คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ลูกคุย
    ชืออื่นๆ : กุย คุย ต้นคุย เถาคุย เครือ บักยาง หมากยาง ฯลฯ ผลไม้พื้นบ้านที่มีให้กินเฉพาะฤดูกาล ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ลูกสุกสีเหลืองอมส้ม มีน้ำยางสีขาวปนริมเปลือก รสชาติหวานอมเปรี้ยว พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ป่ารกร้าง หรือในสวนยางพารา นอกจากกินผลสุกได้แล้ว ยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย หมอพื้นบ้านใช้เถาต้มกินแก้มือเท้าอ่อนเพลีย แก้อัมพฤกษ์อัมพาต เปลือกต้มกินแก้ปวดหัว แก้ตับพิการ ผลสุกช่วยระบบขับถ่ายได้ดี

    (เครดิตภาพ : จันทน์กะพ้อ, Apidej, ฐานิตบูติค, นายลำใย, แดง อุบล, iamnea)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กระเป๋ากันง่วง
    ความง่วงเป็นสาเหตุสำคัญของการจราจร อาการหลับในเกิดได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาบ่าย 2 โมงถึง 4
    โมงเย็น และหลังเที่ยงคืนถึง 7 โมงเช้า เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้อยู่ในภาวะอาการง่วงขณะขับรถซึ่งเป็นอันตรายต่อตน
    เองและคนรอบข้าง ควรดูแลตนเองอย่างไร และเตรียมอะไรบ้างเมื่อต้องขับรถ
    https://www.youtube.com/watch?v=J66iE227ANk

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • "สมาธิลมปราณชี่กง บำบัดโรคต่างๆ และสุขภาพดี ชีวิตยืนยาว ได้อย่างไร"
    มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง "สมาธิลมปราณชี่กง บำบัดโรคต่างๆ และสุขภาพดี ชีวิตยืนยาว ได้อย่างไร" โดย อ.สุรศักดิ์ องอาจถาวร ผู้บำเพ็ญเพียรวิชาลมปราณชี่กง วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.

    สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน

    โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทรส่งมาที่ E-mail : [email protected] หรือไลน์ : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th จัดโดยโครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • การดูแลผู้ป่วยด้วยดนตรีบำบัด
    การรักษาแบบ alternative medicine หรือการแพทย์ทางเลือก เป็นวิธีการรักษาแบบอิสระที่ใช้ได้กว้างขวางร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ดูแลพยาบาลผู้ป่วยได้มีส่วนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากภาวะต่างๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็ง ด้วยวิธีการเบี่ยงเบนความสนใจ ช่วยลดการกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ส่งเสริมการผ่อนคลายทางร่างกาย และทำให้เกิดความสุข ความงดงามทางจิตใจ ด้วยวิธีการ ผสมผสานแบบธรรมชาติ

    จุดประสงค์ของการนำดนตรีมาใช้
    1. เพื่อทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลง มีความทนทานต่อความเจ็บปวดได้มากขึ้น มีความวิตกกังวล ความกลัวลดลง ใช้ยาน้อยลง
    2. ทำให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายจิตใจ มีความสุขเพลิดเพลิน ลืมความทุกข์ ความเจ็บปวดชั่วขณะ
    3. ทำให้ผู้ป่วยมีทัศนคติที่ดีต่อทีมงานผู้รักษา แสดงออกในด้านดี
    4. ช่วยทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้มากขึ้น

    ขั้นตอนการใช้ดนตรีบำบัดเพื่อระงับอาการปวด
    1. ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ป่วยก่อน ผู้ป่วยควรมีความพร้อมที่จะใช้วิธีดนตรีบำบัด มีบางครั้งที่พบว่าในยามปกติ ผู้ป่วยมีประวัติรักเสียงเพลงและร่วมกิจกรรมด้านดนตรี แต่เมื่อมีความเจ็บป่วย ผู้ป่วยกลับไม่ค่อยตอบสนองต่อดนตรีเลย หรือปฏิเสธที่จะฟังดนตรี จึงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ชอบ
    2. การสำรวจผู้ป่วยในเรื่องประสบการณ์ด้านดนตรี, ความสามารถด้านดนตรี ประเภทเพลงที่ผู้ป่วยชอบ เครื่องดนตรีหรือเพลงที่ผู้ป่วยคุ้นเคยซึ่งจะช่วยให้การจัดกิจกรรมดนตรีง่ายขึ้น และเป็นการสร้างความรู้สึกอบอุ่นประทับใจแก่ผู้ป่วย
    3. จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด โดยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ใส่สบายไม่อึดอัด ใช้หมอน ผ้าห่ม ฯลฯ ช่วยพยุงปรับให้อยู่ในท่าที่พอดี
    4. ควรอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิเย็นสบาย ไม่มีเสียงรบกวน ปรับแสงสีในห้องให้เย็นตา สะอาด เรียบร้อย สวยงาม
    5. เลือกใช้เครื่องเสียงที่มีคุณภาพ ที่ผู้ป่วยจะสามารถใช้ได้เองด้วยตนเองตามสะดวกและปลอดภัย
    6. จัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือดูแล สอน ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจผู้ป่วย ขณะที่ใช้วิธีการดนตรีบำบัดร่วมกับเทคนิคการผ่อนคลาย
    7. ควรมีการประเมิน ความเจ็บปวด ความวิตกกังวล ก่อน-หลังทำ
    อย่างไรก็ตาม ดนตรีสามารถช่วยลดความเจ็บปวดได้ถึงจุดหนึ่ง และเป็นเวลาชั่วคราว จึงจำเป็นต้องฟังตามอาการเป็นประจำ ซึ่งการฟังเพลงร่วมกับการใช้เทคนิคผ่อนคลายเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมเนื่องจากเป็นการลงทุนที่ต่ำ แต่ได้ประโยชน์สูงมาก ไม่มีพิษภัยและใช้ได้อย่างอิสระ

    (เครดิตข้อมูล : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • 6 วิธี ฟื้นฟู "ตับ"
    ตับเป็นอวัยวะสำคัญมากต่อร่างกาย เปรียบเสมือนโรงงานกำจัดขยะ ที่จะคอยกำจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย และสังเคราะห์พลังงานต่างๆ ที่ร่างกายต้องการ เช่น โปรตีน น้ำตาล สร้างน้ำดีที่ใช้ย่อยไขมัน ลองคิดกันดูว่า ถ้าหากเรานำสารพิษเข้าในร่างกายปริมาณมากๆ จนตับของเราเสื่อมประสิทธิภาพ และไม่สามารถกำจัดสารพิษออกไปได้หมด ร่างกายของเราจะเป็นยังไง?

    สารพิษที่มีอยู่ใน "เหล้า" คือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำร้ายตับมากที่สุด เพราะเหล้าไม่มีสารอาหารอะไรนอกจากเป็นสารพิษที่ต้องถูกส่งไปให้ตับทำลาย จะไม่ได้แสดงในทันที แต่จะไปทำลายเซลล์ที่อยู่ภายในตับให้อ่อนแอและตายไปเรื่อยๆ ผลที่ตามมาร่างกายของเราจะค่อยๆ แสดงออกให้เห็น เช่น เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ อ่อนเพลียง่าย ซึ่งถ้าเรายังเร่งทำร้ายตับในระยะยาวก็จะส่งผลรุนแรงถึงชีวิต

    แต่ก็ยังไม่สายจนเกินไป "ตับ" สามารถฟื้นฟูตัวมันเองได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณไม่ทำร้ายมันเพิ่ม และดูแลมันให้ดี เคล็ดลับในการดูแลและฟื้นฟูตับให้กลับมาแข็งแรง มีดังนี้
    1.เลิกดื่มเหล้าและแอลกอฮอล์ทุกชนิดที่เป็นตัวบ่อนทำลายตับ แค่คุณ “พักตับ” เลิกดื่ม ก็ช่วยให้ตับไม่ต้องทำงานหนักและฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว
    2.เข้านอนตั้งแต่ 22.00 น. เพราะในช่วงเวลา 22.00-2.00 น. เป็นช่วงที่ตับจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด
    3.ไม่ควรทานยาหากไม่จำเป็น เพราะยาเป็นสิ่งที่ทำลายตับโดยตรง
    4.ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะอาการท้องผูกจะทำให้ตับทำงานมากขึ้น
    5.ไม่ควรทานอาหารที่ปรุงแต่ง เช่น ใส่สีผสมอาหาร ใส่วัตถุกันเสีย และน้ำตาลเทียม
    6.อย่าปล่อยให้เกิดโรคอ้วน และอย่ากินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูงในปริมาณมาก

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ลูกหว้า
    ผลไม้พื้นบ้านที่มีให้กินตามฤดูกาล ผลสีม่วงเข้มจนถึงดำคล้ายองุ่นรสชาติจะออกหวานและมีรสฝาดเล็กน้อย นิยมนำ
    มาทำแปรรูปเป็นน้ำลูกหว้า เยลลี่ และแยม หรือกินผลสุกสดๆ สารที่มีอยู่ในลูกหว้าจะเป็นสารกลุ่มแอนโธไซยานิน (ไซ
    ยานิดิน) กรดเอลลาจิก กรดเฟอรูลิก ซึ่งสารกลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านฤทธิ์ของสารก่อมะเร็งโดยพบว่า
    สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งเต้านมได้

    (เครดิตภาพ : jambolan, noknoy)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แคบหมู
    แคบหมู เป็นอาหารขึ้นชื่อของชาวล้านนา ใช้รับประทานร่วมกับอาหารอื่นๆ เช่น น้ำพริก ขนมจีนน้ำเงี้ยว ใช้เป็นส่วนผสมในการตำน้ำพริก หรือแกง เช่น แกงบอน แกงผักตำลึง (แกงผักแคบ) แกงหน่อไม้ แคบหมูมีทั้งชนิดติดมัน และไม่ติดมัน ที่เรียกกันว่า แคบหมูไร้มัน ชาวล้านนาดั้งเดิม นิยมรับประทานแคบหมูเป็นอาหาร มากกว่าเป็นเครื่องแนม

    (เครดิตข้อมูล : ฐานข้อมูลอาหารพื้นบ้านล้านนา เครดิตภาพ : isolateboy)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขนมจาก
    ขนมพื้นบ้านทำด้วยแป้งข้าวเหนียว ส่วนมากนิยมใช้ข้าวเหนียวดำ มะพร้าวทึนทึกขูดพอหยาบๆ น้ำตาลมะพร้าว และเกลือเล็กน้อย บางบ้านอาจใช้กล้วย ฟักทอง มะพร้าวขูดและห่อด้วยใบจาก หรืออาจใช้กล้วย ฟักทอง แป้งข้าวเหนียวแทนลูกจากและแป้งข้าวเหนียวแทนแป้งข้าวเจ้า ที่เรียกว่าขนมจากนั้นก็เพราะว่า เป็นขนมที่ห่อด้วยใบจากสด ที่ได้จากต้นจาก ขึ้นเป็นกออยู่ตามป่าชายเลนและบริเวณริมน้ำเค็ม ขนมจากนี้ทำให้สุกด้วยการย่างไฟคล้ายการเผาข้าวหลามแต่ใช้ความร้อนน้อยกว่า นับเป็นขนมพื้นบ้านที่ยังหาทานกันได้ไม่ยากนักตามตรอกซอกซอย ตลาดนัด หัวมุมตลาด

    (เครดิตภาพ : wachi29, svfishing, ครัวคุณต๋อย)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • การเวก
    มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น กระดังงัว กระดังงาป่า กระดังงาเถา หนามควายนอน ฯลฯ การเวกเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งที่ทนทานมีอายุยืนนาน ไม่มีโรคแมลงรบกวน ขึ้นได้ทั่วไป ชอบกลางแจ้งแดดจัด และเลื้อยคลุมซุ้มหลังคาต่างๆได้ดี จึงนิยมปลูกให้เลื้อยขึ้นคลุมเป็นซุ้มประตู ซุ้มระเบียง ซุ้มเก้าอี้สนามหรืซุ้มทางเท้า ออกดอกตลอดปี ดอกมีกลีบเรียง 2 ชั้น รวม 6 กลีบ กลีบดอกสีเขียวอ่อน เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลีบดอกหนา เป็นมัน กลิ่นหอมแรงตั้งแต่ตอนเย็นจนถึงกลางคืน

    (เครดิตภาพ : ลำน้ำ C, imaim)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : ปลาหลด
    ปลาน้ำจืดพื้นบ้านไทย อาศัยอยู่ในห้วย หนอง คลอง บึง แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไป ปลาหลดมีรูปร่างคล้ายปลาไหล ปลายปากยื่นยาว ยืดหดได้ ลำตัวสีเทาและสีดำ วิถีหาอยู่หากินของชาวบ้านในการจับปลาหลดจะใช้ขอเกาะปลาหลดหรือเรียกอีกอย่างว่าสระโอ กรีดไปในเลนกลับไปกลับมาเมื่อถูกปลาหลดก็จะเข้าไปอยู่ในซอกรูปสระโอ ช่วงฤดูน้ำลดน้ำเหลือน้อยมักนำไสมาวางดักทางน้ำ หรือตามคลองน้ำไหลผ่าน ชาวบ้านมักใช้แหปากถี่ว่านดักจับ เมนูปลาดหลดแบบบ้านๆ เริ่มด้วยปลาหลดหมกเกลือย่างเตาถ่านไฟอ่อนๆ ทานกับข้าวร้อนๆ อร่อยเหาะ หรือจะขึ้นครัวเติมเครื่องปรุง ต้มปลาหลดใส่ผักแขยง แกงอ่อมปลาหลด ปลาหลดทอด ต้มยำปลาหลด ฯลฯ

    (เครดิตภาพ : vuddiken, ครัวบ้านนอก, Kubtan Jackk, fisheries)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว