คลังความรู้สื่อสังคมออนไลน์

  • สมุนไพรแก้ท้องผูก
    1.คูน ใช้เนื้อในฝักแก่ก้อนเท่าหัวแม่มือ (ประมาณ 4 กรัม) ต้มใส่เกลือนิดหน่อย ดื่มน้ำที่ต้มได้ หากกินมากไป จะเกิดอาการคลื่นไส้ ท้องอืด และปวดท้อง
    2.ชุมเห็ดเทศ ใช้ดอกชุมเห็ดเทศสด 2-3 ช่อ ต้มกินกับน้ำพริก, หรือนำใบสดมาล้างให้สะอาด หั่นตากแห้ง ใช้ต้มหรือชงน้ำดื่ม ครั้งละ 12 ใบ, หรือใบแห้ง บดเป็นผง ปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนขนาด เท่าปลายนิ้วก้อย ครั้งละ 3 เม็ด กินก่อนนอนหรือเมื่อมีอาการท้องผูก
    3.ชุมเห็ดไทย ใช้เมล็ดแห้งคั่วจนเหลือ 2-2 ช้อนโต๊ะครึ่ง (10-13 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม
    4.มะขาม ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียก 10-20 ฝัก (ประมาณ 70-150 กรัม) จิ้มเกลือกิน หรือใส่เกลือเติมน้ำคั้นดื่ม

    ** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • หมี่กะทิ
    อาหารพื้นบ้านที่ยังคงมีให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ลักษณะของหมี่กะทิ ประกอบด้วยเส้นหมี่นำมาลวกให้นิ่ม แล้วราดด้วยน้ำกะทิปรุงรส ใส่กุ้ง หมู เต้าหู้ เต้าเจี้ยว ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำส้มมะขามเปียก จัดใส่จานโรยด้วยไข่เจียวหั่นฝอย แต่งหน้าด้วยผักชี พริกแดง ผักที่นิยมกินกับหมี่กะทิคือ ใบบัวบก หัวปลี ถั่วงอกดิบ ใบกุยช่าย ทั้งนี้หัวปลี ถ้าจะให้ขาวน่ากิน เมื่อผ่าแล้วรีบแช่น้ำมะนาว และมีดที่ใช้ผ่าหัวปลีต้องลูบด้วยน้ำมะนาวเสียก่อน

    (เครดิตภาพ : yualabama, 13 Destinations, สมาชิกหมายเลข 726148, จาปาตี)

    วิธีทำ :>> http://bit.ly/1palmn8

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • เผือก
    พืชหัวพื้นบ้านที่มักคุ้นกันดี พอๆ กับมันเทศ เนื้อเผือกมีสีต่างกันตั้งแต่สีขาว เหลือง ส้ม แดง หรือม่วง ในเมืองไทยพบมี 4 ชนิด คือ เผือกหอม มีกลิ่นหอม กาบใบใหญ่สีเขียว เผือกเหลือง หัวขนาดย่อม หัวสีเหลือง เผือกไม้หรือเผือกไหหลำ หัวมีขนาดเล็ก และเผือกตาแดง ที่ตาของหัวมีสีแดงเข้ม มีหัวเล็กๆ ติดอยู่รอบหัวใหญ่ เป็นกลุ่มจำนวนมากกาบใบ เส้นใบสีแดง ทั้งนี้ใบและยอดเผือกนำมาใช้เป็นผักได้ แต่ที่นิยมมากคือ หัวเผือก นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ต้ม ทอด แกง ขนมหวาน เผือกมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ช่วยบำรุงสุขภาพ อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 วิตามินซี แคลเซียม ฯลฯ

    (เครดิตภาพ : ตะโกครับ, jaewjingjing, Babykitten, ครัวบ้านนอก, swin)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • อัญชัน
    อัญชันเป็นไม้เถาที่ปลูกง่าย แข็งแรง ทนทาน ขึ้นคลุมรั้ว ซุ้มต่างๆ ได้ดี ดอกอัญชันมี 3 สี คือ สีขาว สีน้ำเงิน และสีม่วง
    คนไทยส่วนใหญ่ นิยมปลูกอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้ม ปกติอัญชันจะเลื้อยได้ดีในฤดูฝนมื่อถึงฤดูแล้งจะแห้งตายไป แต่ดูแล
    รดน้ำอย่างพอเพียงสามารถให้ดอกได้ตลอดปี

    สรรพคุณทางยาสมุนไพร
    - ราก : บำรุงดวงตา ทำให้ตาสว่าง ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ปวดฟัน
    - น้ำคั้นจากใบสดและดอกสด : ใช้หยอดตา แก้ตาอักเสบ ฝ้าฟาง ตาแฉะ มืดมัว
    - น้ำคั้นจากดอก : ใช้ทาคิ้ว ทาหัว เป็นยาปลูกผม (ขน) ทำให้ผมดกดำเงางาม

    นอกจากนี้ สีจากดอกอัญชัน ยังใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ใช้ทำสีขนม เช่น ขนมดอกอัญชัน ขนมช่อม่วง ทำน้ำดื่ม
    สมุนไพร ได้น้ำสีม่วงสวย ดอกอัญชันกินเป็นผักได้ ทั้ง จิ้มน้ำพริกสดๆ หรือชุบแป้งทอด

    (เครดิตภาพ : พิชช่า)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : หนังกลางแปลง
    ปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนแปลงด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ร้านเช่าหนังแผ่น ช่องหนังทีวีผ่านดาวเทียม หรือโรงหนังตาม
    ห้างสรรพสินค้าได้เกิดขึ้นราวดอกเห็ด การพักผ่อนหย่อนใจดูหนังมีทางเลือกมากขึ้น แต่ "หนังกลางแปลง" ยังคงมนต์
    เสน่ห์ ยืนหยัดอยู่คู่สังคมไทยได้จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนชนบท หนังกลางแปลงถือเป็นการบ่งบอกถึงหน้า
    ตาฐานะเจ้าภาพ ยามมีงานบุญ งานศพ งานบวช งานวัด ขึ้นบ้านใหม่ หรืองานฉลองต่างๆ ในหมู่บ้าน

    หนังที่ฉายมีทั้งเรื่องไทยเทศตามเจ้าภาพชื่นชอบหรือหนังใหม่ชนโรงตามตกลงราคา ในอดีตระหว่างฉายจะมีคนพากย์
    หนังสดๆ ข้างเครื่องฉาย ซึ่งอาจมีคนเดียวเหมาเสียงทั้งหญิงชาย หนังบางเจ้าดีหน่อยมีทีมพากย์หลายคน ปัจจุบันนัก
    พากย์หนังไม่ค่อยมีแล้ว เนื่องจากมีการพากย์เสร็จสรรพมาแล้ว เราจึงมักได้ยินช่วงต้นเรื่องว่า ให้เสียงภาษาไทย
    โดย...พันธมิตร ...อินทรี ฯลฯ ของกินเล่นระหว่างดูหนังกลางแปลงที่ขาดไม่ได้เลย คือ "ถั่วต้ม" จับจองพื้นที่ปูเสื่อตาม
    มุมที่ชอบ

    (เครดิตภาพ : yimyim, aumboon, thaicine, lovereason, newyorknurse, peoplecine)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แกงหยวก
    กล้วย มีความผูกพันในวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างช้านาน คนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากกล้วยได้อย่างมากมาย รวมทั้งนำ
    มาบริโภค ซึ่งนอกจากการกินผลกันแล้ว ทางภาคเหนือยังเอาหยวกกล้วย หรือลำต้นของต้นกล้วยที่ยังไม่โตมากนัก นำ
    แก่นกลางต้นที่ยังอ่อนๆ มาทำประกอบอาหาร ประเภทแกง เรียกว่า “แกงหยวก” โดยส่วนใหญ่จะแกงกับไก่ใส่วุ้นเส้น
    บางทีก็จะใส่เนื้อปลาย่างด้วย นิยมใช้เลี้ยงแขกในงานบุญต่างๆ

    (เครดิตภาพ : สถาบันโภชนาการ, ฐานข้อมูลอาหารพื้นบ้านล้านนา, คนเมืองแป้, Lapas Sweet, Takeaway, เจ้โส)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ขนมเกลือ
    ขนมเกลือ (อ่านว่า เข้าหนมเกื๋อ) บ้างเรียกว่า ขนมขาว ขนมพื้นบ้านชาวเหนือ รสชาติอร่อย หวานมัน นิยมทำไว้รับประทาน ในครอบครัวหรือทำบุญถวายพระ ทำจากแป้งข้าวจ้าว โดยการเอาแป้งข้าวเจ้ามาผสมกับเกลือและใส่น้ำลงไปให้เข้ากัน หากชอบกะทิก็ใส่ลงไปด้วย แล้วนำไปเคี่ยวบนเตาถ่านให้แป้งข้นกำลังดี ไม่สุกเกินไป จากนั้นให้ทิ้งให้เย็นแล้วนำใบตองมาห่อเป็นลักษณะแบนๆ แล้วนำไปนึ่งอีกประมาณ 20-30 นาที เนื้อขนมที่สุขจะมีสีขาว มีรสเค็มเล็กน้อย แต่หากชอบหวานก็อาจใส่น้ำตาลผสมกับแป้งด้วยก็ได้

    (เครดิตภาพ : โรงเรียนชาวนาพิชัยลำปาง, พะเยา108, เชียงราย108, maekok_14, ศูนย์สนเทศภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, V383)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • วิถีบ้านเรา : เกษตรพื้นบ้าน
    ...พริก มะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ เราไม่ควรจะไปซื้อที่ตลาด
    ปลูกให้งาม ยามเมื่อขาด วิ่งปราดไปในสวนครัว
    เลือกเก็บเอาตามชอบใจ จะกินอะไร ก็ไม่ต้องกลัว
    จะกินแกง เผ็ดผัด เห็ดแกงคั่ว
    เรามีผักสวนครัว ไม่ต้องกลัวอดกิน...

    (เครดิตภาพ : มหาวิทยาลัยบ้านนอก บ้านจำรุง จ.ระยอง)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • แกงขี้เหล็ก : แกงคลายเครียด
    ปีหนึ่งๆ เราต้องเสียเงินมากมายมหาศาลในซื้อยาต่างประเทศ ยาขายดีติดอันดับ คือ ยากล่อมประสาทหรือยาคลายเครียด ทราบหรือไม่ "ขี้เหล็ก" มีสรรพคุณยาหลายอย่างนั้น ส่วนของใบอ่อนและดอกตูม นำมาผลิตเป็นยาคลายเครียดด้วย ภูมิปัญญาผู้เฒ่าผู้แก่จึงแนะนำคนที่นอนไม่ค่อยหลับว่า ให้กินแกงขี้เหล็ก จะช่วยคลายเครียดหลับดีขึ้น

    ทั้งนี้ จะกินขี้เหล็กสดๆ ก็ได้ เพื่อแก้เครียด นอนไม่หลับ ซึ่งให้คุณค่ามากกว่า โดยใช้ใบอ่อน (สด) ประมาณ 50 กรัม ต้มกับน้ำใช้ดื่มก่อนนอน หรือที่คนโบราณใช้กัน คือ จะนำใบอ่อนขี้เหล็กมาดองเหล้าไว้ 7 วัน ซึ่งตัวแอลกอฮอล์ในเหล้าจะสกัดเอาสารที่มีอยู่ในขี้เหล็กออกมา ก็นำเอาน้ำดองเหล้านั้นมาดื่ม

    (เครดิตภาพ : ~~piggy~~, swin, วัลลา ตันตโยทัย, sagurahi, ban-hug, แอ่งน้อย ไร้สังกัด, ด้องแด้งรีเทิร์น, barbie # barbie1)

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว
  • ผักและผลไม้ที่ควรระวังในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    ผักและผลไม้ มีความสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์ เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังบางอย่าง หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป ผักและผลไม้บางชนิดมีข้อควรระมัดระวังในการกิน ซึ่งต้องกินในปริมาณที่เหมาะสมด้วย

    ผักและผลไม้ที่ควรระวังในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    1. โรคไต ควรหลีกเลี่ยงการกินผักและผลไม้ที่มีสาร ดังต่อไปนี้
    - กรดออกซาลิก ได้แก่ มันสำปะหลัง โกฐน้ำเต้า ผักโขม ผักแพว ปวยเล้ง มะเฟือง ใบชะพลู แครอต หัวไซ้เท้า ใบยอ กระเทียม
    - กรดเด็งโคลิก ในลูกเนียงดิบ
    - โพแทสเซียม ได้แก่ ผักโขม หน่อไม้ ขี้เหล็ก ชะอม เห็ดโคน ใบกระเพรา กระถิน แครอต ผักแพว ผักคะน้า รวมถึงผลไม้ (ทุเรียนก้านยาว ทุเรียนชะนี กล้วยหอม และกล้วยไข่)
    2. โรคทาลัสซีเมีย ควรหลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ผักกูด ถั่วฝักยาว ผักแว่น เห็ดฟาง พริกหวาน ใบแมงลัก ใบกะเพรา ผักเม็ก ยอดมะกอก และยอดกระถิน
    3. โรคไทรอยด์ ควรระมัดระวังการกินกะหล่ำปลี หากกินควรผ่านการปรุงให้สุกก่อน
    4. โรคกระเพาะและสำไส้ ควรหลีกเลี่ยงการกินพริกในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากทำให้เกิดความเผ็ดร้อน ทำให้กระเพาะอักเสบ และอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารมีกระบวนการเกิดโรคมากขึ้น

    7 ปี 31 สัปดาห์ ที่แล้ว