คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • ศิริราชโชว์ความสำเร็จปลูกถ่าย 3 อวัยวะ “หัวใจ-ตับ-ไต” พร้อมกันรายแรกในเอเชีย
    ศิริราชโชว์ความสำเร็จผ่าตัดปลูกถ่าย 3 อวัยวะ “หัวใจ - ตับ - ไต” ในผู้ป่วยรายเดียว สำเร็จเป็นครั้งแรกในเอเชีย เป็นรายที่ 15 ของโลก เผยผู้ป่วยเจอปัญหาไตวาย ตามด้วยหัวใจและตับล้มเหลว ต้องเปลี่ยนอวัยวะ ระบุเหมือนฟ้าประทานมาให้เจออวัยวะที่เข้ากันได้
    https://mgronline.com/qol/detail/9610000043232

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เหลืองปรีดียาธร
    ชื่ออื่นๆ : ตาเบบูยา ตาเบบูยาเหลือง เหลืองหลวง ฯลฯ พรรณไม้ที่นิยมปลูกตามข้างทาง สวนสาธารณะทั่วไป ปลูกง่ายไม่ต้องดูแลเอาใจใสให้ยุ่งยากมากความ ดอกบานปีละหนเท่านั้น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ดอกสีเหลืองสะพรั่งสวยงามโดดเด่นแต่ไกล แถมถนนยังโรยด้วยดอกไม้สีเหลืองตลอดสองข้างทาง โดยเฉพาะถนนหมายเลข 3502 เส้นสามชุก - ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ลองแวะเวียนไปชื่นชมความงามของธรรมชาติได้

    (เครดิตภาพ : Niphon Smitthapipat, Thamrongrat Duangkaew, soundtheater, ไม้ดอกหอม, พ่อน้องตา)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ท่องเที่ยวอย่างไร ให้เกิดสุขภาวะ
    มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง “ท่องเที่ยวอย่างไร ให้เกิดสุขภาวะ” โดย คุณเจษฎาภรณ์ ผลดี ผู้ดำเนินรายการ Navigator วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.

    ** รับเฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น **

    สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทรส่งมาที่ E-mail :
    [email protected] หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 ไลน์ : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th จัดโดยโครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เมนูดอกขจร
    ดอกขจรสามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำเป็นอาหารอื่นๆ ได้แก่ ยำดอกขจร ดอกขจรผัดน้ำมันหอย แกงจืดดอกขจร แกงส้มดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร ฯลฯ ดอกขจรมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง สรรพคุณและประโยชน์ของดอกขจร ยอดอ่อน ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

    (เครดิตภาพ : A-adrenaline, swin, ความทรงจำที่หายไป, {Jekyll and Hyde}, amazingthaifood, ยัยน่าแกล้งแก้มป่อง, Loveindeed)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • กระเจี๊ยบเขียว แหล่งกลูตาไทโอน ราชาสารต้านอนุมูลอิสระ
    กระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ที่สำคัญกระเจี๊ยบเขียวมีกลูตาไทโอน มีบทบาทสำคัญควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ และทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย ช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนิยมใช้สารนี้เพื่อให้ผิวขาวขึ้น เพราะกลูตาไทโอน สามารถกดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว

    นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของพืชผักที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และเส้นใยที่ละลายน้ำได้ สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง

    เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำของกระเจี๊ยบเขียว มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและขับถ่ายออกทางอุจจาระ จึงไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ และสำหรับผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานและคอเลสเตอรอลสูง เส้นใยที่ละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียวจะช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลและน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่จับอยู่กับน้ำดีได้

    สรรพคุณเด่นที่สำคัญในการใช้เป็นยารักษาโรคของกระเจี๊ยบเขียว คือ การใช้เป็นยารักษาโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกและท้องเสียสลับกัน และยังช่วยรักษาอาการปวดท้องจากแผลในกระเพาะอาหารและแผลจากลำไส้เล็กส่วนต้น

    ตำรับยารักษาโรคกระเพาะ
    - ใช้ฝักอ่อนกระเจี๊ยบเขียวหั่นตากแดด บดให้ละเอียด กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ โดยนำมาละลายในน้ำ นม น้ำผลไม้ หรืออาหารอ่อนๆ กินวันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหาร (เวลาละลายจะได้น้ำยาเหนียวๆ)

    ตำรับยาแก้ปวดท้อง
    - ใช้รากกระเจี๊ยบเขียวฝนกับน้ำธรรมดากิน

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ยาน้ำสำหรับรับประทาน
    แบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้
    1.ยาน้ำใส มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีตะกอน
    2.ยาน้ำแขวนตะกอน หรือยาน้ำแขวนละออง เป็นยาน้ำที่ไม่ละลายน้ำ กระจายอยู่ในลักษณะขุ่น และตกตะกอนเมื่อวางทิ้งไว้ ต้องเขย่าขวดก่อนรินยาเสมอ หากเขย่ายาน้ำแขวนตะกอนแล้ว แต่ตะกอนยังจับแน่นอยู่ที่ก้นขวด หรือ เขย่ายาน้ำแขวนละอองแล้ว แต่ยังพบการแยกชั้นของน้ำกับน้ำมัน แสดงว่ายาเสื่อมคุณภาพ ห้ามใช้ยานั้น
    3.ยาน้ำเชื่อมชนิดผงแห้ง ยาชนิดนี้มีการเสื่อมสลายได้ง่ายหากอยู่ในรูปของยาน้ำ จึงต้องเตรียมให้อยู่ในรูปของยาผงก่อนใช้ แล้วผสมน้ำในปริมาณที่กำหนด และเขย่าขวดทุกครั้งก่อนรับประทาน

    อุปกรณ์สำหรับตวงยาน้ำ
    1. ช้อนชา และช้อนโต๊ะ ไม่ควรนำช้อนชาหรือช้อนโต๊ะที่ใช้ในครัวเรือนมาตวงยา เพราะจะทำให้ได้รับยาน้อยกว่าหรือเกินขนาด ซึ่งอาจจะทำให้การรักษาไม่ได้ผลและเป็นอันตรายได้
    2. ถ้วยตวงยา ด้านข้างของถ้วยจะมีขีดสีแดงเพื่อบอกปริมาตร ทั้งแบบที่บอกเป็นหน่วยมิลลิลิตร หรือบอกเป็นหน่วยช้อนชา
    3. กระบอกฉีดยาพลาสติกที่ไม่มีเข็ม (Syringe ) เป็นอุปกรณ์สำหรับตวงยาที่ใช้ป้อนยาเด็กได้ง่าย และตวงได้ค่อนข้างแม่นยำ มีขนาด 3 มิลลิลิตร 5 มิลลิลิตร และ 10 มิลลิลิตร
    4. หลอดหยด เป็นอุปกรณ์สำหรับตวงยาที่มีปริมาณน้อยๆส่วนใหญ่จะมีขีดปริมาตรบอกที่หลอดไม่เกิน 1 มิลลิลิตร

    (เครดิตข้อมูล : มหาวิทยาลัยมหิดล)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ท่องเที่ยวอย่างไร ให้เกิดสุขภาวะ
    มูลนิธิหมอชาวบ้าน ขอเชิญเข้าร่วมอบรม ในหัวข้อเรื่อง “ท่องเที่ยวอย่างไร ให้เกิดสุขภาวะ” โดย คุณเจษฎาภรณ์ ผลดี ผู้ดำเนินรายการ Navigator วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 ห้อง 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กทม.

    ** รับเฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น **

    สมัครเข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่าน โดยส่ง ชื่อ นามสกุล อายุ และเบอร์โทรส่งมาที่ E-mail :
    [email protected] หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 094-095-1635 ไลน์ : Folkdoctor, Facebook : มูลนิธิหมอชาวบ้าน, www.doctor.or.th จัดโดยโครงการจัดอบรมสุขภาวะเพื่อประชาชน มูลนิธิหมอชาวบ้าน

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผิวหน้าสวย...ด้วยว่านหางจระเข้
    ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณช่วยป้องกันผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น ต้านการอักเสบ ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นเครื่องสำอางมานานนับพันปี

    การเตรียมว่านหางจระเข้ ควรใช้ต้นที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป เลือกใบล่างสุด ปอกเปลือกออก ใช้ส่วนที่เป็นวุ้นใสๆ ล้างน้ำยาสีเหลืองออกให้หมด (โดยใบที่เพิ่งตัดมา ยังไม่ต้องปอกเปลือก นำไปแช่น้ำจนน้ำยาสีเหลืองไหลออกมาหมดจนหมด แล้วนำไปล้างน้ำอีกครั้ง)

    วิธีการใช้
    - วิธีที่ 1 ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาบริเวณที่เป็นสิว จะทำให้สิวยุบตัวและไม่เป็นแผลเป็น
    - วิธีที่ 2 ใช้วุ้นจากใบสดๆ ตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีกับเปลือกตา วางทับบนเปลือกตา รักษาผิวบริเวณดวงตาที่บวมช้ำ
    - วิธีที่ 3 ใชวุ้นว่างหางจระเข้ล้วนๆ ทาที่ใบหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที เพื่อบำรุงผิว ช่วยแก้ไขรอยหมองคล้ำ ลบรอยเหี่ยวย่น รักษาฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า
    - วิธีที่ 4 ทาบนผิวหน้าในลักษณะโทนเนอร์ ช่วยกันรังสีอัลตราไวโอเลต

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แกงเลียง
    อาหารที่มีมาแต่โบราณกาล ลักษณะของน้ำแกงจะไม่ข้นหรือไม่ใสจนเกินไป มีรสเค็ม พอดี รสเผ็ดร้อนได้จากพริกไทย และมีผักเป็นส่วนผสมหลัก ผักในแกงเลียงจะไม่เปื่อยมาก และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ใบแมงลัก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแกงเลียง ผักที่ใช้คือบวบน้ำเต้า ข้าวโพดอ่อน ตำลึง ฟักทอง เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง สมัยก่อนจะมีเนื้อสัตว์เฉพาะที่โขลกลงในน้ำแกงเท่านั้น แต่ปัจจุบันจะใส่เนื้อเป็นชิ้นๆ ลงไปด้วย เช่น กุ้งสด เนื้อไก่ฉีก เป็นต้น (เครดิตภาพ : YokDekCSs, นู๋น้อย)

    รายละเอียดวิธีทำ >> http://bit.ly/1nuWpH9

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เสือร้องไห้
    เป็นเนื้อช่วงระหว่างอกของวัว มีไขมันแทรกอยู่ระหว่างเนื้อโดยรอบ แล่เป็นชิ้นพอประมาณนำไปย่างด้วยเตาถ่านไฟร้อนปานกลาง ไขมันที่แทรกอยู่จะค่อยๆ ละลายหยดลงบนถ่าน ทำให้เนื้อที่ได้มีความนุ่ม มัน เวลาเคี้ยวให้รสชาติหวานนุ่ม กรอบ เหนียวพอประมาณ เสือจะร้องไห้มากยิ่งขึ้นหากได้น้ำจิ้มรสเด็ด บีบมะนาวลงไปได้รสเปรี้ยวนำนิดๆ หรือหากชอบแบบขมๆ ก็ใส่ดีเพิ่มไปอีก และเติมผักพื้นบ้านริ้มรั้ว ข้าวเหนียว แค่นี้ก็แซ่บเหลือหลายแล้ว

    (เครดิตภาพ : ตุ้ย-พงษ์พิษณุ, J.Apirom, OverEat, ลุงเหน่งคนเดิม, chotto, noot010, Plutocrat Moz)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว