คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • มะขาม : เสาหลักครัวไทย
    มะขามเปรียบดังเสาหลักของครัวไทยได้เลยทีเดียว เพราะเพียงย่างเข้าไปในครัวก็จะพบแผ่นไม้สำหรับเตรียมอาหารที่เรียกว่า “เขียง” ถัดมา ก็คือ “มะขามเปียก” ไว้ปรุงอาหารมากมายหลายชนิด เช่น แกงส้ม ต้มยำ น้ำพริก หลนต่างๆ

    สรรพคุณทางยานั้น มะขามแทบทุกส่วนใช้เป็นยาได้ทั้งสิ้น ที่นิยมใช้กัน ก็คือ เนื้อมะขามเปียกใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับเสมหะ ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้กระหายน้ำ เนื้อในเมล็ดใช้ถ่ายพยาธิไส้เดือน เปลือกหุ้มลำต้นแก้ท้องเดิน สมานแผล ใบสดใช้ต้มอาบ โกรกศีรษะ หรืออบไอน้ำแก้หวัด คัดจมูก ขับเสมหะ แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว ฝักมะขามแก่ รสเปรี้ยวจัด แก้ท้องผูก แก้ไอ ขับเสมหะ แก้กระหายน้ำ ฯลฯ

    วิธีใช้ :
    - ลบรอยด่างดำบนใบหน้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กำจัดรอยเหี่ยวย่น ผิวอ่อนเยาว์ขึ้น ใช้มะขามเปรี้ยวเปียก 1 กำมือ นมสด 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ห่อด้วยผ้าขาวบาง ฟอกขัดตัวเมื่ออาบน้ำ จะทำให้ผิวที่คล้ำด้วยแดด หรือลม เป็นผิวที่นวลผ่อง หรือใช้ล้างหน้าทุกวันทำให้หน้าขาวขึ้น
    - บำรุงน้ำนมและยาอาบหลังคลอด ใช้กิ่งหรือต้นมะขาม 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 4 แก้วต้มเดือดนาน 10-15 นาที กินวันละ 4-8 ครั้งๆ ละ 1-2 แก้ว หรือกินได้ทั้งวันต่างน้ำวันละ 6-8 แก้ว กินขณะอุ่นๆ มีรสหวานกินง่าย กินติดต่อกันนาน 1 เดือน และถ้าต้มอาบด้วยจะช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น
    - ยาถ่ายพยาธิ ใช้เมล็ดคั่วกะเทาะเปลือกออก แล้วเอาเนื้อในเมล็ดแช่น้ำเกลือจนนุ่ม รับประทานเนื้อทั้งหมด ครั้งละ 20-30 เมล็ด
    - ยาระบาย ยาถ่าย ใช้เนื้อที่หุ้มเมล็ด (มะขามเปียก) แกะเมล็ดแล้วขนาด 2 หัวแม่มือ จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
    - แก้ท้องร่วง ใช้เมล็ดคั่วให้เกรียม กะเทาะเปลือกรับประทาน หรือใช้เปลือกต้น ทั้งสดและแห้ง ประมาณ 1-2 กำมือ ต้มกับน้ำปูนใส หรือ น้ำ รับประทาน
    - แก้ท้องผูก ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียก 10-20 ฝัก จิ้มเกลือกิน หรือใส่เกลือเติมน้ำคั้นดื่ม
    - รักษาแผล เมล็ดกะเทาะเปลือก ต้ม นำมาล้างแผลและสมานแผลได้
    - แก้ไอและขับเสมหะ ใช้เนื้อในฝักแก่ หรือมะขามเปียก จิ้มเกลือรับประทานพอควร
    - ยาลดความดันสูง ใช้ดอกสด ไม่จำกัดจำนวน ใช้แกงส้มหรือต้มกับปลาสลิดรับประทาน

    (เครดิตภาพ : rspg, จาปาตี)

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • การเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์
    จุดเริ่มต้นที่สำคัญ เริ่มจากการสังเกตสิ่งผิดปกติของตัวเรา ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ตัวเราเท่าตัวเราเอง ควรจดบันทึกสิ่งผิดปกติ และควรเลือกไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ

    1. สังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น
    เมื่อเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา ควรสังเกต เฝ้าระวัง และติดตามอย่างสนใจ จดจ่อ และต่อเนื่อง ว่าสิ่งผิดปกตินี้มีอาการและระดับความรุนแรงอย่างไร เคยเป็นอย่างนี้มาหรือยัง รวมถึงระยะเวลา ที่มีอาการเจ็บป่วย ความรุนแรง การลุกลาม ตำแหน่งที่เป็นอวัยวะที่รู้สึก และอื่นๆ

    2. ไม่มีใครรู้จักสุขภาพร่างกายของคุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเอง
    ไม่ว่าสิ่งผิดปกติจะเป็นด้านจิตใจ ร่างกาย หรือความนึกคิดของคุณ คนที่จะรู้ดีที่สุด ก็คือตัวของคุณเอง คนที่เป็นเจ้าของร่างกายอันนี้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งดี สิ่งร้าย โรคภัยไข้เจ็บอะไรขึ้น ดังนั้น คุณจึงควรสังเกตสิ่งเหล่านี้ให้ครบถ้วน ว่าเป็นอย่างไร เป็นที่ไหน เป็นมากนานเพียงใด

    3. จดบันทึกข้อมูลสุขภาพ
    รายละเอียดของสิ่งผิดปกติเหล่านี้จะมีคุณค่ามากขึ้น และช่วยให้ได้ข้อมูลความเจ็บป่วยที่ครบถ้วน จึงควรจดบันทึกความเจ็บป่วยไข้ ว่ามีอาการอย่างไรบ้าง เป็นที่ไหนบ้าง เป็นมานานแค่ไหน จดบันทึกไว้ หรือบางคนอาจจัดทำไว้เป็นสมุดบันทึกสุขภาพก็ยิ่งดี

    4. รู้แต่เนิ่นๆ ยังเป็นน้อยรักษาได้ง่าย
    การสังเกตและไม่นิ่งนอนใจในสิ่งผิดปกติต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้ารู้ตัวแต่เนิ่นๆ ในขณะที่ยังมีอาการน้อย และความรุนแรงของโรคไม่มาก โดยทั่วไปก็จะทำการรักษาให้หายได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่เสียเวลา และไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย�

    5. เตรียมข้อคำถามที่อยากรู้
    นอกจากนี้ อาจซักซ้อมเตรียมคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่ต้องการทราบคำตอบจากแพทย์ เช่น โรคที่เป็น ระดับความรุนแรงของโรค เป้าหมายของการรักษา ยาและการใช้ยา เป็นต้น เพราะจะได้ถามแพทย์ในช่วงนาทีทองของคุณ

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6
    ความสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามจากกระแสกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ถาโถมเข้ามาในตลาดผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ทำให้กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นชื่อที่คุ้นหูและทุกคนต่างเห็นถึงความจำเป็น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ากรดไขมันโอเมก้า 6 ที่ต้องมีควบคู่กับกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้น ก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เพราะอาจเสียสมดุลในร่างกายได้

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/1nt4RCm

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ชามะรุม
    เด็กยอดมะรุมเกลี่ยไว้บนกระด้ง นำไปผึ่งลมจนแห้งกรอบ หากโดนแดดควรใช้กระด้งอีกใบคลุมกันแดดไว้ เก็บชาแห้งในขวดโหลทึบแสง (ปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้) ตักยอดมะรุมแห้งใส่กาน้ำชา เติมน้ำร้อนเดือดแล้วทิ้งไว้สักครู่ก็ดื่มได้ ชามะรุมจะมีรสชาติหอมหวาน สรรพคุณเด่น ช่วยลดไขมัน ลดคอเลสเทอรอล ลดความดันโลหิตสูงได้ดี

    (เครดิตภาพ : เปรี้ยว_ส้ม)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : ผักหวานป่า
    ผลไม้พื้นบ้านตามฤดูกาล ผักหวานป่านอกจากจะนำใบและยอดอ่อนมารับประทานได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม ลวก ผักจิ้มน้ำพริก แกงเลียง ฯลฯ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงานแล้ว ผลสุกของผักหวานป่าก็ยังนำมารับประทานได้เช่นกัน ซึ่งผลอ่อนจะมีสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงสีเหลืองอมส้มเมื่อผลสุก ซึ่งมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระต่างๆ ออกจากร่างกายได้ดี

    (เครดิตภาพ : อุฑยานผักหวานป่า'๔๔, eaglesesan)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ดอกเข้าพรรษา
    ประเพณีตักบาตรดอกไม้ในฤดูกาลเข้าพรรษานั้น จะเห็นดอกไม้งดงามหลายชนิดที่ใช้ตักบาตรถวายพระ เช่น ดอกมะลิ ดอกบัว ดอกกล้วยไม้ ดอกดาวเรือง เป็นต้น แต่หนึ่งในนั้น เป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในการตักบาตร ก็คือ"ดอกหงส์เหิน" หรือที่เรียกกันให้เข้ากับประเพณีว่า "ดอกเข้าพรรษา" ด้วยลักษณะของดอกที่คล้ายตัวหงส์ ที่กำลังเหินบินอย่างสง่างามจึงเรียกว่าดอกหงส์เหิน มีหลายสี เช่น เหลือง เหลืองแซมม่วง เขียว แดง ขาว เป็นต้น ด้วยสีเหลืองที่สดใส ทำให้มองไกล เหมือนหงส์กำลังบิน ด้วยเอกลักษณ์ที่ดอกเข้าพรรษา อันเป็นที่มาของชื่อนี้ เนื่องมาจากในแต่ละปีจะออกในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น

    (เครดิตภาพ : แอล, Amalis, naihoi, goutz, wacharawongse worakit)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • มะยมแดง
    มะยม ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศบราซิล ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ขายในประเทศไทยนานแล้ว มีลักษณะพิเศษคือ ติดผลดกและผลสุกเป็นสีส้มหรือสีแดงเข้มสวยยิ่งนัก ผลสุกมีรสเปรี้ยวจัด รับประทานได้ ส่วนใหญ่นิยมนำไปทำเป็นน้ำผลไม้ปั่นใส่น้ำเชื่อมได้รับความนิยมรับประทานอย่างกว้างขวาง

    (เครดิตข้อมูล : นายเกษตร)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • น้ำรากบัวเพื่อสุขภาพ
    นำรากบัวสดมา 1 กก. ให้เลือกชนิดที่อวบขาว ใช้สันมีดขูดผิวออก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นตามขวาง ใส่หม้อ ใส่น้ำพอประมาณ ต้มเคี่ยวประมาณ 10-15 นาที หากต้มนานเกินไปน้ำจะไม่ใส จะมีสีแดง แล้วนำกากรากบัวออกใส่น้ำตาลพอหวานหรือหวานตามใจชอบ ใช้ดื่มร้อนหรือเย็นก็ได้ (กากรากบัวที่ใช้ต้มแล้วนำไปคลุกน้ำตาลใช้กินเป็นขนมหรือรากบัวแช่อิ่มหรือรากบัวคลุกน้ำตาลรับประทานเล่น)

    สรรพคุณ
    ใช้เป็นยาแก้ร้อนใน แก้ไอ แก้กระหายน้ำ ถ้าต้องการใช้เป็นยาแก้ไอ ให้ใช้รากบัวสดตำคั้นน้ำดื่มโดยไม่ต้องผสมน้ำตาล

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • น้ำมะขามเปียก
    สรรพคุณ : เป็นยาระบาย ขับเสมหะ แก้ไอ
    เครื่องปรุง : มะขามเปียก น้ำตาล เกลือ น้ำร้อน น้ำขิง
    วิธีทำ : นำมะขามเปียกมาประมาณ 1 ปั้น ขนาดกำมือ ลวกน้ำร้อนให้สะอาด ใส่ภาชนะหรือหม้อใส่น้ำ นำไปต้มให้เดือดประมาณ 5-10 นาที แล้วนำลงจากเตาปล่อยให้พออุ่นๆ กรองด้วยผ้าขาวบาง ถ้าต้องการให้น้ำต้มมะขามเปียกใส ต้องกรองหลายๆ ครั้ง เมื่อกรองได้น้ำมะขามเปียกตามต้องการแล้วจึงใส่เกลือ ใส่น้ำตาลพอเค็มอ่อนๆ และหวานตามใจชอบ หากชอบเย็น ใส่น้ำแข็งหรือจะทานร้อนก็เหมาะ

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • การบาดเจ็บของกระดูกคอและกระดูกสันหลัง
    การบาดเจ็บของกระดูกคอและกระดูกสันหลัง เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการตกจากที่สูง หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เกิดอันตรายรุนแรงถึงพิการและเสียชีวิตได้ถ้าหากได้รับการช่วยเหลือจากผู้ไม่มีความรู้ หรือให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายไม่ถูก

    รายละเอียด :>> http://bit.ly/2u2ByBy

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว