คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • เมื่อถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก ใช้น้ำแข็งรักษาได้

    วิธีปฏิบัติ
    ถ้าบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก เป็นบริเวณแขน ขา นิ้ว ก็ใช้อวัยวะส่วนนั้นจุ่มหรือแช่ในน้ำที่มีน้ำแข็งแช่ไว้ให้เย็นและแช่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทนได้ เมื่อแช่ไปได้พักหนึ่ง ถ้าเย็นมากไปก็เอาอวัยวะส่วนที่แช่ออกชั่วคราว แล้วแช่กลับไปใหม่ ทำอยู่เรื่อย ๆ จนกว่าอาการปวดแสบปวดร้อนจะหมดไป

    ถ้าบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก อยู่ที่ใบหน้าหรือลำตัวให้ใช้น้ำแข็งทุบใส่ถึงพลาสติกแล้วใช้วางบริเวณนั้น หรืออาจใช้ผ้านุ่มๆ ที่สะอาดปูรองไว้ชั้นหนึ่งก็ได้ และใช้ถุงน้ำแข็งวางไว้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เช่นเดียวกัน ถ้าบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกเป็นบริเวณกว้าง หรือเป็นแผลดีกรีที่สามที่ทำให้เกิดแผล ผิวหนังแหว่งไป ซึ่งจำต้องพาไปหาแพทย์ ระหว่างพาไปหาแพทย์ให้ใช้ถุงน้ำแข็งประคบ หรือแช่น้ำแข็งบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกนั้นไปด้วย

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • บัวผัน บัวเผื่อน
    บัวพื้นเมืองของไทย ที่นิยมนำมาจัดสวน ปลูกเป็นไม้ประดับในอ่างหรือสระน้ำ ออกดอกตลอดปี โดยบัวผันดอกมีสีม่วง สีชมพู หรือขาว ส่วนบัวเผื่อนกลีบดอกขาวอมม่วง จัดเป็นบัวพื้นเมืองที่มีความทนทาน ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแดดทนฝนได้ดี ทั้งนี้ก้านดอกนำมารับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกได้ สรรพคุณทางยา แก้ไข้ บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ร้อนในกระหายน้ำ

    (เครดิตภาพ : สาวน้อย, สวนฟ้าใสวิกตอเรีย...พาน, ec-mall)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : ข้าวต้มมัด
    ในช่วงวันสำคัญๆ ทางพระพุทธศาสนา หลายๆ ครอบครัวถือโอกาสตระเตรียมทำขนมพื้นบ้าน เพื่อนำไปทำบุญถวายเป็นพุทธบูชา ขนมพื้นบ้านที่ชาวบ้านนิยมทำ คือ "ข้าวต้มมัด" วัตถุดิบหาได้ไม่ยาก ประกอบด้วย ข้าวเหนียว มะพร้าว กล้วยน้ำว้า ใบตอง ตอกสำหรับมัดข้าวต้ม "ข้าวต้มมัด" ถือเป็นภูมิปัญญาขนมพื้นบ้านของไทยที่มีมาแต่โบราณกาลและคนรุ่นหลังยังคงสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบันนี้ เวลาลงมือทำพี่น้อง ญาติๆ ครอบครัว มักมากันช่วยกัน คนไม้คนละมือจัดหาใบตอง ขูดมะพร้าว ปอกกล้วย ทำขนม อิ่มท้อง อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

    (เครดิตภาพ : Onanong, Jenjira)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แกงบอน
    แม่ครัว (พ่อครัว) ที่มีความชำนาญจะมีวิธีทำให้บอนหายคัน หากไม่เช่นนั้นผู้ที่กินจะเกิดอาการคันปาก คันคอ ผู้ปรุงบอนเองก็คันมือด้วย การใช้ความร้อนจึงเป็นวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กัน เช่น นำมาต้มเคี่ยวเป็นเวลานานพอสมควร นอกจากนี้ยังนำมาดองโดยขยำกับเกลือให้ยางบอนออกมากที่สุด หรือใส่ของที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้มมะขาม น้ำมะกรูด เป็นต้น แต่ต้องต้มเคี่ยวด้วย หากเป็นแม่ครัวสมัยใหม่ก็อาจใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตได้ ส่วนของบอนที่นิยมนำมาเป็นผักก็คือ ก้านใบ โดยลอกเอาเปลือกที่หุ้มอยู่ออกเสียก่อน ตำรับอาหารยอดนิยมจากบอนก็คือ แกงบอน ซึ่งมีรสออกไปทางหวาน นับเป็นแกงที่แพร่หลายที่สุดอย่างหนึ่งในหมู่ชาวไทยภาคกลาง นอกจากนี้ก้านบอนยังนำมาดองได้อีกด้วย "แกงบอน" ถือเป็นเมนูยอดนิยมตามงานวัด งานบุญ รวมญาติ

    (เครดิตภาพ : กนิษฐ์, Peakroong, drsuntiparb, LaTeX , chaiwatmsu, sothorn)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • รางจืด
    เป็นไม้เถาเลื้อยตามธรรมชาติ สามารถเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพาดพันขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ เถาแข็งแรงแตกแขนงได้ดี อาจขึ้นคลุมต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ทั้งต้น กลีบดอกสีม่วง บางต้นมีกลีบดอกสีม่วงอ่อน บางต้นก็มีสีม่วงแก่ มักมีดอกในฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์) แต่บางต้นก็ออกดอกได้ตลอดปี การขยายพันธุ์รางจืดส่วนใหญ่นิยมนำเถาแก่หรือใบมาปักชำ ชื่อที่เรียกรางจืดมีมากมาย เช่น รางจืด รางเย็น ว่านรางจืด ว่านจางจืด ว่านรางจืดเถา ยาเขียว เครือเถาเขียว กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง (ภาคกลาง) ย้ำแย้ (อุตรดิตถ์) ฮางจืด ฮางเย็น เครือเข้าเย็น หนามแน่ (ภาคเหนือ) คาย (ยะลา) และดุเหว่า (ปัตตานี) เป็นต้น

    สรรพคุณรางจืดว่า มีรสเย็นจืด ใช้ถอนพิษเบื่อเมาทั้งปวง แก้พิษร้อนทั้งปวง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ผิดสำแดง แก้กระษัย ขับปัสสาวะ เป็นต้น รวมทั้งใช้ทำยาเขียว แนะนำให้ใช้ใบรางจืดแห้งชงน้ำร้อนดื่ม เช่นเดียวกับน้ำชา เพื่อกำจัดสารพิษที่ได้รับจากน้ำและอาหารในชีวิตประจำวัน โดยอาจดื่มวันละ 1-2 แก้ว ซึ่งดื่มได้ง่าย เพราะรางจืดไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่น้ำชารางจืดมีผลลดความดันเลือด จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความดันเลือด

    (เครดิตภาพ : Tongdy, ดอกปีป, ช้อนชา)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขนมครก
    ขนมไทยโบราณหาซื้อได้ง่ายตามตลาด ปากซอย ริมทางต่างๆ ทำจากแป้ง น้ำตาล และกะทิ โรยหน้าด้วยหอม ข้าวโพด ฯลฯ รสชาติหอม หวาน มัน ขนาดกำลังได้พอดีคำ กินช่วงขนมร้อนๆ อร่อยนัก ทั้งนี้ทุกวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ทุกปี มีประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครกชาวตำบลบางพรม วัดแก่นจันทร์เจริญ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งสืบสานประเพณีดีงามมากว่า 80 ปีแล้ว

    (เครดิตภาพ : rachelcooksthai, tiewpakklang, 7greens, yai-cho)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • หว้า : ผลไม้ในอดีตของเด็กไทย ต้านภัยเบาหวาน
    ลูกหว้าเป็นผลไม้ป่า นกก็ชอบกิน คนก็ชอบกิน มีรสเปรี้ยว ฝาด หวาน เวลากินแล้วปากจะดำ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายนอกจากเป็นผลไม้กินเล่น เช่น ทำเป็นไวน์ แยม ทำน้ำสมุนไพร

    มีการศึกษาประโยชน์ของหว้าทั้งในสัตว์ทดลองและในคน ถึงฤทธิ์ของการลดน้ำตาลในเลือดพบว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายอินซูลิน ช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งเบาหวาน เพิ่มปริมาณไกลโคเจน ในตับและแม้แต่ในอเมริกาก็มีการยืนยันว่าสารสกัดด้วยน้ำของเมล็ดหว้ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน

    ตำรับยา ยาต้มเมล็ดลูกหว้า
    - เมล็ดสดของลูกหว้า 100 กรัม (1ขีด) 2 น้ำสะอาด 1 ลิตร
    - นำเมล็ดลูกหว้ามาโขลก ใส่หม้อต้มให้เดือด เคี่ยวไฟอ่อนๆสัก 15 นาที ให้ตัวยาออกมา รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 มื้อ เป็นเวลา 1 เดือน อาการเบาหวานจะทุเลา สามารถลดยา หรือใช้สมุนไพรในการดูแลอย่างเดียวได้ แต่ควรวัดระดับน้ำตาลในเลือดเสมอ (สามารถใช้เมล็ดแห้งแทนได้ กรณีไม่มีเมล็ดสด)

    ตำรับยา ยาผงหรือแคปซูลหว้า
    ผงเมล็ดลูกหว้าแห้ง 250 มิลลิกรัม นำผงเมล็ดลูกหว้าแห้งบรรจุแคปซูล หรือใช้ระลายน้ำ รับประทานวันละ 3 เวลา ขนาดอาจเพิ่มได้ถึง 4 กรัมต่อวัน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน สังเกตผลระดับน้ำตาลในเลือด

    การใช้เป็นอาหารสุขภาพ
    น้ำลูกหว้า อาจใช้ผลสดหรือแห้ง นำมาต้มเป็นน้ำสมุนไพร สำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้เช่นกัน

    (เครดิตข้อมูล : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ตะยึง : ไม้พื้นบ้านราคาสูง ผลหอมหวาน
    ชื่อเรียกอื่นๆ เช่น หมากขะยิง ทะยิง ต้นนางกวัก ฯลฯ แต่หากอีสานใต้ ชาวสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ เรียก "ตะยึง" เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นสีดำ ผลดิบสีเขียวเท่าหัวแม่มือ ลักษณะกลม รี มีเมล็ดข้างในคล้ายละมุด ออกผลปีละครั้งเท่านั้น คือ ช่วงดำนาหรือข้าวกำลังโต ผลสุกเปลือกผิวสีเขียว ส่วนเนื้อในสีขาว เมื่อสุกเต็มที่ ผลมักหลุดร่วงหล่นลงมา นำมากินได้ เนื่องจากมีรสชาดหอมหวานอร่อย นอกจากนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดไม้ประดับอีกด้วย ปัจจุบันตะยึงนับเป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์

    (เครดิตภาพ : กลางทุ่งมหาวิทยาลัย, ชุมชนคนสุรินทร์, สุรินทร์108ดอทคอม)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • จันโอ-จันอิน : กลิ่นหอมจรุงใจ
    จันโอ-จันอิน เป็นผลไม้จากพืชชนิดเดียวกัน มีชื่อเรียกอื่นๆ ตามท้องถิ่น เช่น จันลูกหอม จันขาว จัน ฯลฯ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ผลกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล 4-8 เซนติเมตร ที่ผลยังมีส่วนของกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่จุก เมื่อสุกมีสีเหลืองเนื้อนุ่ม รสหวาน และมีกลิ่นหอม กินได้ มีงานวิจัยผลไม้ไทย พบว่าจันโอ-จันอิน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการแตกของเม็ดเลือดแดงอีกด้วย

    สรรพคุณ
    - ผล บำรุงกำลัง แก้ท้องเสีย แก้อาการ นอนไม่หลับกระวนกระวาย
    - เนื้อไม้ แก้ไข้ที่มีผลต่อตับและดี บำรุงเลือดลม แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงประสาท แก้อาการเหงื่อมาก บำรุงตับปอดให้เป็นปกติ บำรุงร่างกายให้สดชื่น ขับพยาธิ แก้ดีพิการ
    - แก่น แก้กระหายน้ำ แก้ไอ แก้ไข้ที่มีผลต่อดี บำรุงผิว บำรุงหัวใจ แก้ตับพิการ แก้ไข้กำเดา แก้ลม แก้อ่อนเพลีย บำรุงตับปอด

    (เครดิตภาพ : ป้าลัด, IMPRESSPIC, chaimatha)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผัดขิงปลา
    เครื่องปรุง : เนื้อปลาหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย ขิงอ่อนซอย 2 ถ้วย เห็ดหอมหั่นบางๆ 2 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมหั่นท่อน น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับหยาบๆ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ
    ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนใส่กระเทียมเจียว พอเหลืองใส่ขิงลงผัดให้หอมพร้อมเห็ดหอม พอหอมดีแล้ว ใส่เนื้อปลาลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย เติมรสตามชอบ ใส่ต้นหอมผัดพอสุก

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว