ้านริมริ้ว
    คนไทยกินแคเป็นผักมาช้านานแล้ว มักขึ้นตามป่าละเมาะ ริมถนน คันนา รวมทั้งนิยมปลูกแคไว้ตามรั้วบ้าน เนื่องจากเก็บกินได้ตลอดปี ส่วนของแคที่นิยมกินคือ ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก และฝักอ่อน นิยมลวกน้ำร้อนใช้กินร่วมกับน้ำพริกกะปิหรือน้ำพริกปลาร้า ดอกอ่อนนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงส้มดอกแค แกงจืดดอกแค ดอกแคผัดหมูหรือกุ้ง ดอกแคชุบแป้งทอดกินกับน้ำพริก ทั้งนี้มักจะเอาเกสรตัวผู้ออกจากดอกแคก่อนใช้ประกอบอาหารเพื่อลดความขม ส่วนชาวอีสานนิยมนำดอกและยอดอ่อนมานึ่ง หรือย่าง กินร่วมกับแจ่ว ลาบ ก้อย และนำดอกแคมาปรุงอาหารประเภทอ่อมได้อีกด้วย สรรพคุณทางยาช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ช่วยบำรุงตับ แก้ไข้หัวลม บำรุงสายตา

    (เครดิตภาพ : YokDekCSs, ลักกี้, สาวบ้านแต้, ดงละดอน, kuky)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร
    มะเร็งกระเพาะอาหาร หมายถึง มะเร็งที่เกิดขึ้นตรงบริเวณเยื่อบุภายในโพรงกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งที่พบได้พอประมาณ มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ในบ้านเรามักจะตรวจพบผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้ในระยะสุดท้าย เนื่องจากผู้ป่วยมักจะมาหาหมอเมื่อมีอาการปรากฏชัดเจน

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1sfnX4G

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผักขม : บำรุงเลือด
    ชื่ออื่นๆ : ผักโขม ผักโหม ผักหม ฯลฯ ผักขมขึ้นอยู่ทั่วไป เป็นวัชพืชก็มี ที่นำมาปลูกเป็นผักก็มี เป็นไม้ประดับก็มี ที่พบทั่วไป คือ ผักขมหนาม ผักขมสวน ผักขมหัดหรือผักขมจิ้งหรีด และผักขมใบแดง พันธุ์ที่นิยมนำมากินเป็นผักมากที่สุดก็คือ ผักขมสวน เพราะอ่อนนุ่ม ใบโต รสชาติดี คุณค่าทางอาหารสูง ส่วนที่นำมาปรุงอาหารคือยอดและใบ แม้แต่ใบแก่ก็นำมาปรุงอาหารได้ อาหารที่นิยมทำจากผักขม คือ ผัด แกงจืด แกงเลียง และต้มจิ้มน้ำพริก ฯลฯ ผักขมนับเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากชนิดหนึ่ง เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก คนไทยแต่ก่อนนิยมแกงเลียงผักขมให้แม่ลูกอ่อนกิน โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มเลือด

    สรรพคุณทางยา : บำรุงเลือด ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ต้มเอาน้ำอาบ แก้คัน ยาขับปัสสาวะ แก้ตกเลือด แก้หนองใน แก้แน่นท้อง แก้ขี้กลาก ขับน้ำนม แก้ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงทวาร แก้เด็กลิ้นเป็นฝ้าละออง

    (เครดิตภาพ : Sawnoy,bicycle_trend, เจษฎา)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ยำไข่มดแดง
    ไข่มดแดง ที่ชาวบ้านนำมากินกันนี้ เป็นไข่ผสมกับตัวอ่อนระยะดักแด้ของมดงานและมดราชินี ชาวอีสานเรียกแม่เป้ง องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ไข่มดแดงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และได้รณรงค์ให้กินไข่มดแดงเป็นอาหาร มีไขมันน้อย มีโปรตีนสูง มีรสเปรี้ยวใช้แทนมะนาว หรือน้ำส้มสายชูได้

    ส่วนผสม (กินได้ 4 คน) : ไข่มดแดง 165 กรัม หอมแดง (ซอย) 20 กรัม หอมเป (ผักชีฝรั่ง) 10 กรัม ต้นหอม (ซอย) 19 กรัม สะระเหน่ 7 กรัม น้ำปลา 4 กรัม น้ำปลาร้า 15 กรัม มะนาว 15 กรัม พริกป่น 4 กรัม ข้าวคั่ว 10 กรัม

    วิธีทำ
    1. การยำก็ทำง่าย เอาไข่มดแดงที่เตรียมไว้แล้วมาใส่ในชามที่จะใช้ยำ ไข่มดแดงในช่วงนี้หาลำบากจะมีตัวแม่ติดมาด้วย ใส่ข้าวคั่วลงไปผสมเลย ถ้าคั่วใหม่ ๆ ก็ยิ่งดี
    2. ตามด้วยพริกป่น ถ้าทำเองก็จะเผ็ดและหอมได้ที่ เติมน้ำปลาลงไป ตามด้วยน้ำปลาร้าที่ต้มสุก เทให้ทั่ว เพิ่มความเปรี้ยวอีกนิดด้วยมะนาว แล้วก็ใส่หอมซอยลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    3. จากนั้นใส่ต้นหอมและหอมเป หรือที่เรียกว่าผักชีฝรั่งลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    4. ปิดท้ายด้วยใบสะระเหน่ ก็เป็นอันเสร็จ เมนูยำไข่มดแดง ตักขึ้นใส่จาน เสริฟกับข้าวเหนียวร้อน ๆ ทานกับข้าวสวยก็ได้ มีผักสดร่วมด้วยก็อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการ

    (เครดิตภาพ : สถาบันโภชนาการ, ไวน์มันแกว, ตุ้ยพงษ์พิษณุ, ธนนันท์, นู๋กัล)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขนมถ้วย
    ขนมถ้วยหรือขนมถ้วยตะไล เป็นพื้นบ้านโบราณที่ขั้นตอนการทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อน ประกอบด้วย 2 ชั้น คือ ตัวเนื้อรสชาติหวาน สีเขียวอ่อนหอมจากใบเตย และตัวหน้าขนมจากน้ำกะทิสด รสชาติหวาน มัน เค็ม ขนมถ้วยหากินได้ทั่วไปจากพ่อค้าแม่ขายหาบเร่ตามตรอกซอกซอย ทั้งนี้ในอดีตคนโบราณจะทำขนมใส่ในถ้วยกระเบื้องหรือถ้วยตะไล ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกว่า "ขนมถ้วยตะไล"

    (เครดิตภาพ : tiny, smeleader_com, jarinasa, madamK, คน(ผี)ทะเล)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เพกา : เมนูเพื่อคนที่เรารัก
    เพกา หรือเรียกอีกอย่างว่า ลิ้นฟ้า เป็นผักพื้นบ้านที่พบเห็นโดยทั่วไป ปลอดภัยจากโรคแมลง ขึ้นเองตามธรรมชาติ มีดีที่ความขม โดยยอดอ่อนนิยมนำมาต้ม หรือลวก ส่วนฝักอ่อนนิยมนำมาเผาห่ามๆ ทั้งใบและยอดอ่อนมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงสายตา มีวิตามินสูง เมนูเพกามีหลากหลายเช่น ลาบเพกา ยำเพกา ผัด แกล้มลาบก้อย หรือจะกินเป็นผักคู่กับน้ำพริกก็อร่อยไม่แพ้กัน

    (เครดิภาพ : คนเมืองแป้, ปรุงรสตามชอบ, ปลายแป้นพิมพ์, livingriversiam, มรกตนาคสวาท)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ดุสิตา
    ชื่่ออื่น : หญ้าข้าวก่ำน้อย ดอกขมิ้น หญ้าเข็ม ฯลฯ พืชล้มลุกอายุสั้นปีเดียว ขึ้นเป็นกอเล็กๆ ใบที่ข้อใกล้โคนต้นเป็นถุงดักจับแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร ดอกมีสีม่วงเข้มบานช่วงหน้าหนาวตามทางเดินและลานหินเป็นท้องทุ่งสีม่วงสวยงามมาก พบตามพื้นที่โล่งและชุ่มชื้นในภาคอีสาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานนาม "ดุสิตา" เป็นชื่อไทยของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จจังหวัดสกลนคร สรรพคุณทางยา หมอพื้นบ้านอีสาน ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงเลือด

    (เครดิตภาพ : natureman, qsbg_org, manager_co_th, suwaree, tourismthailand)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : ไอติมหลอด
    ไอติมหลอด ไอติมเขย่า หรือไอติมแท่่ง ฯลฯ ไอติมโบราณเก่าแก่แล้วแต่จะเรียกขาน สีสันน่ากิน ขั้นตอนไม่ยุ่งยากอะไรเตรียมน้ำหวานโคล่า น้ำเขียว น้ำแดงตามชอบ เทลงแม่พิมพ์ไอติมหลอด หมุนไปหมุนมาหรือจะเขย่าไม่ว่ากัน พอไอติมเริ่มแข็งตัวก็เสียบไม้เพื่อทำด้ามจับไอติมลงไป หมุนไปมาเรื่อยๆ ใช้ความเย็นจากน้ำแข็งและเกลือที่อยู่ข้างล่างถัง สักพักไอติมแข็งตัวหยิบแจกจ่ายลูกค้าตัวเล็ก ตัวน้อยที่มารอคิวได้ลิ้มลองรสต่อไป ไอติมหลอดมีขายตามงานวัด หน้าเทศกาล งานประจำปี โดยเฉพาะหน้าโรงเรียนช่วงเด็กเปิดเทอม ขนมยอดฮิตของเด็กๆ เดินตามเด็กๆ ไป รับรองได้กินแน่นอน

    (เครดิตภาพ : ดวงตะวัน, ท่านขุนเดชา, โฟโต้ออนทัวร์, jin leng, โอ ติ๊ง ต่อง, Kikansha, ไอติมหลอด Ice-หลอด, tintila, yyswim, 4x4 special)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • บัวบก : สมองสดใสคืนสู่วัยหนุ่มสาว
    ชื่ออื่นๆ : กะโต่ ผักแว่น ผักหนอก ฯลฯ
    ผักพื้นบ้านที่กินอยู่ทุกวัน สมุนไพรบำรุงสมองที่คนเฒ่าคนแก่รู้จักกันดี ใช้บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท บำรุงควมจำ บำรุงสายตา บำรุงผม บำรุงเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ ใช้ได้ทั้งเด็กและคนแก่ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดความดันโลหิตได้ มีรสเฝื่อนขมเย็น เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้ลม แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า เป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงเสียง ช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยชะลอความแก่ชรา แก้โรคอัลไซเมอร์ การแพทย์จีนถือว่าบัวบกคือ "สมุนไพรของความเป็นหนุ่มสาว"

    แนะนำวิธีใช้
    (1) สูตรน้ำบัวบก
    สรรพคุณ : ดื่มแก้ช้ำในหรือร้อนใน
    1. เลือกใช้บัวบกที่ใบแก่กว่ากินเป็นผักสด ใช้ทั้งรากทำความสะอาดอย่างดี
    2. ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนบดหรือตำ
    3. คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บดหรือตำแล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สองเพื่อให้ได้ตัวยาที่ยังเหลืออยู่ ใช้น้ำสะอาดในการคั้น แต่ห้ามใช้น้ำร้อน หรือนำน้ำที่คั้นไปต้ม
    4. กรองน้ำบัวบกโดยใช้ผ้าขาวบางห่างๆ แบบผ้ามุ้ง ถ้าผ้าถี่มากจะกรองไม่ออก
    5. หลังกรองจะมีกาก ซึ่งเศษใบให้ทิ้งไว้ให้นอนก้นและทิ้งไป รินเฉพาะส่วนใสมาดื่ม
    6. น้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆ จากใบสดๆ จะดีที่สุด ไม่ควรเก็บน้ำบัวบกไว้นาน และต้องแช่เย็นไว้เสมอ
    7. น้ำเชื่อมถ้าทำจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยยิ่งขึ้น

    (2) น้ำมันบัวบก (สูตรอายุรเวท)
    สรรพคุณ : บำรุงผมและหนังศรีษะ ช่วยให้ผมดกดำมีส่วนช่วยแก้ผมร่วง และหงอกก่อนวัย
    วิธีการใช้ ชโลมเส้นผม นวดให้ทั่วหนังศรีษะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที แล้วสระผมด้วยน้ำอุ่น (สระผมด้วยแชมพูตามปกติ)
    ส่วนประกอบ : บัวบก 4 กิโลกรัม น้ำมันมะพร้าว 1 ลิตร น้ำสะอาด 7 ลิตร
    วิธีการทำ
    1. ล้างบัวบกให้สะอาด
    2. หั่นบัวบกเป็นชิ้นเล็กๆ
    3. เติมน้ำลงไปในบัวบก นำไปปั่นให้ละเอียด
    4. กรองเอาแต่น้ำบัวบก
    5. นำน้ำบัวบกไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ไฟอ่อนๆ ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส
    6. เคี่ยวจนเหลือแต่น้ำมันมะพร้าว ให้สังเกตลักษณะกากของน้ำมัน กากจะมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย เป็นอันใช้ได้ ยกลงจากเตา กรองเอาน้ำมัน

    (เครดิตภาพ : ดงละคอน, OverEat, lovelyjone/jog, สุขใจในครัว)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันเมื่อรักผิดหวัง
    เรื่องความรัก ใครๆ ก็ต้องการความสมหวังกันทั้งนั้น ทั้งความรักของหนุ่มสาว หรือการอยู่ร่วมกันของชีวิตคู่ เราต้องเข้าใจเรื่องของตัวเราเองและคนที่จะเป็นคู่ของเรา ซึงจะทำให้ไม่เกิดปัญหาจากความไม่เข้าใจกัน แต่แม้ว่าจะเข้าใจกันบางครั้งก็ยังอาจมีเรื่องขัดแย้งจนเสียน้ำตาเกิดขึ้น

    สำคัญที่ว่า เราเรียนรู้จากเรื่องความขัดแย้งและความเสียใจหรือไม่ แล้วนำมาเป็นบทเรียนสำหรับการเพิ่มความเข้มแข็งในจิตใจต่อไป เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ความเจ็บป่วดหรือความเสียใจครั้งก่อน ก็สามารถมาเรียนรู้เพื่อเพิ่มคุ้มกันใจได้เช่นกัน

    ความเสียใจจากความผิดหวังเรื่องความรัก โดยเฉพาะในครั้งแรก มักทำให้เรารู้สึกทนไม่ได้ แต่หากเรามีวัคซีนใจที่ค่อยๆ ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นมา เราก็จะสามารถผ่านความเศร้านั้นไปได้ พึงระลึกว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน ให้เตรียมใจ และเตรียมรับมือกับทุกเหตุการณ์ในวันข้างหน้า ขอเพียงมองโลกในสิ่งที่ดี เราย่อมได้รับสิ่งที่ดีจากด้านที่มอง

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว