ข้าวเม่า
เป็นข้าวที่ได้มาจากรวงข้าวใกล้เก็บเกียว สีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล ทำได้จากทั้งเมล็ดข้าวเหนียว และเมล็ดข้าวเจ้า แต่ส่วนใหญ่ทำจากเมล็ดข้าวเหนียวเนื่องจากข้าวเจ้านั้นแข็ง ตำยาก เมล็ดข้าวจะไม่สวย โดยนำเมล็ดข้าวมาคั่ว ตำ บางบ้านใส่ใบข่าลงร่วมด้วยเพื่อเพิ่มสีเขียวของข้าวเม่า เมื่อตำได้ที่แล้วนำไปกินอุ่นๆ ได้เลย ซึ่งข้าวเม่าจะนิ่ม หอมกลิ่นข้าวใหม่ บางบ้านนำไปคลุกน้ำตาลทราย เกลือ ขูดมะพร้าวโรยใส่กินแบบข้าวเม่าคลุกก็อร่อยหวานมันไม่แพ้กัน หรือขนมอื่นๆ ทั้งนี้สมัยแต่ก่อนมีประเพณีตำข้าวเม่าของชาวนา แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีแล้ว คุณค่าของข้าวเม่ามากมาย อาทิ อุดมด้วยเส้นใย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน ธาตุเหล็ก แคลเซียม ช่วยบำรุงเลือด บำรุงกำลัง ป้องกันมะเร็งลำไส้ โรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก ฯลฯ
คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
เตรียมตัวก่อนเล่นโยคะ
การฝึกโยคะทำได้ทุกอายุ เนื่องจากการฝึกโยคะไม่ได้เคร่งครัดว่าจะต้องปฏิบัติให้ได้เท่านั้นเท่านี้ หากควรปฏิบัติเท่าที่รู้สึกว่าสบาย ไม่อึดอัด ไม่เจ็บปวด หากทำท่าใดแล้วไม่รู้สึกสบายจึงไม่ควรกระทำ แต่สำหรับผู้สูงอายุควรปรึกษาผู้รู้เท่านั้น เพราะมีท่าบางท่าที่ผู้สูงอายุไม่ควรกระทำ หากพลาดพลั้งอาจจะบาดเจ็บและไม่เป็นผลดี แต่โดยทั่วไปแล้วให้ค่อยๆ ฝึก อย่าเร่งรีบ ต้องยึดหลักว่าอย่าฝืนและคิดว่าต้องทำให้ได้เวลาที่เหมาะสมในการเล่นโยคะ
การฝึกโยคะควรเป็นเวลาที่ท้องว่างหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง เวลาที่ดีที่สุด คือ เช้าตรู่ หรือบ่ายๆ ค่อนข้างไปทางเย็น ไม่แนะนำให้ฝึกโยคะเวลา 12.00-13.00 น. เพราะเป็นเวลาที่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ การฝึกโยคะควรกระทำวันละครั้ง หรือวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นเตรียมตัวก่อนเล่นโยคะ
เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำ หรือทำความสะอาดร่างกายเฉพาะส่วน ได้แก่ ล้างก้น ล้างขาท่อนล่าง ล้างแขนท่อนล่าง บ้วนปาก แปรงฟัน พรมน้ำที่ตา ล้างรูจมูก ล้างใบหูและลำคอ เชื่อกันว่าการอาบน้ำและการทำความสะอาดร่างกายจะทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายเย็นลง ทำให้ใจสงบลงก่อนฝึกโยคะกันจริงๆ สำหรับผู้หญิงที่มีครรภ์และประจำเดือนไม่แนะนำให้ฝึกโยคะในระหว่างนั้นสถานที่
สถานที่ในการฝึกโยคะควรเป็นห้องที่สะอาดไม่มีฝุ่นละออง อย่าลืมว่าโยคะเน้นถึงอากาศบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่ควรฝึกโยคะนอกอาคาร หรือฝึกอยู่ในแดด เพราะอาจทำให้เย็นไปร้อนไปได้ ในห้องควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีกลิ่นควัน กลิ่นเหม็นรบกวน ไม่มีควันพิษ ยาฉีดกันยุง หรือสารเคมีอื่นๆ ที่อาจสูดหายใจเข้าไปแล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ควรฝึกโยคะกับพื้นเพราะจะแข็งเกินไป อาจจะเอาเสื่อปู หรือเอาผ้าซับฟองน้ำบางๆ ปู หรือฝึกบนพรมที่มีผ้าปูอีกชั้นหนึ่งเสื้อผ้า
ควรสวมเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด เพราะเสื้อผ้าจะซับเอาน้ำมันตามธรรมชาติที่จะออกมาระหว่างการฝึกไปหมด น้ำมันจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังเป็นโลชั่นธรรมชาติที่เหมาะกับเจ้าตัวมากที่สุด หากฝึกโยคะแล้วได้นวดน้ำมันกลับคืนความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังเท่ากับเป็นการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณอย่างหนึ่ง ดังนั้น อย่ามองข้ามความสำคัญของการแต่งกายและการนวดหลังจากฝึกอาสนะโดยทั่วไปหากฝึกในที่สาธารณะ เสื้อผ้าที่จะสวมไม่ควรรัดรึงจนเคลื่อนไหวไม่ถนัด ถอดแหวน สร้อย นาฬิกาออก เอาของออกจากกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงให้หมดด้วย เพราะของแหลมอย่างปากกาอาจทิ่มแทงเจ้าตัวขณะฝึกได้
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
สมุนไพรต้านพิษ (สัตว์ร้าย)
สิ่งหนึ่งที่มักมาพร้อมกับฤดูฝนก็คือบรรดาสัตว์มีพิษทั้งหลาย อย่างเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง หรือแมงมุม และที่สำคัญพบว่าปัจจุบันสัตว์มีพิษเหล่านี้มีพิษที่ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ มีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถรับมือกับสัตว์มีพิษต่างๆ เหล่านี้ เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถึงมือแพทย์1. เสลดพังพอน
มีข้อมูลงานวิจัยพบว่า “เสลดพังพอน” ช่วยต้านพิษจากสัตว์ได้มากที่สุดถึง 8 ชนิด คือ ผึ้ง ต่อ แตน ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง และงู ซึ่งการนำมาใช้สามารถใช้ได้ทั้งเสลดพังพอนตัวผู้ และเสลดพังพอนตัวเมีย เมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดหรือต่อย ให้ใช้ใบเสลดพังพอนที่ไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป ประมาณ 25-30 ใบ นำมาล้างน้ำให้สะอาด และให้คนที่ถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัดเคี้ยวกลืนแต่น้ำ แล้วคายกากออกมาพอกแผล ใบเสลดพังพอนจะช่วยดูดพิษ และทำให้อาการปวดทุเลาลงภายในเวลา 30-45 นาที หรือจะใช้ส่วนราก (มีรสจืดเย็น) ฝนกับเหล้าขาวดื่มและทาแก้พิษงู แมลงสัตว์กัดต่อย ถอนพิษตะขาบ แมงป่อง2. ตะขาบบิน หรือตะขาบหิน
ใช้ถอนพิษแมงป่อง และตะขาบกัดต่อย ช่วยแก้ฟกช้ำบวมได้เป็นอย่างดี โดยชาวบ้านมักใช้ต้นและใบสด ตำผสมเหล้า หรือน้ำซาวข้าว คั้นเอาน้ำใช้ทา และใช้กากพอกบริเวณที่ถูกกัดต่อย3. หอมแดง
นับเป็นสมุนไพรที่มีใช้กันทุกครัวเรือน สามารถใช้แก้พิษแมงมุมได้ โดยมีประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ไปหาหมอแผนโบราณ โดยหมอให้นำหัวหอมแดงทุบให้บุบ ผสมกับยาหม่องใช้ทาบริเวณที่โดนกัด และให้กินด้วย ทำทุกๆ 5-10 นาที ประมาณ 3-4 ครั้ง อาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เนื่องจากแมงมุมเป็นสัตว์พิษเย็นจึงต้องใช้ของร้อนอย่างหอมแดงแก้พิษ และเร่งสรรพคุณด้วยยาหม่องจึงสามารถช่วยขับพิษออกไปได้ อย่างไรก็ตาม หากถูกงูกัด หรือได้รับพิษของสัตว์อย่างรุนแรง เช่น ผึ้งจำนวนมากต่อย เบื้องต้นแนะนำว่าให้รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนเป็นอันดับแรก เพราะบางครั้งอาจมีความจำเป็นต้องให้ยาทางหลอดเลือดโดยเร็วก่อนจะเกิดอันตรายขึ้น หรืออาจไม่ทราบชนิดงู และการรักษาอาจมีความจำเป็นต้องใช้เซรุ่มเพื่อช่วยชีวิตก็เป็นได้** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
มะระขี้นก : ขมเป็นยา
ชื่ออื่นๆ : ผักไห่ มะไห่ มะนอย มะห่วย ผักไซ ฯลฯ มะระขี้นกมีรสขมมากกว่ามะระจีน จึงนิยมกินในหมู่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ผล
อ่อนนำไปต้มหรือเผากินได้ทั้งลูก ผลแก่ต้องนำมาผ่ากลาง คว้านเมล็ดออกเสียก่อน การลดความขมของมะระขี้นกนั้นทำได้
โดยต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เกลือสักหยิบมือ ลวกมะระในน้ำเดือดสักครู่ มะระจะยังคงมีผลสีเขียวสด หรือจะต้มกินกับน้ำพริกก็ได้
บางครั้งราดด้วยกะทิสดเพื่อเพิ่มรสชาติ ทั้งนี้มะระขี้นกมีฤทธิ์เย็น จึงไม่ควรกินติดต่อกันนานเกินไป ควรกินผักอื่นบ้างให้ร่าง
กายเกิดสมดุลสรรพคุณทางยา
- น้ำต้มรากมะระขี้นกใช้ดื่มเป็นยาลดไข้ บำรุงธาตุ เป็นยาฝาดสมาน แก้ริดสีดวงทวาร แก้บาดแผลอักเสบ
- ใบช่วยเจริญอาหาร ช่วยระบาย
- น้ำคั้นใบดื่มเป็นยาทำให้อาเจียน บรรเทาอาการท่อน้ำดีอักเสบ
- ดอกชงกินกับน้ำแก้อาการหืดหอบ
- ผลกินเป็นยาขม ช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย ขับพยาธิ แก้ตับและม้ามอักเสบ หรือจะคั้นน้ำมะระดื่มสัปดาห์ละไม่เกิน 1
แก้ว เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นยาระบาย
- ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิตัวกลม(เครดิตภาพ : narongrits, lovelyjone/jog, สวนข้าวโอ๊ตแพรวา)
** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
สลัดผักและไข่
เครื่องปรุง : น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายขาว 5 ช้อนโต๊ะ นมข้นหวาน 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ นมสด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง ไข่ไก้สด 2 ฟอง มัสตาร์ด 1 ช้อนชา (แล้วแต่ชอบ) พริกไทย 1 ช้อนชาวิธีทำ
นำเครื่องปรุงทั้งหมดยกเว้นน้ำมันพืชใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเครื่องปรุงทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว ให้ค่อยๆเทน้ำมันพืชลงไปในขณะปั่น พอน้ำมันเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ได้ดีแล้วก็หยุดปั่น แล้วนำน้ำสลัดที่ได้ตั้งพักไว้ให้ขึ้นฟูได้ที่ วิธีดูว่าน้ำสลัดฟูได้ที่หรือยัง คือจะสังเกตเห็นว่ามีฟองผุดขึ้นมา พอน้ำสลัดฟูได้ที่แล้วให้ใช้ไม้พายคนไล่ฟองอากาศ การไล่ฟองอากาศออกจะทำให้น้ำสลัดเก็บได้นานขึ้นการเก็บน้ำสลัดหากเก็บในตู้เย็นจะเก็บได้ประมาณ 2 สัปดาห์เคล็ดลับ
ในการทำน้ำสลัด หากใส่น้ำมันพืชลงไปพร้อมเครื่องปรุงอื่นๆ จะทำให้ส่วนผสมไม่เข้ากัน และหลังจากใส่น้ำมันแล้ว หากปั่นต่อนานเกินไป อาจทำให้น้ำมันแยกตัวจากส่วนผสมอื่นๆได้(เครดิตภาพ : ilovecleanfood, karnoi)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
รอยแผลคล้ายบุหรี่จี้ - สครับไทฟัส
โรคนี้เกิดจากตัวไร (ภาพที่ 1) ที่มีเชื้อสครับไทฟัสกัด ตัวไรอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ไร่พริก สวนยาง พุ่มไม้เตี้ย และป่าสูง เมื่อคนเดินผ่านไป มันก็จะกระโดดเกาะ แล้วไต่เข้าไปในเสื้อผ้า และเมื่อมันกัดคน บริเวณที่ถูกตัวไรนี้กัดก็จะกลายเป็นแผลคล้ายรอยบุหรี่จี้ (ภาพที่ 2) ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้ แต่พบได้เพียงร้อยละ 50 ของคนที่เป็นโรคนี้ หากไม่พบ การวินิจฉัยก็ต้องอาศัยการตรวจเลือดพิสูจน์ผู้ป่วยมักมีผื่นแดง (ภาพที่ 3) ขึ้นตามตัวในวันที่ 6 ของไข้ หากปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจมีภาวะ
แทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ถ่ายอุจจาระดำ ปอดอักเสบ สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หัวใจวาย ปอดวาย ไตวาย โลหิตเป็นพิษ เป็นต้น -
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
น้ำสมุนไพร : น้ำตะไคร้
สรรพคุณ : บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว หอบเหนื่อย ช่วยขับปัสสาวะ ขับลมในลำไส้วิธีทำ : ใช้รากและลำต้น หั่นเป็นฝอยบางๆ 200 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ลิตร เติมน้ำตาลกรวด 200 กรัม ระหว่างที่ต้มให้คอยตักฟองทิ้งด้วย ต้มนาน 5 นาที พอเดือดแล้วยกลงได้ อย่าต้มเคี่ยวไว้นานเกินไป เพราะน้ำจะเปลี่ยนสีไม่น่ากิน เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น นำผ้าขาวบางมากรองแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้เป็นเครื่องดื่มได้เลย
(เครดิตภาพ : shutkonnon, leela_danat)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
หมกปลา
หมกปลา เป็นอาหารอีสานที่คล้ายห่อหมกในภาคกลาง ทำง่าย รวดเร็ว และไม่ใส่กะทิ คลุกเคล้าด้วยหอมแดง ตะไคร้ซอย หอม ใบแมงลัก ใบมะขาม พริกให้ได้ที แล้วห่อด้วยใบตองนำไปนึ่ง เคล็ดลับหมกปลาจะอร่อยต้องนึ่งปลาอย่าให้คาว การนึ่งหมกปลาต้องต้มน้ำจนเดือดก่อนแล้วค่อยใส่หมกปลา มิฉะนั้นจะคาว กินไม่อร่อย เมนูหมกปลา อาทิ หมกปลาช่อน หมกปลาซิว หมกโอรสปลาหรือหมกปลาลูกครอก ฯลฯ(เครดิตภาพ : นู๋น้อย, หนุ่มเมืองเลย, คนภูหลวง, หนุ่มธุดงค์ไพร, สถาบันโภชนาการ)
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
สายตาดีด้วยวิธีมหัศจรรย์
มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง “สายตาดีด้วยวิธีมหัศจรรย์” สายตาสั้น ยาว หรือเอียง ลืมแว่นตาไปได้เลย รวมทั้วฟี้นฟู ต้อกระจก ต้อหิน โดย อาจารย์อุราภา วัฒนะโชติ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญฟื้นฟูสายตาด้วยวิถีธรรมชาติวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.
สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน
โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทร ส่งมาที่ E-mail : [email protected] หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 09 4095 1635 line : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th จัดโดย โครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน
-
7 ปี 32 สัปดาห์ ที่แล้ว
กินอย่างไรดีต่อสุขภาพ
สุขภาพดี ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบใหญ่ๆ คือ อาหาร อารมณ์หรือสุขภาพจิตที่ดี และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเวลาที่กิน ชนิดอาหารที่กิน ปริมาณในการกิน หลักการกิน ดังนั้นการกินจึงเป็นเรื่องใหญ่ หากทุกคนใส่ใจจะเป็นผลดีต่อสุขภาพเรา ลดโรคภัยไข้เจ็บ1. เวลาที่กิน ควรเน้นอาหารเช้ามากๆ แป้งน้อยๆ กินอาหารเช้ามากๆ อาหารกลางวันพอประมาณ เย็นๆ เบาๆ และที่สำคัญหลักเลี่ยงมื้อดึก เตรียมพบปัญหาโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก
2. ชนิดของอาหารที่กิน เน้นอาหารธรรมชาติ คนไทยในอดีตไม่มีอาหารทอด มีแต่ต้ม นึ่ง ย่าง หุง หลังจากวัฒนธรรมจีนเข้ามาก็เริ่มมีอาหารทอดมากขึ้น วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาก็เริ่มมีอบ และมีกรรมวิธีปรุงอาหารมากมาย อาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ จะเหลือแค่คาร์โบไฮเดรต เกลือหรือน้ำตาล ขณะที่อาหารธรรมชาติมีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ควรเลือกกินอาหารธรรมชาติแบบไทยๆ ดีกว่า
3. ปริมาณการกิน ควรกินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียดๆ กินปริมาณไม่มากแต่อิ่มได้ ลดอาหารหวาน โดยเฉพาะเครื่องดื่มหวานๆ ยิ่งชาเขียว ชาดำเย็น โอเลี้ยง กาแฟ นมเย็น และน้ำอัดลม ตัวการทำให้อ้วน
4. หลักการกิน เลือกกินอาหารให้เป็นยา มิใช่เลือกกินยาให้เป็นอาหาร พื้นเพอาหารไทยโดยเฉพาะพืชผักสมุนไพรมีสรรพคุณทางยาดีต่อสุขภาพ ผักผลไม้ใกล้ตัวเราบางชนิดมีฤทธิ์หยุดเซลล์มะเร็งขยายตัวได้ร้อยละ 50-70(เครดิตภาพ : คนชุมพรนอนกรุงเทพ, chingcancook, xinfully)
